Blog>ขายของออนไลน์>ผู้ขายหลายร้านค้าบน Shopee, Lazada, TikTok Shop จะดูข้อมูลยอดขายโดยรวมได้อย่างไร?

ผู้ขายหลายร้านค้าบน Shopee, Lazada, TikTok Shop จะดูข้อมูลยอดขายโดยรวมได้อย่างไร?

Gloria26 มิ.ย. 2026 08:57Copy link & title

ผู้ขายที่เปิดร้านพร้อมกันทั้งบน Shopee, Lazada และ TikTok Shop คงเคยเจอปัญหาเดียวกัน คือแต่ละแพลตฟอร์มมีหลังบ้านของตัวเอง มีรายงานของตัวเอง แต่ไม่มีที่ไหนที่จะดูได้ในครั้งเดียวว่า "เดือนนี้ขายได้เท่าไหร่ กำไรเป็นอย่างไรในภาพรวม"

หากอยากรู้ภาพรวมยอดขาย ก็ต้องเข้าหลังบ้านทีละแพลตฟอร์ม ดาวน์โหลดรายงานทีละฉบับ แล้วเอามารวมเองใน Excel ยิ่งมีร้านค้าหลายร้าน มี SKU จำนวนมาก งานนี้ก็กลายเป็นงานที่ใช้เวลามากที่สุดในแต่ละเดือน

แล้วผู้ขายที่มีหลายแพลตฟอร์ม หลายร้านค้า ควรดูข้อมูลยอดขายโดยรวมอย่างไรให้สะดวกขึ้น? บทความนี้จะพาไปดูความต้องการที่พบบ่อย พร้อมแนวทางแก้ไขที่ทำได้จริง
 

ความต้องการที่ 1: อยากดูข้อมูลยอดขายของทุกแพลตฟอร์มในที่เดียว

ความต้องการพื้นฐานที่สุดคือการรวมข้อมูลจาก Shopee, Lazada และ TikTok Shop ไว้ในที่เดียว โดยไม่ต้องสลับเข้าหลังบ้านทีละแพลตฟอร์ม

นี่คือคุณค่าหลักของระบบจัดการร้านค้าหลายแพลตฟอร์มอย่าง BigSeller ที่เชื่อมต่อกับแต่ละแพลตฟอร์มผ่าน API แล้วรวมข้อมูลคำสั่งซื้อ ยอดขาย ฯลฯ มาแสดงในที่เดียว ฟีเจอร์ การวิเคราะห์ธุรกิจ ของ BigSeller ก็ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ คือรวบรวมข้อมูลยอดขาย แนวโน้มคำสั่งซื้อ และรายได้ร้านค้าไว้ในหน้าเดียว ช่วยให้วิเคราะห์ได้ในหลายมิติโดยไม่ต้องสลับไปมาระหว่างรายงานหลายฉบับ

 

ความต้องการที่ 2: ไม่ใช่แค่ดูยอดรวม อยากรู้ผลงานของแต่ละร้านค้าด้วย

การรวมข้อมูลเป็นแค่ขั้นแรก ผู้ขายที่มีหลายร้านค้ามักอยากรู้ต่อว่า ร้านไหนขายดี ร้านไหนยังตามหลัง เพื่อใช้ตัดสินใจว่าจะทุ่มทรัพยากรไปทางไหน

ฟีเจอร์ ตรวจสอบร้านค้า ในการวิเคราะห์ธุรกิจช่วยสรุปตัวชี้วัดตามร้านค้าหรือกลุ่มร้านค้า เพื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของร้านค้าต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องดึงข้อมูลมาเทียบเองทีละร้าน

 

ความต้องการที่ 3: อยากเห็นแนวโน้ม ไม่ใช่แค่ตัวเลข ณ วันใดวันหนึ่ง

ข้อมูลยอดขายโดยรวมไม่ได้มีประโยชน์แค่ดูตัวเลข ณ จุดเดียว สิ่งที่สำคัญกว่าคือแนวโน้ม เดือนนี้ดีขึ้นหรือแย่ลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อน

ฟีเจอร์ แนวโน้มเวลา ช่วยให้ผู้ขายตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัดตามเวลาได้อย่างชัดเจน รองรับการเปรียบเทียบสูงสุด 5 ตัวชี้วัดพร้อมกัน และยังเลือกเปรียบเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้าได้ ไม่ว่าจะใช้ดูผลของแคมเปญโปรโมชั่น หรือติดตามสุขภาพร้านค้าในแต่ละวัน ก็ทำได้รวดเร็วด้วยฟีเจอร์นี้

 

ความต้องการที่ 4: อยากดูสรุปยอดขายแบบรายวัน/รายเดือน พร้อมเทียบกับงวดก่อน

นอกจากแนวโน้มแบบกราฟ ผู้ขายหลายคนต้องการดูสรุปยอดขายในรูปแบบตาราง เพื่อตรวจสอบรายละเอียดแต่ละช่วงเวลา

ฟีเจอร์ สถิติช่วงเวลา แสดงข้อมูลสรุปแบบรายวันหรือรายเดือนในรูปแบบตาราง และหากเลือก "แสดงเทียบงวดก่อน" ระบบจะแสดงเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัดแต่ละรายการให้ทันที ทำให้สังเกตความผิดปกติของยอดขายได้ง่ายขึ้น และยังสามารถส่งออกข้อมูลเป็นไฟล์ Excel ได้ด้วย

 

ความต้องการที่ 5: หน่วยคัดกรองและสกุลเงินต้องปรับได้ตามต้องการ

ผู้ขายที่มีหลายแพลตฟอร์ม หลายร้านค้า มักต้องการดูข้อมูลเฉพาะบางแพลตฟอร์ม บางร้านค้า หรือบางสกุลเงิน ไม่ใช่ดูข้อมูลรวมทั้งหมดตลอดเวลา

การวิเคราะห์ธุรกิจมีเมนู ตั้งค่าตัวคัดกรอง ที่ให้เลือกแพลตฟอร์ม ร้านค้า เวลายืนยันคำสั่งซื้อ และสกุลเงินได้ตามต้องการ รวมถึงเลือกได้ว่าจะรวมหรือไม่รวมคำสั่งซื้อการตลาดหรือตัวอย่างสินค้าฟรี ตัวกรองนี้จะมีผลต่อทั้งแนวโน้มเวลา สถิติช่วงเวลา และตรวจสอบร้านค้าไปพร้อมกัน

 

ความต้องการที่ 6: อยากรู้ว่าสินค้าตัวเดียวกัน ขายดีที่ร้านไหนมากที่สุด

ผู้ขายหลายคนนำสินค้าตัวเดียวกันไปลงขายพร้อมกันทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok Shop แต่ผลงานในแต่ละแพลตฟอร์มอาจไม่เหมือนกัน เช่น สินค้าตัวนี้ขายดีบน Shopee แต่กลับขายไม่ออกบน TikTok Shop

กรณีนี้ต้องใช้การดูข้อมูลในระดับ SKU ของแต่ละร้านค้า ฟีเจอร์ SKU ร้านค้า ช่วยให้ดูยอดขายของ SKU เดียวกันแยกตามแต่ละร้านค้า/แพลตฟอร์มได้ ทำให้รู้ทันทีว่า SKU ไหนทำผลงานดีในร้านไหน และ SKU ไหนที่ควรปรับกลยุทธ์การขายในร้านนั้น ๆ

 

ความต้องการที่ 7: อยากรู้ยอดขายและสต็อกของสินค้าแต่ละตัว แบบรวมทุกร้านค้า

อีกความต้องการที่พบบ่อยคือการดูภาพรวมของสินค้าหนึ่งตัว โดยไม่ต้องสนใจว่าขายผ่านร้านค้าหรือแพลตฟอร์มไหน เพื่อใช้ในการวางแผนสต็อกสินค้าทั้งหมด

ฟีเจอร์ SKU Merchant มองจากมุมมองของสินค้าคงคลัง โดยรวมยอดขาย สต็อกคงเหลือ และกำไรขั้นต้นของ SKU นั้นมาไว้ในที่เดียว ไม่ว่าสินค้าจะถูกขายผ่านกี่ร้านค้าหรือกี่แพลตฟอร์มก็ตาม ทำให้การตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าเข้าสต็อกง่ายขึ้น ไม่ต้องคำนวณแยกทีละร้านค้าให้ยุ่งยาก

 

สรุป: การบริหารหลายแพลตฟอร์ม จุดสำคัญคือ "ทำข้อมูลให้เป็นหนึ่งเดียว"

สำหรับผู้ขายที่บริหารร้านค้าบน Shopee, Lazada และ TikTok Shop พร้อมกัน อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ทำงานได้ไม่เต็มที่มักไม่ใช่ "ขายไม่ออก" แต่เป็น "มองข้อมูลไม่เห็นภาพรวม" เพราะข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ตามแพลตฟอร์ม ร้านค้า และ SKU ต่าง ๆ ทำให้การตัดสินใจช้าไปหนึ่งจังหวะเสมอ

เครื่องมืออย่างฟีเจอร์การวิเคราะห์ธุรกิจของ BigSeller จึงออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยตรง คือรวมข้อมูลจากหลายแพลตฟอร์ม หลายร้านค้าไว้ในหน้าเดียว ให้ผู้ขายใช้รายงานเพียงฉบับเดียวมองเห็นภาพรวม ก่อนจะลงรายละเอียดไปที่ร้านค้าหรือช่วงเวลาที่สนใจต่อไป

 

เกี่ยวกับฟีเจอร์การวิเคราะห์ธุรกิจ

การวิเคราะห์ธุรกิจ เป็นฟีเจอร์ของ BigSeller ที่รวบรวมข้อมูลยอดขาย แนวโน้มคำสั่งซื้อ และรายได้ร้านค้าไว้ในหน้าเดียว ประกอบด้วยมุมมองการวิเคราะห์หลัก ได้แก่ แนวโน้มเวลา สถิติช่วงเวลา ตรวจสอบร้านค้า รวมถึงการดูข้อมูลระดับ SKU ผ่าน SKU ร้านค้า และ SKU Merchant รองรับคำสั่งซื้อจาก Shopee, TikTok และ Lazada ช่วยให้ผู้ขายวิเคราะห์ข้อมูลได้หลายมิติ ตั้งแต่ภาพรวมไปจนถึงระดับสินค้าแต่ละตัว โดยไม่ต้องสลับไปมาระหว่างรายงานหลายฉบับ

หากกำลังปวดหัวกับการรวมข้อมูลจากหลายแพลตฟอร์ม ลองสมัครใช้งาน BigSeller เพื่อทดลองใช้ฟีเจอร์การวิเคราะห์ธุรกิจ และให้ข้อมูลเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจของคุณ

👉 ไปที่เว็บไซต์ทางการของ BigSeller เพื่อลงทะเบียนฟรีและทดลองใช้งาน

ผู้เขียน: Gloria
เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO และการดำเนินงานอีคอมเมิร์ซจาก BigSeller มีประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในตลาดประเทศไทย เคยดูแลลูกค้าในหมวดความงามและสุขภาพ รวมถึงแบรนด์ชั้นนำอย่าง Konvy เชี่ยวชาญด้านการเพิ่มประสิทธิภาพร้านค้า การจัดการคำสั่งซื้อ และการใช้ระบบ ERP เพื่อช่วยผู้ขายเพิ่มยอดขายและลดขั้นตอนการทำงาน