Blog>ข่าวร้อน>ทำไมช่วงนี้เดินห้างแล้วเจอ Toy Story เต็มไปหมด? เมื่อ Toy Story 5 กำลังจะเข้า กระแสคอลแลปก็เริ่มทันที

ทำไมช่วงนี้เดินห้างแล้วเจอ Toy Story เต็มไปหมด? เมื่อ Toy Story 5 กำลังจะเข้า กระแสคอลแลปก็เริ่มทันที

มิวมิว15 พ.ค. 2026 07:52Copy link & title

ช่วงนี้ถ้าคุณลองเดินห้างสรรพสินค้า ไม่ว่าจะเป็นโซนแฟชั่น ซูเปอร์มาร์เก็ต คาเฟ่ หรือแม้แต่ร้านไลฟ์สไตล์ต่างๆ คุณอาจเริ่มสังเกตเห็นสิ่งหนึ่งเหมือนกัน…

จู่ๆ Toy Story ก็กลับมาเต็มไปหมด

ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า แก้วน้ำ ฟิกเกอร์ ของใช้ในบ้าน รวมถึงสินค้า Limited Edition จากหลายแบรนด์ที่เริ่มทยอยเปิดตัวพร้อมกันในช่วงนี้

หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียง “กระแสคอลแลปธรรมดา”
แต่จริงๆ แล้ว เบื้องหลังคือกลยุทธ์ทางการตลาดที่แบรนด์ใหญ่ใช้กันทั่วโลก นั่นคือการเกาะกระแสภาพยนตร์ก่อนเข้าฉาย หรือที่เรียกว่า “Movie Momentum”

และเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Toy Story กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ก็คือ
Toy Story 5 มีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 18 มิถุนายน 2026

ทันทีที่ข่าว ภาพโปรโมต หรือเทรลเลอร์เริ่มถูกปล่อยออกมา โลกของการตลาดก็เริ่มขยับตามทันที
 

Movie Momentum คืออะไร? ทำไมแบรนด์ถึงชอบใช้เวลาหนังใกล้ฉายมาทำการตลาด

Movie Momentum คือกลยุทธ์การตลาดที่อาศัย “แรงส่งของภาพยนตร์” ที่กำลังเป็นกระแส มาช่วยผลักดันยอดขายสินค้าและสร้างการรับรู้แบรนด์

เพราะเมื่อหนังเรื่องใหญ่กำลังจะเข้า ผู้คนมักจะ:

  • เริ่มพูดถึงหนังมากขึ้น

  • ดูตัวอย่างหนัง

  • แชร์คอนเทนต์บน TikTok และ Instagram

  • ค้นหาสินค้าเกี่ยวข้อง

  • กลับมาสนใจตัวละครอีกครั้ง

นี่จึงเป็นจังหวะทองที่แบรนด์ต่างๆ รีบปล่อยสินค้า Collaboration ออกมา

เพราะไม่จำเป็นต้องเริ่มสร้างกระแสจากศูนย์
ตัวภาพยนตร์เองกำลังช่วยสร้าง “Momentum” ให้แบรนด์อยู่แล้ว

Timeline: แบรนด์ไหนเริ่มคอลแลปกับ Toy Story แล้วบ้าง?

แบรนด์

รูปแบบคอลแลป

วันเริ่มวางขาย

Starbucks Korea

แก้วน้ำ / ทัมเบลอร์ Toy Story

15 เมษายน 2026

Meiji Bulgaria

แพ็กเกจลาย Toy Story

เริ่มทยอยวางขายแล้ว

Crocs

รองเท้า + Jibbitz Toy Story

16 มิถุนายน 2026

Toy Story 5

ภาพยนตร์เข้าฉาย

18 มิถุนายน 2026

จะเห็นได้ว่า หลายแบรนด์เริ่มปล่อยสินค้า “ก่อนวันหนังเข้า” หลายสัปดาห์หรือหลายเดือน เพื่อดึงกระแสล่วงหน้า

นี่คือรูปแบบการตลาดที่แบรนด์ระดับโลกนิยมใช้มากขึ้นเรื่อยๆ
 

Meiji Bulgaria x Toy Story เมื่อโยเกิร์ตธรรมดากลายเป็นสินค้าที่คนอยากแชร์


ภาพจาก: IG กินตามโปร


หนึ่งในคอลแลปที่หลายคนเริ่มเห็นตาม Gourmet Market และซูเปอร์มาร์เก็ต คือโยเกิร์ต Meiji Bulgaria ลาย Toy Story

แม้จะเป็นเพียงสินค้า FMCG ทั่วไป แต่เมื่อเปลี่ยนแพ็กเกจให้มี Woody และ Buzz Lightyear สินค้าก็ดูน่าสนใจขึ้นทันที

หลายคนหยิบมาถ่ายรูป แชร์ลงโซเชียล หรือซื้อเพราะ:

  • แพ็กเกจน่ารัก

  • อยากสะสม

  • ชอบตัวละคร

  • รู้สึกว่ามีช่วงเวลาจำกัด

นี่คือพลังของ Movie Momentum ที่ช่วยให้สินค้าธรรมดาถูกพูดถึงมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้งบโฆษณามหาศาล
 

Crocs x Toy Story กับการสร้าง “ไอเท็มแห่งช่วงเวลา”

ภาพจาก : Facebook CURATORS


อีกหนึ่งคอลแลปที่ถูกพูดถึงมาก คือ Crocs x Toy Story ที่มีกำหนดวางขายวันที่ 16 มิถุนายน 2026

ซึ่งอยู่ก่อนวันฉาย Toy Story 5 เพียงไม่กี่วัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ ลูกค้าหลายคนไม่ได้ซื้อเพราะ “ต้องการรองเท้าใหม่”

แต่ซื้อเพราะ:

  • เป็นรุ่นลิมิเต็ด

  • ดีไซน์พิเศษ

  • อยากสะสม

  • อยากถ่ายรูป

  • ไม่อยากตกเทรนด์

เมื่อกระแสภาพยนตร์เริ่มแรง สินค้าคอลแลปจึงกลายเป็นเหมือน “ไอเท็มประจำช่วงเวลา” ที่แฟนๆ ไม่อยากพลาด
 

Starbucks Korea x Toy Story เมื่อแก้วน้ำกลายเป็นของสะสม



ภาพจาก : Disney Thailand Fanclub


อีกหนึ่งตัวอย่างที่กระแสแรงมากบนโซเชียล คือคอลเลกชัน Starbucks Korea x Toy Story ที่เริ่มวางขายตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2026

แม้ตัวหนังจะยังไม่เข้าฉาย แต่ Starbucks Korea เลือกเปิดตัวสินค้าล่วงหน้าหลายเดือน เพื่อสร้างกระแสตั้งแต่เนิ่นๆ

ทั้ง:

  • แก้วน้ำ

  • ทัมเบลอร์

  • พวงกุญแจ

  • สินค้า Limited Collection

กลายเป็นสินค้าที่แฟน Toy Story หลายคนตามหา จนเกิดกระแสรับหิ้วและพรีออเดอร์ในหลายประเทศ

นี่คืออีกตัวอย่างที่ชัดเจนว่า Movie Momentum เริ่มทำงานตั้งแต่ก่อนหนังเข้าฉายจริงนานพอสมควร

ทำไมคอลแลปแบบนี้ถึงขายดี?

เพราะสินค้าไม่ได้ขายแค่ “ฟังก์ชัน”

แต่ขาย:

  • กระแส

  • ความรู้สึก

  • การได้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลานั้น

  • ความ Limited

  • ความอินกับตัวละคร

และเมื่อผู้คนเริ่มแชร์สินค้าบน TikTok, Instagram หรือ Facebook กระแสก็จะยิ่งขยายต่อแบบ Organic ได้ง่ายมาก
 

สิ่งที่ร้านค้าออนไลน์ควรเรียนรู้จากกระแส Toy Story 5

สำหรับร้านค้าออนไลน์ สิ่งสำคัญในยุคนี้อาจไม่ใช่แค่ “ขายอะไร”

แต่คือ “จับกระแสได้เร็วแค่ไหน”

เพราะทันทีที่กระแสเริ่มมา ผู้คนจะเริ่มค้นหา:

  • Toy Story 5

  • Buzz Lightyear

  • Woody

  • Toy Story Collection

  • ของสะสม Toy Story

ร้านที่:

  • ลงสินค้าไว

  • ทำคอนเทนต์ไว

  • ใช้คีย์เวิร์ดทันกระแส

  • จัดหน้าร้านตามเทรนด์ได้เร็ว

มักจะได้เปรียบกว่าร้านอื่นทันที

หลายร้านจึงเริ่ม:

  • ทำคอนเทนต์ตามกระแสหนัง

  • ยิงโปรโมชันก่อนหนังเข้า

  • รวมสินค้าเป็น Collection

  • ใช้ SEO ตามคำค้นที่กำลังมาแรง

  • ทำวิดีโอ TikTok ตามกระแส

เพราะในยุคของไวรัล “ความเร็ว” กลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของร้านค้าออนไลน์
 

เมื่อกระแสมาเร็ว ร้านค้าก็ต้องจัดการหลังบ้านให้เร็วขึ้น

ปัญหาของหลายร้านเวลามีกระแสไวรัล คือออเดอร์เข้าหลายช่องทางพร้อมกัน

ทั้ง Shopee, Lazada, TikTok Shop, Facebook และเว็บไซต์

จนบางครั้งเกิดปัญหา:

  • สต๊อกผิด

  • ออเดอร์ตกหล่น

  • ส่งของช้า

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ร้านค้าออนไลน์จำนวนมากเริ่มใช้ BigSeller เพื่อช่วยบริหารออเดอร์ สต๊อก และสินค้าหลายช่องทางในที่เดียว

โดยเฉพาะช่วงที่กระแสกำลังมาแรง ระบบหลังบ้านที่ดีสามารถช่วยให้ร้าน “เกาะเทรนด์ได้ทัน” โดยไม่ต้องจัดการทุกอย่างแบบแมนนวล

FAQ

Q1: ทำไมช่วงนี้มีสินค้า Toy Story เยอะ?

A1: เพราะ Toy Story 5 กำลังจะเข้าฉายในวันที่ 18 มิถุนายน 2026 ทำให้หลายแบรนด์เริ่มทำคอลแลปเพื่อเกาะกระแสภาพยนตร์
 

Q2: Movie Momentum คืออะไร?

A2: Movie Momentum คือกลยุทธ์การตลาดที่อาศัยกระแสภาพยนตร์ที่กำลังถูกพูดถึง มาช่วยเพิ่มยอดขายและการรับรู้แบรนด์
 

Q3: มีแบรนด์ไหนคอลแลปกับ Toy Story บ้าง?

A3: ตัวอย่างเช่น Meiji Bulgaria, Crocs และ Starbucks Korea
 

Q4 :ทำไมสินค้าคอลแลปถึงขายดี?

A4: พราะผู้บริโภคไม่ได้ซื้อแค่ตัวสินค้า แต่ซื้อกระแส ความรู้สึก ความ Limited และความชอบในตัวละครหรือภาพยนตร์ด้วย
 

สรุป


การกลับมาของ Toy Story 5 ไม่ได้สร้างกระแสแค่ในวงการภาพยนตร์ แต่ยังกระตุ้นทั้งวงการแฟชั่น อาหาร คาเฟ่ ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงอีคอมเมิร์ซให้กลับมาคึกคักไปพร้อมกัน

นี่คือพลังของ “Movie Momentum” เมื่อภาพยนตร์เรื่องหนึ่งเริ่มถูกพูดถึง โลกของสินค้า การตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภคก็เริ่มเคลื่อนไหวตามทันที

สำหรับร้านค้าออนไลน์ นี่อาจเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญว่า บางครั้ง “จังหวะของกระแส” ก็สำคัญไม่แพ้ตัวสินค้าเอง เพราะในช่วงที่เทรนด์กำลังมาแรง ร้านที่สามารถปรับตัวได้เร็ว มักมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าและสร้างยอดขายได้มากกว่า

และเมื่อออเดอร์เริ่มเข้ามาพร้อมกันหลายช่องทาง “ระบบหลังบ้านที่พร้อม” ก็อาจกลายเป็นสิ่งสำคัญพอๆ กับการหาสินค้ามาขายเลยก็ได้

แหล่งอ้างอิงข้อมูล : 1 2 3 4
 

เมื่อกระแสมาเร็ว ร้านที่จัดการหลังบ้านได้ไวกว่าคือร้านที่ได้เปรียบ ลองใช้ BigSeller จัดการสต๊อก ออเดอร์ และหลายแพลตฟอร์มในคลิกเดียว ทดลองใช้ฟรีวันนี้ → BigSeller