Blog>ฟีเจอร์>ERP จัดการออเดอร์ Instant Delivery - ส่งทันที บน Shopee ให้ทันเวลา ด้วย BigSeller

ERP จัดการออเดอร์ Instant Delivery - ส่งทันที บน Shopee ให้ทันเวลา ด้วย BigSeller

Gloria05 พ.ย. 2026 10:38Salin Tautan & Judul

ออเดอร์ Instant Delivery - ส่งทันที ของ Shopee ไม่รอใคร ทันทีที่ลูกค้าจ่ายเงิน ร้านมีเวลาจัดส่งไม่กี่ชั่วโมง ถ้ากดนัดรับพัสดุไม่ทัน ออเดอร์จะถูกยกเลิกอัตโนมัติและกระทบคะแนนร้านค้า ผู้ขายที่มีออเดอร์จากหลายร้านหรือหลายแพลตฟอร์มจึงมักเริ่มมองหาระบบ ERP ที่ช่วยรวมออเดอร์ จัดคิวการเรียกไรเดอร์ และพิมพ์ใบปะหน้าให้เร็วขึ้น

บทความนี้สรุปให้ครบในที่เดียว: กติกาการจัดส่งของ Instant Delivery - ส่งทันที ทั้งช่องทาง แพ็ก 30 นาที และ แพ็ก 2 ชั่วโมง, ปัญหาที่ผู้ขายเจอจริงเมื่อปริมาณออเดอร์เริ่มเยอะ, และขั้นตอนการจัดการออเดอร์เหล่านี้ด้วย BigSeller — ERP สำหรับผู้ขาย Southeast Asia ที่รองรับ Shopee ตั้งแต่การแพ็กของ เรียกไรเดอร์ ตรวจสอบรหัสอ้างอิงและเลขติดตามพัสดุ ไปจนถึงติดตามสถานะการจัดส่ง


1. Instant Delivery - ส่งทันที คืออะไร และแตกต่างจากการจัดส่งแบบปกติอย่างไร

คำตอบสั้น: Instant Delivery - ส่งทันที คือบริการจัดส่งแบบจุดต่อจุดของ Shopee ที่ไรเดอร์ ShopeeFood จะมารับพัสดุถึงร้านหลังจากออเดอร์ชำระเงินแล้ว และผู้ซื้อจะได้รับสินค้าภายใน 4 ชั่วโมงหลังออเดอร์ได้รับการยืนยันที่ต้องจัดส่ง โดยไม่ผ่านศูนย์คัดแยกพัสดุเหมือนการจัดส่งทั่วไป

จุดที่ควรรู้ก่อนเปิดใช้: ปัจจุบันช่องทางนี้อยู่ในช่วงทดลองบริการ ร้านที่สนใจต้องยื่นคำขอเปิดใช้ใน Seller Centre ค่าจัดส่งของช่องทางนี้ผู้ซื้อจ่ายให้ไรเดอร์ ShopeeFood โดยตรง จึงไม่ถูกรวมในรายได้ของร้าน และบริการรองรับการเก็บเงินปลายทาง (COD) ตามประกาศของ Shopee

การจัดส่งแบบปกติ (Standard Delivery) ผู้ขายมักได้เวลาเตรียมสินค้าเป็นวันตามค่า DTS: Day To Ship คือ จำนวนวันที่ผู้ขายต้องส่งมอบพัสดุหลังออเดอร์ได้รับการยืนยัน แต่ Instant Delivery ใช้หน่วยเวลาเป็น นาทีและชั่วโมง ไม่ใช่วัน ร้านต้องแพ็กสินค้า พิมพ์ใบปะหน้า และนัดรับพัสดุภายในกรอบเวลาที่ Shopee กำหนดไว้ชัดเจน


1.1 ความต่างของช่องทาง แพ็ก 30 นาที กับ แพ็ก 2 ชั่วโมง

ในระบบของ Shopee ประเทศไทย บริการนี้มี 2 ช่องทางย่อย โดยชื่อช่องทางต้องตรงกับที่แสดงใน Seller Centre:

ช่องทาง

กรอบเวลาที่ต้องนัดรับพัสดุ

สถานะปัจจุบัน / เหมาะกับร้านแบบไหน

Instant Delivery - ส่งทันที (แพ็ก 30 นาที)

ต้องนัดรับภายใน 30 นาทีหลังออเดอร์ชำระเงิน

เปิดใช้ได้ตามปกติ เหมาะกับร้านที่มีสินค้าพร้อมขาย แพ็กได้ทันที เช่น ของกิน ของใช้ใกล้ตัว

Instant Delivery - ส่งทันที (แพ็ก 2 ชั่วโมง)

ต้องนัดรับภายใน 2 ชั่วโมงหลังออเดอร์ชำระเงิน

อยู่ระหว่างการปรับปรุง งดเปิดใช้งานเพิ่มเติมตามประกาศของ Shopee — ร้านที่เปิดไว้แล้วยังใช้งานได้ แต่ร้านใหม่ควรยืนยันสถานะกับ Shopee ก่อน

ทั้งสองช่องทางใช้ไรเดอร์ ShopeeFood รับสินค้าถึงร้านเท่านั้น ผู้ขายไม่สามารถนำพัสดุไปฝากไว้ที่จุดส่งพัสดุได้


1.2 กติกาที่ต้องรู้ก่อนเปิดใช้: เวลาจัดส่ง การยกเลิกอัตโนมัติ และ NFR

สรุปกติกาหลักที่ผู้ขายไทยต้องยึดตามประกาศของ Shopee:

  • นัดรับภายใน 2 ชั่วโมง: ถ้าร้านไม่นัดรับพัสดุกับผู้ให้บริการภายใน 2 ชั่วโมงหลังออเดอร์ชำระเงินสำเร็จ ออเดอร์จะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ คืนเงินให้ผู้ซื้อ และถูกนับเข้าอัตราออเดอร์ไม่สำเร็จ (NFR: Non-Fulfilment Rate)

  • ส่งมอบภายใน 24 ชั่วโมง: หลังจากนัดรับแล้ว ร้านต้องส่งมอบพัสดุให้ไรเดอร์ภายใน 24 ชั่วโมงนับจากเวลาที่ควรกดนัดรับ มิฉะนั้นออเดอร์จะถูกยกเลิกเช่นกัน

  • ไรเดอร์รอ 15 นาที: ไรเดอร์จะมารับตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในระบบ รอร้าน 15 นาที พร้อมโทรหาร้านตามเบอร์ที่ลงทะเบียนไว้ 3 ครั้ง

  • เวลาทำการของร้าน: กรอบเวลาการนัดรับคำนวณจากเวลาทำการที่ร้านตั้งไว้ (Instant Operating Hour) โดย Shopee กำหนดขั้นต่ำคือ จันทร์–ศุกร์อย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน และเสาร์อย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อวัน (เริ่มบังคับ 1 ก.ค. 2569) นอกจากนี้ระบบนัดรับของช่องทางส่งทันทีเปิดให้กดได้เฉพาะเวลา 06.00–20.00 น. เท่านั้น

  • COD: คือ เก็บเงินปลายทาง (Cash On Delivery) ช่องทาง Instant Delivery - ส่งทันที รองรับการเก็บเงินปลายทาง ตามประกาศของ Shopee

อีกจุดที่ผู้ขายหลายร้านสับสนคือ ช่องทาง Express Delivery - ส่งด่วน กับ Instant Delivery - ส่งทันที ไม่ใช่บริการเดียวกัน ทั้งคู่เป็นการจัดส่งวันเดียวกันที่ใช้ไรเดอร์ ShopeeFood และอยู่ในโครงการ Fast Shipping ของ Shopee แต่คนละกรอบเวลาและคนละขั้นตอนการนัดรับ ควรจัดคิวแพ็กแยกกันในคลังสินค้า


2. ทำไมออเดอร์ Instant Delivery ยิ่งเยอะ ยิ่งจัดการแบบแมนนวลได้ยาก

คำตอบสั้น: เพราะ Instant Delivery บังคับให้ร้านต้องตอบสนองรายออเดอร์ภายในเวลาไม่กี่สิบนาที ขณะที่การทำงานแบบแมนนวลใน Seller Centre ออกแบบมาเพื่อการจัดการทีละออเดอร์ ไม่ใช่การรับมือหลายสิบออเดอร์จากหลายร้านพร้อมกัน

ปัญหาที่พบบ่อยในหน้างานจริง:

  • กดแพ็กแล้วไรเดอร์มาไวเกินไป สินค้ายังหยิบหรือตรวจไม่เสร็จ จนพลาดเวลานัดรับ

  • เวลากระชั้นชิดจนต้องข้ามขั้นตอนตรวจสินค้า เพิ่มความเสี่ยงส่งผิด ส่งขาด

  • ไรเดอร์มารับไม่สำเร็จ (Retry Ship) ต้องกลับเข้า Seller Centre เพื่อนัดรับใหม่เอง ระหว่างที่มีออเดอร์อื่นรอแพ็กอยู่

  • ออเดอร์กระจายอยู่หลายร้านหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok Shop ต้องสลับเปิดหลายหน้าจอ ตรวจสต็อกแยกทีละระบบ เสี่ยงขายเกินสต็อกโดยไม่รู้ตัว

  • พิมพ์ใบปะหน้าทีละใบ ยิ่งออเดอร์เร็ว ยิ่งเสียเวลามากกว่าเดิม

ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากคนทำงานช้า แต่เกิดจากเครื่องมือไม่ตรงกับลักษณะงานที่เร่งรีบรายออเดอร์ ซึ่งเป็นจุดที่ระบบ ERP เข้ามาช่วยได้ตรงประเด็น


3. BigSeller จัดการออเดอร์ Instant Delivery - ส่งทันที ได้อย่างไร

คำตอบสั้น: BigSeller เชื่อมต่อร้าน Shopee เข้ากับระบบแบบอัตโนมัติ ออเดอร์ที่ใช้ช่องทาง Instant Delivery - ส่งทันที (แพ็ก 30 นาที) และ (แพ็ก 2 ชั่วโมง) จะเข้ามาอยู่ในหน้าจัดการออเดอร์เดียวกับออเดอร์จากช่องทางอื่น ผู้ขายแพ็ก พิมพ์ใบปะหน้า กดจัดส่ง ตรวจสอบรหัสอ้างอิงและเลขติดตามพัสดุ ติดตามสถานะการจัดส่ง และจัดการกรณีไรเดอร์มารับไม่สำเร็จ ได้จากที่เดียว

หมายเหตุการรองรับ: ความสามารถนี้อ้างอิงจากเอกสารช่วยเหลือของ BigSeller เรื่อง การตั้งค่าเวลาเรียกพนักงานขนส่ง ซึ่งระบุว่าฟีเจอร์รองรับออเดอร์ Shopee Fast Shipping ที่ใช้ logistics ของแพลตฟอร์มและแบบรับของถึงร้าน (Pickup) ซึ่งครอบคลุมกรอบเวลา 30 นาที และ 2 ชั่วโมง


3.1 ตั้งเวลาเรียกไรเดอร์ให้ตรงจังหวะงานด้วย Courier Calling Time Settings

ฟีเจอร์ Courier Calling Time Settings ให้ผู้ขายเลือกได้ว่าจะให้ระบบเรียกไรเดอร์เมื่อไหร่ มี 2 โหมด:

  1. เรียกทันทีหลังกด Pack Order (ค่าเริ่มต้น) — เหมาะกับร้านที่แพ็กเสร็จค่อยค่อยเป็น ไรเดอร์จะได้ไม่มาก่อนสินค้าพร้อม

  2. เรียกตอนกดจัดส่ง (Ship) ในหน้า In Process Order — เหมาะกับร้านที่ต้องการคุมจังหวะเอง ให้ไรเดอร์ออกเดินทางหลังพัสดุพร้อมส่งจริง

ข้อควรรู้: เวลารับพัสดุของไรเดอร์จะใช้เวลาที่แพลตฟอร์มส่งกลับมาที่เร็วที่สุดเป็นอัตโนมัติ จึงควรกด Ship โดยเร็วหลังแพ็กเสร็จเพื่อไม่ให้หมดเวลา


3.2 Repack ออเดอร์ที่ไรเดอร์มารับไม่สำเร็จ (Retry Ship) ได้ในระบบเดียว

เมื่อออเดอร์ Shopee ถูกทำเครื่องหมายเป็น Retry Ship คือ กรณีที่ไรเดอร์มารับพัสดุไม่สำเร็จและต้องนัดรับใหม่ ผู้ขายไม่ต้องกลับเข้า Seller Centre แล้ว ทำได้ใน BigSeller โดยตรง:

  1. ในหน้า In Process Order หรือหน้า Shipping ให้กรองแพลตฟอร์มเป็น Shopee

  2. เลือกสถานะแพลตฟอร์มเป็น To Process (Retry Ship)

  3. เลือกออเดอร์ แล้วกด Repack เพื่อนัดรับใหม่

ขั้นตอนนี้ช่วยลดการสลับหน้าจอระหว่างที่คลังสินค้ากำลังเร่งแพ็กออเดอร์อื่นอยู่

จุดที่ต้องแยกให้ชัด: ตั้งแต่ 16 พ.ย. 2569 Shopee จะนัดรับใหม่ให้อัตโนมัติเฉพาะกรณีที่ระบบหาไรเดอร์ไม่ได้ ส่วนกรณีที่ไรเดอร์ปฏิเสธรับเพราะความผิดฝ่ายร้าน เช่น สินค้าไม่พร้อมส่ง หรือหมุดร้านค้าผิด ร้านต้องกดนัดรับใหม่เอง ซึ่งจุดนี้คือที่ที่การกด Repack ใน BigSeller เข้ามาช่วยได้ โดยไม่ต้องกลับเข้า Seller Centre

3.3 รวมออเดอร์ พิมพ์ใบปะหน้าแบบกลุ่ม และคุมสต็อกในที่เดียว

นอกจากการเรียกไรเดอร์และ Repack จุดแข็งของ BigSeller สำหรับออเดอร์ที่ต้องเร่งส่งคือ:

สถานการณ์

ทำใน Seller Centre แบบแมนนวล

ทำใน BigSeller

ออเดอร์จากหลายร้าน / หลายแพลตฟอร์ม (Shopee, Lazada, TikTok Shop)     

สลับหลายหน้าจอ ตรวจทีละร้าน

รวมอยู่ในหน้าจัดการออเดอร์เดียว

จังหวะเรียกไรเดอร์

ตามค่าเริ่มต้นของแพลตฟอร์ม

เลือกได้ด้วย Courier Calling Time Settings

Retry Ship (นัดรับใหม่)

ต้องเข้า Seller Centre

กด Repack ใน BigSeller ได้เลย

พิมพ์ใบปะหน้า

ส่วนใหญ่ทีละใบ

พิมพ์แบบกลุ่ม รองรับพิมพ์จากหน้า In Process Orders และ To Pickup Orders

ตรวจสินค้าก่อนแพ็ก

มักถูกข้ามเมื่อเวลาน้อย

ใช้ขั้นตอนสแกนตรวจสอบ (Scan to Inspect) ช่วยลดการส่งผิด

สต็อกสินค้า

อัปเดตแยกทีละระบบ เสี่ยงขายเกินสต็อก

ซิงก์สต็อกข้ามร้านและข้ามแพลตฟอร์ม

ตรวจสอบรหัสอ้างอิง ( Shopee ) และเลขติดตามพัสดุ

เปิดดูทีละออเดอร์ใน Seller Centre

ดูได้จากข้อมูลออเดอร์ใน BigSeller โดยไม่ต้องสลับหน้าจอ

ติดตามสถานะพัสดุ

เปิดดูในแต่ละแพลตฟอร์ม

ดูสถานะของทุกออเดอร์ในที่เดียว


4. ขั้นตอนการจัดการออเดอร์ Instant Delivery ด้วย BigSeller ตั้งแต่ต้นจนจบ

  1. เปิดใช้ช่องทางใน Shopee ก่อน: เปิด Instant Delivery - ส่งทันที ทั้งระดับร้านค้าและระดับสินค้าใน Seller Centre พร้อมตั้งเวลาทำการและพิกัดที่อยู่รับพัสดุให้ถูกต้อง หากเปิดใช้เองไม่ได้ (ช่วงทดลองบริการ) ให้กรอกฟอร์มยื่นคำขอกับ Shopee

  2. เชื่อมร้าน Shopee เข้ากับ BigSeller: เมื่อเชื่อมต่อแล้ว ออเดอร์จะซิงก์เข้ามาในระบบโดยอัตโนมัติ รวมถึงออเดอร์ที่ใช้ช่องทาง แพ็ก 30 นาที และ แพ็ก 2 ชั่วโมง

  3. ตั้งค่า Courier Calling Time Settings: เลือกว่าจะให้เรียกไรเดอร์หลังกด Pack Order หรือหลังกด Ship ตามจังหวะการทำงานของคลัง

  4. แพ็ก สแกนตรวจ พิมพ์ใบปะหน้า แล้วกด Ship: พิมพ์ใบปะหน้าแบบกลุ่มได้จากหน้า In Process Orders เตรียมพัสดุให้พร้อมก่อนไรเดอร์ถึงร้าน

  5. ตรวจสอบรหัสอ้างอิงและเลขติดตามพัสดุ: เมื่อจัดส่งแล้ว ดูรหัสอ้างอิงและเลขติดตามพัสดุของแต่ละออเดอร์ได้จากข้อมูลออเดอร์ใน BigSeller พร้อมติดตามสถานะการจัดส่งต่อเนื่องในหน้าเดียว

  6. ถ้าไรเดอร์มารับไม่สำเร็จ: กรองออเดอร์สถานะ To Process (Retry Ship) แล้วกด Repack เพื่อนัดรับใหม่ภายในระบบ

ทั้งหมดนี้ทำได้โดยไม่ต้องออกจากหน้าจอเดียว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเมื่อเวลาของแต่ละออเดอร์มีจำกัด


5. เลือก ERP สำหรับจัดการ Instant Delivery ควรดูอะไรบาง

ก่อนตัดสินใจ แนะนำให้เทียบ 4 เรื่องนี้กับทุกระบบที่สนใจ:

  1. รองรับช่องทางที่ใช้จริงหรือไม่ ระบบต้องรองรับออเดอร์ Fast Shipping ที่ใช้ logistics ของแพลตฟอร์มแบบรับถึงร้าน ไม่ใช่รองรับแค่การจัดส่งแบบปกติ

  2. คุมจังหวะการเรียกไรเดอร์ได้ไหม ร้านแต่ละแห่งมีจังหวะแพ็กของตัวเอง ระบบที่ดีต้องปรับเวลาเรียกไรเดอร์ได้ ไม่ใช่เรียกตายตัว

  3. แก้ปัญหา Retry Ship ได้ในระบบเดียวหรือไม่ ทุกนาทีที่ต้องสลับไป Seller Centre คือเวลาที่หายไปจากการแพ็กของจริง

  4. รองรับการเติบโตข้ามแพลตฟอร์มหรือไม่ วันนึงร้านอาจขายทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok Shop เลือกระบบที่ซิงก์ออเดอร์และสต็อกข้ามแพลตฟอร์มได้ตั้งแต่แรกจะไม่ต้องย้ายระบบซ้ำสอง

BigSeller ตอบโจทย์ทั้ง 4 ข้อนี้ ด้วยการรองรับ Shopee, Lazada และ TikTok Shop ในระบบเดียว พร้อมฟีเจอร์เฉพาะสำหรับออเดอร์ Fast Shipping อย่าง Courier Calling Time Settings และ Repack ที่อธิบายไว้ข้างต้น


6. สรุป — ออเดอร์เร็วขึ้น เครื่องมือก็ต้องเร็วขึ้นตาม

Instant Delivery - ส่งทันที เป็นทั้งโอกาสและข้อทดสอบ โอกาสเพราะผู้ซื้อได้รับสินค้าเร็ว ร้านมีโอกาสได้เปรียบในการแข่งขัน ข้อทดสอบเพราะทุกออเดอร์มีเวลาจำกัดและมีบทลงโทษเมื่อพลาด ตัวชี้วัดสำคัญจึงไม่ใช่ว่าร้านขายได้แค่ไหน แต่คือร้านส่งของทันเวลาได้แค่ไหนในทุกวัน

ถ้าร้านของคุณมีออเดอร์ Instant Delivery เพิ่มขึ้น หรือขายหลายร้านหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน ลองเริ่มจากสามอย่างนี้: ตรวจว่าเวลาทำการและพิกัดร้านถูกต้องใน Seller Centre, จัดคิวแพ็กให้แยกช่องทางเร็วออกจากช่องทางปกติ, และใช้ระบบ ERP ที่คุมจังหวะเรียกไรเดอร์และแก้ Retry Ship ได้ในที่เดียว

BigSeller ใช้งานได้ฟรี เชื่อมต่อร้าน Shopee ได้ในไม่กี่ขั้นตอน และเริ่มจัดการออเดอร์ Instant Delivery - ส่งทันที จากหน้าจอเดียวได้ทันที — เริ่มใช้งาน BigSeller ฟรี