วันนี้เราจะมาทำความรู้จัก ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax หรือ Vat) หนึ่งในภาษีที่ได้ยินกันบ่อยที่สุด และเป็น Vat ที่เราทุกคนต้องเจอในชีวิตประจำวันของเราทุกวันค่ะ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ การเก็บภาษีจากการขายสินค้า หรือการให้บริการในแต่ละขั้นตอนการผลิต และจำหน่ายสินค้าหรือบริการ ทั้งที่ผลิตภายในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ โดยอัตราที่ผู้ประกอบการจะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยคือ 7% ค่ะ

ใครบ้างที่ได้รับ ‘ยกเว้น’ ภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย

--ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าพืชผลทางการเกษตร สัตว์ไม่ว่ามีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ปุ๋ย ปลาป่นอาหารสัตว์ ยาหรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน
--ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ ซึ่งไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายและมีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
--การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรโดยท่าอากาศยาน
--การส่งออกของผู้ประกอบการในเขตอุตสาหกรรมส่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
--การให้บริการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางท่อในราชอาณาจักร
* ถึงจะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย แต่เจ้าของร้านก็มีสิทธิแจ้งขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนะคะ

ใครบ้างที่ ‘ไม่ต้อง’ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

--ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
--ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย
--ผู้ประกอบการที่ให้บริการจากต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร
--ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรและเข้ามาประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นครั้งคราว (ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)
--ผู้ประกอบการที่ได้รับการประกาศจากกรมสรรพากร

ข้อดีและข้อเสีย ของการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเบื้องต้น


ข้อดีและข้อแสียของการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเบื้องต้น

ข้อควรรู้เกี่ยวกับภาษีเพิ่มเติม

ภาษีขาย คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ร้านค้าเรียกเก็บจากลูกค้าเมื่อขายสินค้า

ภาษีซื้อ คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ร้านค้าจ่ายให้กับผู้ขาย (ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเหมือนกัน) เมื่อซื้อสินค้า