Blog>ข่าวร้อน>📢 อัปเดตค่าธรรมเนียม Lazada 2026 ในประเทศไทย: Seller Fee, Premium Package และผลกระทบต่อกำไรผู้ขาย

📢 อัปเดตค่าธรรมเนียม Lazada 2026 ในประเทศไทย: Seller Fee, Premium Package และผลกระทบต่อกำไรผู้ขาย

Gloria22 มิ.ย. 2026 06:49Copy link & title

Lazada ปรับค่าธรรมเนียมปี 2026 คืออะไร? ส่งผลอย่างไรต่อกำไรและต้นทุนผู้ขายในไทย

จากประกาศล่าสุดใน Lazada Seller Center ประเทศไทย ได้มีการอัปเดตโครงสร้างค่าธรรมเนียมใหม่ในปี 2026 ซึ่งครอบคลุมทั้ง Marketplace Service Fee (MSF), Premium Package Fee และระบบการคำนวณค่าธรรมเนียมที่มีความละเอียดมากขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับตัวเลขค่าธรรมเนียม แต่เป็นการปรับ “โครงสร้างต้นทุนของผู้ขาย (Seller Cost Structure)” ทั้งระบบ ทำให้ผู้ขายต้องเริ่มคำนวณกำไรต่อ SKU ใหม่อย่างละเอียดและแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม
 

Marketplace Service Fee (MSF): เปลี่ยนเป็นคิดตามหมวดสินค้า (Category-based Fee)

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือ Marketplace Service Fee จะถูกคำนวณตาม “หมวดสินค้า (Item Category)” แทนระบบเดิม โดยจะคิดเฉพาะออเดอร์ที่จัดส่งสำเร็จแล้ว (Delivered Orders) และอัตราค่าธรรมเนียมจะสัมพันธ์กับราคาสินค้า ส่วนลด และโครงสร้างคำสั่งซื้อ ส่งผลให้ต้นทุนของสินค้าแต่ละหมวดมีความแตกต่างกันมากขึ้น แม้จะอยู่ในร้านเดียวกันก็ตาม

สำหรับผู้ขายในตลาดอีคอมเมิร์ซไทย โดยเฉพาะร้านค้าที่มีหลายหมวดสินค้า เช่น แฟชั่น เครื่องสำอาง และสินค้าอุปโภคบริโภค จะเริ่มเห็นความแตกต่างของกำไรต่อ SKU ชัดเจนขึ้นอย่างมาก ดังนั้นการตั้งราคาสินค้าแบบใช้สูตรเดียวทั้งร้านอาจไม่สามารถสะท้อนกำไรที่แท้จริงได้อีกต่อไป และอาจทำให้เกิดสถานการณ์ “ยอดขายดีแต่กำไรลดลง” ได้ง่ายขึ้น
 

Premium Package Fee: โมเดล “ยิ่งขายดี ยิ่งผูกกับต้นทุนการมองเห็น”

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ Premium Package Fee เป็นค่าธรรมเนียมสำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโปรแกรม Premium Package โดยอัตราค่าธรรมเนียมจะขึ้นอยู่กับหมวดสินค้าและเงื่อนไขของโปรแกรมที่ Lazada กำหนด พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านการตลาดและการเพิ่มการมองเห็นสินค้า

กล่าวอีกมุมหนึ่งคือ ผู้ขายที่ต้องการเข้าถึงทราฟฟิกและเครื่องมือการตลาดของแพลตฟอร์ม จะต้องยอมรับต้นทุนเพิ่มเติมในรูปแบบแพ็กเกจ ซึ่งทำให้การแข่งขันใน Lazada ไม่ได้ขึ้นอยู่กับยอดขายเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่รวมถึง “ความสามารถในการบริหารต้นทุนเพื่อแลกกับทราฟฟิก (Traffic Efficiency)” ด้วย
 

💳 Payment Fee: คงเดิม แต่สัดส่วนต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น

แม้ว่า Payment Fee ยังคงอยู่ที่ 3% (ก่อน VAT) หรือประมาณ 3.21% เมื่อรวม VAT แล้ว แต่เมื่อรวมกับ Marketplace Service Fee และ Premium Package Fee แล้ว ต้นทุนรวมต่อออเดอร์อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงขึ้นอยู่กับหมวดสินค้าและโปรแกรมที่ร้านเข้าร่วม ดังนั้นผู้ขายควรตรวจสอบต้นทุนจริงของแต่ละ SKU อย่างละเอียด  ส่งผลให้ผู้ขายไม่ควรแยกมองค่าใช้จ่ายแต่ละส่วนอีกต่อไป แต่ควรคำนวณเป็น “Total Order Cost” เพื่อให้เห็นกำไรสุทธิที่แท้จริง   


ตัวอย่างการคำนวณค่าธรรมเนียมจริงจาก Lazada


 

ผลกระทบต่อผู้ขายใน Lazada Thailand

ผลกระทบหลักของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือกำไรต่อออเดอร์ที่ลดลงโดยไม่ทันสังเกต โดยเฉพาะสินค้าที่มีมาร์จิ้นต่ำหรืออยู่ในตลาดที่มีการแข่งขันด้านราคา นอกจากนี้การตั้งราคาสินค้าจะต้องแม่นยำมากขึ้นเพราะต้นทุนแต่ละหมวดสินค้าไม่เท่ากัน และที่สำคัญคือกลยุทธ์การทำโปรโมชั่นต้องถูกออกแบบใหม่ เนื่องจากต้นทุนของคูปองและการส่งฟรีถูกเชื่อมเข้ากับโครงสร้างแพ็กเกจมากขึ้นกว่าเดิม

ดังนั้นผู้ขายจำเป็นต้องเปลี่ยนจากการดู “ยอดขายรวม (GMV)” ไปสู่การบริหารแบบ “กำไรต่อ SKU แบบละเอียด (SKU-level Profit Management)” เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
 

วิธีรับมือ: การบริหารกำไรแบบ Real-time สำคัญมากขึ้น

ในสภาพแวดล้อมใหม่ของ Lazada ผู้ขายควรเริ่มปรับ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การคำนวณกำไรใหม่ทุก SKU การแบ่งสินค้าเป็นกลุ่มตามระดับกำไร และการปรับกลยุทธ์ราคาให้สะท้อนต้นทุนจริงมากกว่าราคาตลาดเพียงอย่างเดียว

เพื่อช่วยให้การคำนวณแม่นยำและรวดเร็วขึ้น ผู้ขายสามารถใช้ฟีเจอร์ของ BigSeller คือ “แนะนำฟังก์ชันกำไรโดยประมาณของคำสั่งซื้อ”
👉 https://help.bigseller.com/th/detailPage/3/1/4236/content

ฟีเจอร์นี้ช่วยคำนวณกำไรสุทธิหลังหักค่าธรรมเนียมทั้งหมดของแพลตฟอร์ม ทำให้ผู้ขายสามารถเห็นกำไรจริงต่อออเดอร์แบบอัตโนมัติ ลดความผิดพลาดจากการคำนวณด้วยมือ และช่วยให้ตัดสินใจด้านราคาและโปรโมชั่นได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

สรุป: Lazada 2026 คือการเปลี่ยน “ระบบต้นทุน” ไม่ใช่แค่ “การปรับค่าธรรมเนียม”

โดยสรุป การอัปเดตครั้งนี้ของ Lazada ประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงการปรับค่าธรรมเนียมทั่วไป แต่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างจากระบบแบบรวม ไปสู่ระบบแบบแยกตามหมวดสินค้าและแพ็กเกจการมองเห็นสินค้า ซึ่งทำให้ผู้ขายต้องให้ความสำคัญกับ “กำไรต่อสินค้า” มากกว่ายอดขายรวม และต้องบริหารต้นทุนแบบละเอียดมากขึ้นกว่าเดิม หากต้องการแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในปี 2026 อย่างยั่งยืน

 


 

ต้องการทราบว่าค่าธรรมเนียมใหม่ของ Lazada ส่งผลต่อกำไรของร้านคุณมากแค่ไหน? ลองใช้ฟังก์ชัน "กำไรโดยประมาณของคำสั่งซื้อ" ใน BigSeller เพื่อคำนวณกำไรสุทธิของแต่ละออเดอร์แบบอัตโนมัติ และตัดสินใจด้านราคาได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

ผู้เขียน: Gloria
เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO และการดำเนินงานอีคอมเมิร์ซจาก BigSeller มีประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในตลาดประเทศไทย เคยดูแลลูกค้าในหมวดความงามและสุขภาพ รวมถึงแบรนด์ชั้นนำอย่าง Konvy เชี่ยวชาญด้านการเพิ่มประสิทธิภาพร้านค้า การจัดการคำสั่งซื้อ และการใช้ระบบ ERP เพื่อช่วยผู้ขายเพิ่มยอดขายและลดขั้นตอนการทำงาน