อาชีพขายของออนไลน์ ต้องยื่นภาษีหรือไม่ ยื่นแบบไหน

--ขายของออนไลน์ ทำไมต้องเสียภาษี
--ขายของออนไลน์ต้องมีรายได้เท่าไหร่ถึงยื่นภาษี
--วิธียื่นภาษีสำหรับผู้ขายของออนไลน์
--เช็กขั้นตอนการยื่นภาษีสำหรับผู้ขายสินค้าออนไลน์
--ผู้ขายสินค้าออนไลน์ยื่นภาษีช่องทางไหนดี

ช่วงต้นปีแบบนี้คือช่วงเวลาของการยื่นภาษี ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของผู้มีรายได้ทุกคน อย่างไรก็ตามหลายคนยังเข้าใจผิดว่า การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคือหน้าที่ของลูกจ้างกินเงินเดือน หรือพนักงานประจำเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ความจริงแล้วอาชีพอิสระอื่น ๆ ที่มีรายได้ก็มีหน้าที่ต้องยื่นภาษีเช่นเดียวกัน รวมถึงอาชีพขายของออนไลน์ด้วย สำหรับคอนเทนต์นี้ทีมงาน Promotions จะมาแนะนำวิธียื่นภาษีสำหรับผู้ที่มีอาชีพขายของออนไลน์ให้ได้ทราบว่า ทำอย่างไรบ้าง ยื่นแบบไหน

ขายของออนไลน์ ทำไมต้องเสียภาษี

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าผู้ที่มีหน้าที่ยื่นภาษีคือผู้ที่มีรายได้ และรายได้ที่เกิดขึ้นในปีภาษีนั้น ๆ ไม่ได้จำกัดเฉพาะรายได้ที่มาจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว สำหรับการขายของออนไลน์ถือเป็นรายได้ประเภทที่ 8 ตามประมวลรัษฎากร ม.40 (8) ได้แก่ เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง การขายอสังหาริมทรัพย์ หรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในประเภทที่ 1 ถึงประเภทที่ 7 แล้ว

จะเห็นได้ว่าเงินได้ที่เกิดจากการขายของออนไลน์เข้าข่ายเงินได้ที่มาจากธุรกิจการพาณิชย์หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ เงินได้จากการค้าขาย จึงเข่าข่ายต้องยื่นภาษี แต่จะเสียภาษีแบบไหนขึ้นอยู่กับว่าคุณทำธุรกิจขายของออนไลน์ในฐานะบุคคลธรรมดาทั่วไป หรือจดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนฯต้องพิจารณาเป็นกรณีไป แต่ไม่ว่าอย่างไรคุณก็ยื่นภาษี และต้องเสียภาษีหากมีรายได้ถึงตามเกณฑ์ที่กำหนด

ขายของออนไลน์ต้องมีรายได้เท่าไหร่ถึงยื่นภาษี

ในที่นี้จะขอกล่าวถึงผู้ขายที่เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งตามประมวลรัษฎากรระบุไว้ว่า เงินได้ประเภทที่ 8 (กรณีโสด) หากเกิน 60,000 บาท/ปี ต้องทำการยื่นภาษี (กรณีสมรส) หากเกิน 120,000 บาท/ปี ต้องทำการยื่นภาษี

วิธียื่นภาษีสำหรับผู้ขายของออนไลน์

สำหรับการยื่นภาษีของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทั้งทำเป็นอาชีพหลักก็ดีหรือเป็นอาชีพเสริมจากงานประจำก็ดี การยื่นภาษีต้องยื่น 2 แบบตามที่กรมสรรพากรกำหนด คือ ภ.ง.ด. 94 และ ภ.ง.ด. 90 ซึ่งจะเป็นการยื่น 2 รอบ ดังนี้

รอบแรก

คือการยื่นภาษีครึ่งปีแรก ช่วงระหว่าง เดือนกรกฎาคม – กันยายน ของทุกปี โดยนำเงินได้ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน ในปีเดียวกันมายื่นภาษีตามแบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 94

รอบที่สอง

คือการยื่นภาษีครึ่งปีหลัง ช่วงระหว่าง เดือนมกราคม – มีนาคม ของปีถัดไป มายื่นตามแบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 90

สาเหตุที่ต้องแบ่งการยื่นภาษีสำหรับผู้ขายของออนไลน์เป็น 2 รอบก็เพราะว่าเพื่อไม่ให้ผู้มีรายได้แบกรับภาระภาษีหนักเกินไปในครั้งเดียว นอกจากนี้ผู้ขายบางรายอาจต้องเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ด้วยหากพบว่ามีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ซึ่งจะต้องจด VAT และยื่นภาษีทุก ๆ เดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ทั้งยังมีหน้าที่ออกใบกำกับภาษี ให้กับลูกค้าด้วยเช่นกัน
เช็กขั้นตอนการยื่นภาษีสำหรับผู้ขายสินค้าออนไลน์
ในส่วนของขั้นตอนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการยื่นภาษีสำหรับผู้ขายของออนไลน์ สิ่งที่ควรทำก็คือต้องบันทึกรายการซื้อ/ขายสินค้าทุกครั้งเพื่อไม่ให้หลงลืมหรือสับสน ซึ่งจะทำให้ง่ายในการตรวจสอบมากกว่าการที่ต้องมานั่งทำย้อนหลัง และต้องเก็บหลักฐาน เอกสารเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันการขอตรวจดูย้อนหลังของสรรพากร นอกจากนี้จำเป็นต้องอัปเดตข่าวสารเรื่องภาษีอยู่ตลอดเพราะเงื่อนไขในแต่ละปีอาจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาย้อนหลังตามมา

ผู้ขายสินค้าออนไลน์ยื่นภาษีช่องทางไหนดี

ช่องทางสำหรับยื่นภาษีสามารถเลือกได้ 2 ช่องทาง ช่องทางแรก ยื่นด้วยตัวเองที่กรมสรรพากรในเวลาราชการ อีกช่องทางคือยื่นภาษีออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร www.rd.go.th สำหรับการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90/91/94 ยื่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ

และทั้งหมดนี้ก็คือวิธียื่นภาษีสำหรับผู้ขายของออนไลน์ 2566 บอกหมดทั้งเกณฑ์รายได้ที่ต้องยื่นภาษี วิธียื่น ยื่นกี่รอบ ทำยังไงบ้าง รวมทั้งช่องทางการยื่นมีกี่ช่องทาง หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ไม่มากก็น้อย