👉 อัปเดตภาษีอีคอมเมิร์ซไทย 2026: VAT 10% + หักภาษี 2% กระทบ Shopee / Lazada อย่างไร?
นิว24 เม.ย. 2026 11:04Copy link & title
อัปเดตภาษีอีคอมเมิร์ซไทย 2026: VAT ไทย 10% กระทบผู้ขาย Shopee Lazada TikTok Shop อย่างไร?
ประเทศไทยกำลังปรับโครงสร้างภาษีอีคอมเมิร์ซในปี 2026 โดยเพิ่ม VAT จาก 7% เป็น 10% พร้อมกำหนดให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น Shopee, Lazada และ TikTok Shop หักภาษี ณ ที่จ่าย 2% จากรายได้ของผู้ขาย รวมถึงจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 20% สำหรับแพลตฟอร์มข้ามชาติที่ไม่มีสำนักงานในประเทศไทย
การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างต้นทุน กำไร และการบริหารร้านค้าออนไลน์ในประเทศไทย
ปรับ VAT จาก 7% เป็น 10%
ภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้น 3%
กระทบต่อการขายสินค้าออนไลน์ทั้งหมด
ส่งผลโดยตรงต่อราคาสินค้าและกำไร
แพลตฟอร์มต้องหักภาษี 2%
Shopee / Lazada / TikTok Shop ต้องหักภาษีจากยอดขายของผู้ขาย
ใช้ระบบ “platform withholding tax”
ภาษีบริษัท 20% สำหรับแพลตฟอร์มต่างประเทศ
ใช้กับแพลตฟอร์มที่ไม่มีสำนักงานในประเทศไทย
ครอบคลุมธุรกิจ e-commerce แบบ cross-border
ทำไมรัฐบาลไทยต้องปรับภาษี?
ปัญหาขาดดุลงบประมาณ
ขาดดุลต่อเนื่องประมาณ 4% ของ GDP
จำเป็นต้องเพิ่มรายได้ภาครัฐ
อีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างรวดเร็ว
Shopee / Lazada ครองตลาด
TikTok Shop เติบโตต่อเนื่อง
เพิ่มความโปร่งใสทางภาษี
รวมระบบข้อมูลภาษีแบบดิจิทัล
ลดช่องโหว่ในการหลบเลี่ยงภาษี
ผลกระทบต่อผู้ขาย
ต้นทุนเพิ่มขึ้นทันที
VAT เพิ่มขึ้น 3%
กำไรต่อ SKU ลดลง
กระแสเงินสดลดลง
แพลตฟอร์มหักภาษี 2% ก่อนโอนเงิน
เงินหมุนเวียนลดลง
การแข่งขันรุนแรงขึ้น
ผู้ขายที่มีต้นทุนต่ำได้เปรียบ
ร้านขนาดเล็กได้รับผลกระทบมากกว่า
ผลกระทบเชิงลึกที่ผู้ขายมักมองข้าม
ระบบบัญชีไม่ครบ = ภาระภาษีเพิ่ม
ไม่มีใบกำกับภาษี
ไม่สามารถนำภาษีซื้อมาหักได้
ข้อมูลหลายแพลตฟอร์มไม่เชื่อมกัน
ข้อมูลจาก Shopee / Lazada / TikTok Shop แยกกัน
คำนวณกำไรผิดพลาดได้ง่าย
ความเสี่ยงในการตรวจสอบภาษีสูงขึ้น
ระบบภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลมากขึ้น
การตรวจสอบทำได้ง่ายขึ้น
ผู้ขายควรเตรียมตัวอย่างไร?
1. คำนวณกำไรใหม่ (หลังภาษี)
คำนวณ VAT 10% ในต้นทุน
ปรับราคาขายให้เหมาะสม
2. ตรวจสอบสถานะ VAT
รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจด VAT
เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
3. จัดระบบบัญชีให้เป็นมาตรฐาน
ออกใบกำกับภาษีให้ครบ
แยกต้นทุนอย่างชัดเจน
4. รวมการจัดการหลายแพลตฟอร์ม
👉 ปัญหาหลักของผู้ขายไทย:
ข้อมูลจากหลายแพลตฟอร์มไม่รวมกัน
สต็อกสินค้าไม่ตรง
สรุปยอดขายได้ยาก
👉 วิธีแก้:
ใช้ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ เช่น BigSeller
BigSeller ช่วยผู้ขายรับมือภาษีใหม่อย่างไร?
ระบบจัดการออเดอร์หลายแพลตฟอร์ม (OMS)
รวม Shopee / Lazada / TikTok Shop ไว้ในที่เดียว
ลดปัญหาออเดอร์ตกหล่น
ระบบสต็อกสินค้าแบบเรียลไทม์
ป้องกันการขายเกินสต็อก
ลดข้อผิดพลาดในการจัดการสินค้า
ระบบข้อมูลรวมสำหรับการคำนวณภาษี
สรุปยอดขายอัตโนมัติ
ลดความผิดพลาดในการทำบัญชี
ลดงานหลังบ้านและความเสี่ยงทางภาษี
ลดงานซ้ำซ้อน
เพิ่มความแม่นยำของข้อมูล
สรุป
การปฏิรูปภาษีอีคอมเมิร์ซของไทยไม่ใช่แค่ “การขึ้นภาษี” แต่เป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจออนไลน์ให้มีความโปร่งใสและเป็นระบบมากขึ้น
📌 ผลกระทบหลัก:
ต้นทุนเพิ่มขึ้น
กำไรลดลง
ระบบบัญชีต้องแม่นยำมากขึ้น
📌 ผู้ชนะในระยะยาว:
ผู้ขายที่มีระบบการจัดการที่ดี
ร้านค้าที่มีข้อมูลครบถ้วน
ธุรกิจที่สามารถปรับตัวได้รวดเร็ว
🚀 BigSeller ช่วยคุณได้:
👉 จัดการ Shopee / Lazada / TikTok Shop ในระบบเดียว
👉 ลดความผิดพลาดจากการทำงานด้วยมือ
👉 เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการร้านค้าออนไลน์
Q1: VAT 10% ส่งผลต่อผู้ขายอย่างไร?
A: VAT ที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนสูงขึ้นประมาณ 3% ส่งผลให้กำไรลดลง โดยเฉพาะสินค้าที่มี margin ต่ำ
Q2: ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 2% คืออะไร?
A: เป็นภาษีที่แพลตฟอร์ม เช่น Shopee และ Lazada หักจากรายได้ผู้ขายก่อนโอนเงิน เพื่อเพิ่มความโปร่งใสทางภาษี
Q3: ผู้ขายต้องจด VAT เมื่อไหร่?
A: หากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จำเป็นต้องจด VAT ตามกฎหมายไทย
Q4: วิธีลดผลกระทบจากภาษีทำอย่างไร?
A: ควรปรับราคา คำนวณต้นทุนใหม่ และใช้ระบบจัดการร้านค้าเพื่อลดความผิดพลาด
Q5: ระบบอะไรช่วยจัดการร้านค้าได้ดีที่สุด?
A: ระบบ ERP เช่น BigSeller สามารถช่วยรวมออเดอร์ สต็อก และข้อมูลการเงินจากหลายแพลตฟอร์มได้ในที่เดียว

