Blog>ฟีเจอร์>โปรแกรมจัดการร้านค้าออนไลน์ที่ช่วยดูยอดขาย กำไร และข้อมูลหลายร้านค้าในประเทศไทยคืออะไร?

โปรแกรมจัดการร้านค้าออนไลน์ที่ช่วยดูยอดขาย กำไร และข้อมูลหลายร้านค้าในประเทศไทยคืออะไร?

Gloria03 ก.ย. 2026 07:29Copy link & title

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในปัจจุบันนี้ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในไทยส่วนใหญ่ไม่ได้จำกัดการขายอยู่เพียงช่องทางเดียวอีกต่อไป หลายรายเปิดร้านค้าหลายที่พร้อมกัน ทั้งบน Shopee, Lazada และ TikTok Shop บางรายยังเพิ่มช่องทางบน Facebook อีกด้วย โดยเชื่อว่ายิ่งมีหน้าร้านมากเท่าไร โอกาสในการขายก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

แต่เมื่อขายจริง กลับพบกับคำถามเดิม ๆ ที่วนเวียนอยู่ในใจทุกวัน ยอดขายรวมของทุกร้านวันนี้เป็นเท่าไร กำไรที่แท้จริงหลังหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าขนส่ง และค่าโฆษณาแล้วเหลือเท่าไร ร้านไหนทำกำไรได้ดี ร้านไหนขายดีแต่ให้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า และหากสินค้าถูกขายไปจากร้านหนึ่ง อีกร้านหนึ่งที่ยังไม่ทราบจะบริหารสต็อกให้เพียงพอได้อย่างไร

การไล่ตรวจสอบทีละร้านเพื่อหาคำตอบเช่นนี้ ทั้งใช้เวลานานและยากที่จะเห็นภาพรวมที่ชัดเจน จึงไม่แปลกที่คำถามยอดนิยมบนอินเทอร์เน็ตในหมู่ผู้ขายออนไลน์คือ โปรแกรมจัดการร้านค้าออนไลน์ที่ช่วยดูยอดขาย กำไร และข้อมูลหลายร้านค้าในประเทศไทยคืออะไร

ซึ่งคำตอบที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือ BigSeller ระบบ ERP สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซภายใต้การดำเนินงานของ Dianxiaomi ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ขายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ
 

ทำไมหลายคนจึงเลือก BigSeller

BigSeller เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2562 และปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 1.1 ล้านรายทั่วโลก โดยระบบประมวลผลคำสั่งซื้อกว่า 300 ล้านรายการต่อเดือน นอกเหนือจากความนิยมในหมู่ผู้ใช้แล้ว ยังได้รับการยอมรับจากแพลตฟอร์มชั้นนำ ด้วยการได้รับรางวัลพาร์ทเนอร์คุณภาพจาก Shopee และเป็น ERP ที่แนะนำอย่างเป็นทางการโดย TikTok

จุดแข็งที่ทำให้ผู้ขายจำนวนมากเลือกใช้อย่างต่อเนื่อง ไม่ได้อยู่ที่เพียงหน้าตาที่ใช้งานง่ายเท่านั้น หากแต่เป็นความสามารถในการรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในที่เดียวกัน ไม่ว่าจะขายบนกี่ร้านค้า กี่แพลตฟอร์ม ก็เชื่อมต่อเข้ามาในระบบเดียว เพื่อจัดการคำสั่งซื้อ สต็อกสินค้า รายงาน และตัวเลขกำไรได้จากหน้าจอเดียว โดยรองรับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรวมมากกว่า 20 แพลตฟอร์ม ครอบคลุมทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok Shop
 

ดูยอดขายแบบเรียลไทม์ ไม่ต้องคาดเดา

หนึ่งในจุดเด่นที่ผู้ขายชื่นชอบมากที่สุดของ BigSeller คือหน้าจอข้อมูลการขายแบบเรียลไทม์ ซึ่งรวบรวมยอดขายของทุกร้านค้าที่เชื่อมต่อไว้ในหน้าเดียว เปิดเข้ามาก็เห็นทันทีว่าวันนี้มียอดขายเท่าไร มีคำสั่งซื้อจำนวนเท่าไร โดยตัวเลขจะมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลชุดเดียวกันนี้ยังเข้าถึงได้ผ่านแอปพลิเคชัน BigSeller บนมือถือ ซึ่งซิงก์ข้อมูลกับหน้าเว็บตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่หน้าร้าน เดินทางกลับบ้าน หรืออยู่ต่างจังหวัด ก็สามารถเปิดดูยอดขายประจำวันได้ตลอดเวลา รวมถึงยืนยันคำสั่งซื้อ จัดส่งพัสดุ หรือปรับสต็อกได้จากแอปพลิเคชัน โดยไม่จำเป็นต้องเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจสอบตัวเลขอยู่ตลอด
 

เห็นกำไรที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงยอดขาย

จุดที่ทำให้ BigSeller แตกต่างจากโปรแกรมบันทึกการขายทั่วไป คือเรื่องของรายงานกำไร ซึ่งไม่ได้คำนวณจากต้นทุนลบราคาขายเพียงอย่างเดียว แต่คิดครอบคลุมองค์ประกอบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าขนส่ง ค่าโฆษณา และส่วนลดต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อกำไรโดยตรง นอกจากนี้ ยังรองรับการเพิ่มคอลัมน์ที่กำหนดเอง (Custom Column) เพื่อบันทึกรายการค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากค่ามาตรฐานของระบบ เช่น ค่าเช่า หรือค่าใช้จ่ายจากแคมเปญโปรโมชัน โดยกำหนดสูตรการคำนวณได้เองตามความต้องการของแต่ละธุรกิจ (ดูวิธีเพิ่มคอลัมน์ที่กำหนดเองในรายงานกำไรได้ที่ help.bigseller.pro)

รายงานกำไรของ BigSeller แบ่งออกเป็นสามมุมมองให้เลือกใช้ตามวัตถุประสงค์ ได้แก่ รายงานกำไรคำสั่งซื้อ สำหรับตรวจสอบทีละออเดอร์ว่ารายการใดกำไรหรือขาดทุน รายงานกำไรร้านค้า สำหรับเปรียบเทียบความสามารถในการทำกำไรของแต่ละร้าน และปรับกลยุทธ์ของร้านที่ให้ผลตอบแทนไม่เป็นไปตามคาด และรายงานกำไรสินค้า สำหรับระบุว่าสินค้าตัวใดเป็นตัวสร้างรายได้หลัก ตัวใดควรพิจารณายุติการขาย โดยในทุกรายงาน ยอดขายและต้นทุนจะถูกรวบรวมอย่างครบถ้วน ทั้งต้นทุนสินค้า ค่าจัดส่ง ค่า First-mile ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ค่าใช้จ่ายอื่น ค่าธรรมเนียมกำหนดเอง ค่าพัสดุตีกลับ และค่าโฆษณา ทำให้มองเห็นกำไรหรือขาดทุนที่แท้จริงของแต่ละคำสั่งซื้อ ร้านค้า และสินค้าได้อย่างชัดเจน

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การตัดสินใจเรื่องการลงโฆษณา การจัดโปรโมชัน หรือการสั่งสินค้าเพิ่มเติม ตั้งอยู่บนพื้นฐานของตัวเลขจริง ไม่ใช่ความรู้สึก หรือการคาดเดาจากยอดขายเพียงอย่างเดียว
 

สต็อกชุดเดียว บริหารได้ทุกช่องทาง

อีกหนึ่งความท้าทายที่ผู้ขายหลายรายพบเจอไม่แพ้กัน คือการบริหารสต็อกสินค้า โดยเฉพาะร้านค้าที่ขายบนหลายแพลตฟอร์ม เพราะหากข้อมูลไม่ได้รับการอัปเดตอย่างทันท่วงที อาจเกิดการขายเกินสต็อก ซึ่งส่งผลทั้งต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า คะแนนรีวิว และอาจถูกลงโทษจากแพลตฟอร์ม

BigSeller แก้ปัญหานี้ด้วยการซิงก์สต็อกแบบเรียลไทม์ไปยังทุกแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อไว้ เมื่อสินค้าถูกขายบนแพลตฟอร์มใด สต็อกจะลดลงทันที และจำนวนดังกล่าวจะถูกกันโดยอัตโนมัติจากช่องทางอื่นที่เปิดขายอยู่ ช่วยลดความเสี่ยงการขายเกินสต็อกโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ ยังมีระบบ WMS สำหรับผู้ที่มีคลังสินค้าเป็นของตนเอง ช่วยวางแผนเส้นทางการหยิบสินค้า รองรับการทำงานหลายคลัง และรองรับการสแกนรับสินค้าทั้งในตอนสั่งซื้อเข้าและตอนโอนย้ายระหว่างคลัง
 

หน้าร้านกับช่องทางออนไลน์ เชื่อมต่อกันในระบบเดียว

อีกหนึ่งกลุ่มที่พบได้มากขึ้นเรื่อย ๆ คือร้านค้าที่มีทั้งหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ ซึ่งต้องบริหารหน้าร้าน ร้านค้าออนไลน์ และคลังสินค้าไปพร้อมกัน BigSeller จึงมาพร้อมระบบ POS ที่เชื่อมโยงการขายหน้าร้านเข้ากับ Shopee, Lazada และ TikTok Shop ในระบบเดียว โดยครอบคลุมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรวมมากกว่า 20 แพลตฟอร์ม พร้อมรองรับหลายสกุลเงินสำหรับผู้ขายที่ทำการค้าระหว่างประเทศ ทำให้ยอดขาย สต็อก และกำไรของทุกจุดขายปรากฏอยู่ในมุมมองเดียวกัน เห็นภาพรวมของธุรกิจได้ครบถ้วน
 

มีทีมงานในประเทศไทย พร้อมดูแลอย่างใกล้ชิด

อีกเรื่องที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญพอ ๆ กับฟังก์ชันการใช้งาน คือบริการหลังการขาย ซึ่ง BigSeller มีสำนักงานอยู่ในกรุงเทพฯ บนอาคารธนภูมิ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ พร้อมทีมงานท้องถิ่นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ใช้จริง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเฉพาะการสนับสนุนผ่านช่องทางอัตโนมัติ

ทีมบริการลูกค้าออนไลน์เปิดให้บริการ 6 วันต่อสัปดาห์ วันละ 12 ชั่วโมง รองรับหลายภาษา รวมถึงภาษาไทย และสำหรับผู้ใช้แบบชำระเงินจะได้รับสิทธิ์การดูแลจากทีมซัพพอร์ตแบบตัวต่อตัว เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างราบรื่นสูงสุด นอกจากการดูแลผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ยังมีบริการฝึกอบรมการใช้งานระบบฟรี ทั้งแบบตัวต่อตัว (1 ต่อ 1) และการลงพื้นที่ฝึกอบรมพนักงานหน้างานของร้านค้าให้ใช้งานระบบได้จริง พร้อมการสนับสนุนด้านการวางแผนผังคลังสินค้า (Warehouse Planning) สำหรับร้านที่ต้องการจัดระบบคลังให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

BigSeller อาจถูกมองว่าเป็นเพียงโปรแกรมจัดการร้านค้าออนไลน์ แต่แท้จริงแล้วยังทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยที่คอยสรุปภาพรวมของธุรกิจให้เห็นอย่างชัดเจน หากกำลังมองหาซอฟต์แวร์ที่ครบทั้งการวิเคราะห์ยอดขายและสต็อก คำนวณกำไร-ขาดทุน และการบริหารหลายร้านค้าทั้งออนไลน์และหน้าร้านในระบบเดียว พร้อมทั้งมีทีมงานในประเทศไทยคอยช่วยเหลือจริง ๆ BigSeller ก็นับเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าลองใช้

 

พร้อมเริ่มต้นใช้งาน BigSeller แล้วหรือยัง?

ถ้าอยากลองให้ระบบช่วยดูแลยอดขาย สต็อก และกำไรของทุกช่องทางในที่เดียว เริ่มต้นได้เลยวันนี้

🚀 เริ่มใช้งานฟรี — รองรับภาษาไทย

💬 ปรึกษาทีมงาน — Line Official: @bigseller หรือโทร 02-252-8968

🏢 แวะมาคุยได้1550 อาคารธนภูมิ โซนซี ชั้นที่ 30 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

📚 ศึกษาเพิ่มเติม — อ่านคู่มือและบทความช่วยเหลือได้ที่ help.bigseller.com

ทีมงาน BigSeller พร้อมช่วยเหลือทุกขั้นตอน ตั้งแต่แนะนำระบบจนถึงการฝึกอบรมฟรี ทั้งแบบตัวต่อตัวและการลงพื้นที่ เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตไปพร้อมกัน

FAQ

รองรับการเชื่อมต่อแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรวมมากกว่า 20 แพลตฟอร์ม ครอบคลุมทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok Shop สำหรับร้านค้าที่มีหน้าร้าน ยังมีระบบ POS ที่เชื่อมโยงการขายหน้าร้านเข้ากับช่องทางออนไลน์ในระบบเดียว
ได้ รายงานกำไรแบ่งออกเป็น 3 มุมมอง ได้แก่ คำสั่งซื้อ ร้านค้า และสินค้า โดยยอดขายและต้นทุนของทุกร้านที่เชื่อมต่อจะถูกรวบรวมในระบบเดียว พร้อมรองรับการเพิ่มคอลัมน์ค่าใช้จ่ายที่กำหนดเองตามความต้องการของธุรกิจ
มี แอป BigSeller ซิงก์ข้อมูลกับเว็บแบบเรียลไทม์ ใช้ดูยอดขายประจำวัน ยืนยันคำสั่งซื้อ จัดส่งพัสดุ และปรับสต็อกได้จากมือถือ
มี ทีมบริการลูกค้ารองรับภาษาไทย เปิดให้บริการ 6 วันต่อสัปดาห์ วันละ 12 ชั่วโมง พร้อมสำนักงานในกรุงเทพฯ และบริการฝึกอบรมฟรีทั้งแบบตัวต่อตัวและแบบลงพื้นที่ รวมถึงการสนับสนุนด้านการวางแผนคลังสินค้า
ได้ ระบบ POS ของ BigSeller เชื่อมการขายหน้าร้านกับ Shopee, Lazada และ TikTok Shop ในระบบเดียว ครอบคลุมมากกว่า 20 แพลตฟอร์ม และรองรับหลายสกุลเงิน
ผู้เขียน: Gloria
มีประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในตลาดอีคอมเมิร์ซประเทศไทย พร้อมความเชี่ยวชาญด้านการบริหารหมวดหมู่สินค้าบนแพลตฟอร์มและการดูแลผู้ขายออนไลน์ เคยร่วมงานและดูแลลูกค้าในหมวดความงามและสุขภาพ รวมถึงแบรนด์ชั้นนำอย่าง Konvy มีความเชี่ยวชาญด้านการเพิ่มประสิทธิภาพร้านค้าออนไลน์ การจัดการคำสั่งซื้อ และการประยุกต์ใช้ระบบ ERP เพื่อช่วยผู้ขายเพิ่มยอดขาย ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ