2026 ทบทวนกำไรหลังแคมเปญใหญ่: วิเคราะห์ 3 มิติจาก Shopee, Lazada และ TikTok Shop ด้วย BigSeller
Gloria11 ก.ย. 2026 08:31Copy link & title
ตี 3 ร้านยังเปิดไฟอยู่ คุณเพิ่งดึงรายงานโฆษณาออเดอร์สุดท้ายของแคมเปญนี้ เตรียมคำนวณว่าสุดท้ายเหลือเท่าไหร่ — ตารางซ้อนตาราง ค่าคอมมิชชั่น 1 บรรทัด ค่าโฆษณา 1 บรรทัด ค่าขนส่ง 1 บรรทัด คืนเงิน 1 บรรทัด รวมเสร็จออกมาเป็นตัวเลขตัวเดียว: GMV เพิ่มเป็น 2 เท่าจากแคมเปญก่อน แต่กำไรเหลือแค่ 60%
นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก ขายดีไม่ได้แปลว่าได้กำไร — นี่คือความจริงที่ผู้ขายหลังแคมเปญใหญ่พูดได้ยากที่สุด
ตัวเลขที่บอกว่าแคมเปญนี้ชนะหรือแพ้ ไม่ใช่ยอดขาย แต่คือกำไร รายงานกำไรของ BigSeller คำนวณ "แต่ละออเดอร์ได้กำไรเท่าไหร่ แต่ละร้านได้กำไรเท่าไหร่ แต่ละ SKU ได้กำไรเท่าไหร่" ลงไปถึง 1 บาท โดยไม่ต้องดึงข้อมูลเอง ไม่ต้องประกอบสูตรใน Excel ไม่ต้องนั่งกระทบยอด — ค่าคอมมิชชั่น ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง คืนเงิน จาก Shopee, Lazada, TikTok Shop ทั้ง 3 แพลตฟอร์ม รวมถึงออเดอร์จาก Facebook ออเดอร์ทางแชท ออเดอร์แบบแมนนวล และออเดอร์ POS ทุกช่องทางถูกรวมอัตโนมัติ ด้านล่างนี้คือวิธีคำนวณชุดนี้ลงไปในธุรกิจคุณ ทีละข้อ
1. ทำไมขายดีไม่ได้แปลว่าได้กำไร?
คนแรกที่เปิดดูข้อมูลหลังแคมเปญ มักจะดู GMV ก่อน แต่คำถามที่บอกผลลัพธ์จริงคือคำถามถัดไป: "แล้วกำไรล่ะ?"
ค่าใช้จ่าย 7 รายการด้านล่างนี้ แต่ละรายการกำลังแอบกัดกินกำไรคุณ — คุณคิดว่าขายมากขึ้นย่อมได้กำไรมากขึ้น แต่จริงๆ แล้วแต่ละรายการมีกฎของตัวเองที่ดึงเงินออกจากกระเป๋า:
ค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์มแบ่งตามหมวดหมู่
ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม + ค่าบำรุงโครงสร้างพื้นฐาน
ค่าบริการเติบโตอีคอมเมิร์ซ (เฉพาะ TikTok Shop)
ตั้งแต่ 6 พฤษภาคม 2026 สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ 6.96% สินค้าที่ไม่ใช่อิเล็กทรอนิกส์ 8.03% เพดานต่อชิ้น 199 บาท (รวมภาษี) ใช้สำหรับแพลตฟอร์มสมทบค่าจัดส่งฟรีและแรงจูงใจการเข้าถึง (ดู คำอธิบายค่าบริการเติบโตอีคอมเมิร์ซ TikTok Shop)
ค่าโฆษณาคิดตามคลิก
Shopee Ads, Lazada Sponsored Solutions, TikTok Spark Ads คิดค่าตามคลิก/การเข้าถึง ช่วงแคมเปญใหญ่ CPC/CPM มักสูงกว่าช่วงปกติ
แพ็กเกจจูงใจทราฟฟิกช่วงแคมเปญ
Shopee ส่งเสริมทราฟฟิกช่วงแคมเปญผ่านบริการเสริมของผู้ขายอย่าง Express Delivery / Instant Delivery ร้านที่ไม่สมัครจะได้ลำดับความสำคัญต่ำกว่าในช่วงแคมเปญ (นโยบายค่าธรรมเนียม Shopee TH ระบุว่าเป็นแพ็กเกจบริการเสริมที่ผู้ขายเลือกได้)
อัตราการคืนสินค้าสูงกว่าช่วงปกติ
ยอดคืนเงินหักจากกำไรโดยตรง ช่วงแคมเปญใหญ่รายการนี้ผันผวนชัดเจนเป็นพิเศษ
ค่าขนส่งปรับขึ้นชั่วคราว
ค่าขนส่งก่อน-หลังแคมเปญต่างกันมาก ผู้ขนส่งในประเทศอย่าง Kerry, J&T, Flash, SPX จะปรับราคาชั่วคราวช่วงแคมเปญ
สถานการณ์จริงเป็นแบบนี้: ประชุมสัปดาห์แรกหลังแคมเปญ หัวหน้าถามว่า "แคมเปญนี้ได้กำไรเท่าไหร่" คุณเปิดตัวเลข GMV — "ขายได้ 5 ล้านบาท" หัวหน้าถามต่อ "แล้วกำไรล่ะ?" — "…ขอกลับไปดูก่อนครับ/ค่ะ"
นี่คือเหตุผลที่รายงานกำไรของ BigSeller มีอยู่: ทำให้ "ได้กำไรเท่าไหร่" มีคำตอบชัดเจนเหมือน "ขายได้เท่าไหร่"
2. กำไรระดับออเดอร์: แต่ละออเดอร์ได้กำไรหรือขาดทุน ตั้งแต่วินาทีที่ผู้ซื้อจ่ายเงิน
กำไรของคำสั่งซื้อเป็นตัวกำหนดว่าแต่ละธุรกรรมของคุณกำไรหรือขาดทุน — จะดูตั้งแต่วินาทีที่ผู้ซื้อจ่ายเงิน วันที่แพลตฟอร์มโอนเงิน หรือวันที่การคืนสินค้าจบ? คุณอยากดูตั้งแต่จุดไหน BigSeller คำนวณให้หมด
ระบบช่วยรวม 7 รายการค่าใช้จ่าย เปิดเผย "รายจ่ายที่มองไม่เห็น" ทั้งหมดออกมาบนโต๊ะ:
|
รายการค่าใช้จ่าย |
แพลตฟอร์มที่รองรับ |
รายการนี้หยิบเงินจากกระเป๋าคุณไปเท่าไหร่ |
|
ค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์ม |
Shopee/Lazada/TikTok Shop |
แพลตฟอร์มหักตามสัดส่วนหมวดหมู่ เป็นรายการที่เห็นชัดที่สุดช่วงแคมเปญ |
|
ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม |
Shopee/Lazada/TikTok Shop |
สัดส่วนที่หักตั้งแต่วินาทีที่ผู้ซื้อจ่ายเงิน |
|
ค่าบริการ |
Shopee/TikTok Shop |
withholding_tax, bonus_cashback และรายการเบ็ดเตล็ดอื่นๆ |
|
ค่าขนส่งของผู้ขาย |
Shopee/Lazada/TikTok Shop |
ค่าขนส่งที่ผู้ขายจ่ายให้แพลตฟอร์มหลังออเดอร์เสร็จ |
|
ค่าการตลาด |
Lazada |
Free Shipping Max Fee, Sponsored Affiliates |
|
ยอดคืนเงิน |
Shopee/Lazada/TikTok Shop |
ยอดคืนเงินหลังการคืนสินค้าเสร็จ หักจากกำไรโดยตรง |
|
ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ของแพลตฟอร์ม |
Shopee/Lazada/TikTok Shop |
การปรับ การชดเชย delivery_seller_protection_fee ของแพลตฟอร์ม |
กำไรของแต่ละออเดอร์คำนวณอย่างไร 3 ขั้นจบ:
- รายได้ = Shopee Final Amount ที่เกี่ยวข้อง / Lazada Amount Released ที่เกี่ยวข้อง / TikTok Total settlement amount ที่เกี่ยวข้อง (สอดคล้องกับบิลของแพลตฟอร์ม)
- ต้นทุนสินค้า = ต้นทุน SKU Merchant × จำนวน (การคืนสินค้าจะหักอัตโนมัติ ไม่มีเคส "คืนของแล้วแต่ต้นทุนยังค้างอยู่ในออเดอร์")
- กำไร = รายได้ − ต้นทุนสินค้า + ค่าใช้จ่ายอื่นๆ; อัตรากำไร = กำไร / (ยอดขาย SKU + ส่วนลดแพลตฟอร์ม) × 100%
4 ช่วงเวลาคำนวณ กระทบยอดได้โดยไม่ต้องเดา:
|
ช่วงเวลา |
Shopee / TikTok |
Lazada |
Facebook / ออเดอร์ทางแชท / ออเดอร์แบบแมนนวล / ออเดอร์ POS |
|
เวลาสั่งซื้อ |
Order Creation Date |
Order Creation Date |
เวลาสั่งซื้อ |
|
เวลายืนยัน |
Prepaid ใช้เวลาชำระเงิน COD ใช้เวลาสร้าง |
เหมือนกัน |
เวลาสั่งซื้อ |
|
เวลาชำระเงิน |
วันที่แพลตฟอร์มโอนเงิน |
วันที่คำนวณเงินงวดสุดท้าย (ออเดอร์เดียวกันคำนวณหลายครั้งใช้ครั้งล่าสุด) |
เวลาจัดส่งเสร็จ |
|
เวลาเสร็จสิ้น |
สถานะแพลตฟอร์มเปลี่ยนเป็น Completed |
Delivered / Return Or Refund / Lost & Damaged |
เวลาจัดส่งเสร็จ |
สลับช่วงเวลา ความหมายคือ "คุณดูเงินก้อนไหน" เช่น ดูตาม "เวลาเสร็จสิ้น" คือกำไรของออเดอร์ที่ทำธุรกรรมแล้ว ดูตาม "เวลาชำระเงิน" คือกำไรของออเดอร์ที่แพลตฟอร์มโอนเงินแล้ว — ตัวเลขสองตัวต่างกัน แต่ตรงกับบัญชีทั้งคู่
2 ปุ่มที่ช่วยให้คุณนอนหลับได้:
ซิงก์กำไร: ซิงก์ข้อมูลกำไรล่าสุดของ Shopee ไปยัง BigSeller อัตโนมัติ ให้ทั้งสองฝั่งกระทบยอดตรงกัน (เวลาออเดอร์ภายใน 90 วันสามารถซิงก์ได้) ไม่ต้องนั่งกระทบยอดสองฝั่งด้วยมืออีก
นำเข้า/อัปเดตต้นทุนสินค้า: ใช้ Excel แก้ไขต้นทุนของออเดอร์ที่ทำธุรกรรมแล้วเป็นชุด (สำหรับเคสที่ลืมกรอกตอนลงขายหรือกรอกผิด) ต้นทุนตอนลงขายผิด 1 บาท กำไรทั้งร้านก็ผิด 1 บาท — ปุ่มนี้ช่วยดึงกลับมา
ระบบจะคำนวณอัตโนมัติตี 2 ของวันถัดไปหลังออเดอร์เสร็จ ข้อมูลของวันนี้จะเห็นวันถัดไป — ทำเพื่อให้มั่นใจว่ายอดคำนวณ ยอดคืนเงิน ฯลฯ คงที่แล้ว หลีกเลี่ยงเรื่องแปลกๆ แบบ "วันนี้ดูตัวเลขหนึ่ง พรุ่งนี้เปลี่ยนอีก"
3. กำไรระดับร้าน: จัดอันดับหลายร้านอย่างไร ค่าโฆษณาลงบัญชีอย่างไร
กำไรของร้านค้ารวมตาม "ร้าน" แก้ปัญหา 3 เรื่องที่ทำให้ทีมปฏิบัติการปวดหัวที่สุดหลังแคมเปญ: ค่าโฆษณา ค่าใช้จ่ายชั่วคราว มองภาพรวมหลายร้านไม่ออก
ปัญหา 1: ค่าโฆษณาคำนวณจนมือชา
หลังเชื่อมต่อ Shopee กับ Ad API ค่าโฆษณาจะถูกรวมเข้าตารางกำไรร้านอัตโนมัติในวันถัดไป — ไม่ต้องดาวน์โหลดรายงานโฆษณาจากหลังบ้านมารวมเอง ไม่ต้องมานั่ง VLOOKUP ใน Excel ครึ่งวันตอนสิ้นเดือน
ปัญหา 2: ค่าใช้จ่ายชั่วคราวใส่ลงตารางไม่ได้
"ค่าใช้จ่ายชั่วคราว" ก่อน-หลังแคมเปญ — ค่าวัสดุแคมเปญ ค่าเช่าคลังชั่วคราว ค่าล่วงเวลาทีมแชท ค่าวัสดุบรรจุภัณฑ์ — ถ้าไม่ใส่ในตารางกำไรจะทำให้ประมาณกำไรสูงเกินจริง ฟีเจอร์ค่าธรรมเนียมกำหนดเองของ BigSeller รองรับการแบ่งใส่ร้าน 4 วิธี:
วิธีแบ่ง
ตรรกะการคำนวณ
ค่าใช้จ่ายแบบไหนใช้วิธีนี้
ตามยอดขายสินค้า
แบ่งตามสัดส่วนยอดขายสินค้าของร้าน
ต้นทุนที่ผูกกับขนาดยอดขาย (เช่น ส่วนแบ่งโฆษณาแคมเปญ)
ตามการขายสินค้า
แบ่งตามสัดส่วนจำนวนชิ้นขายของร้าน
ต้นทุนที่ผูกกับปริมาณการจัดส่ง (เช่น วัสดุบรรจุภัณฑ์)
ตามจำนวนคำสั่งซื้อ
แบ่งตามสัดส่วนจำนวนออเดอร์ต่อวัน (รวมออเดอร์ที่ยกเลิก)
ต้นทุนที่ผูกกับปริมาณออเดอร์ (เช่น ค่าทีมแชท)
ตามจำนวนร้านค้า
แบ่งเท่าๆ กันก่อนให้ร้าน แล้วแบ่งตามจำนวนวัน
ต้นทุนคงที่ที่ผูกกับจำนวนร้าน (เช่น ค่าเช่า)
รอบการแบ่งนานสุด 90 วัน แต่ย้อนหลังได้ถึง 2 ปี ค่าธรรมเนียมกำหนดเองสูงสุด 50 ประเภท หลังแก้ไขการแบ่งระบบจะคำนวณใหม่และอัปเดตกำไรร้านอัตโนมัติ — แก้สูตรครั้งเดียว ทั้งร้านรีเฟรช
ปัญหา 2 เสริม: เลือก 4 วิธีแบ่งไม่ถูก? เทียบกับธุรกิจคุณ
4 วิธีแบ่งเดียวกัน ธุรกิจต่างกัน ตัวเลือกที่ดีที่สุดต่างกันโดยสิ้นเชิง 5 รูปแบบธุรกิจทั่วไปเทียบได้โดยตรง:
|
รูปแบบธุรกิจ |
แบ่งที่แนะนำ |
ตัวอย่างค่าธรรมเนียมกำหนดเอง |
ทำไม |
|
ร้านเดียวแพลตฟอร์มเดียว (เริ่มต้นที่พบบ่อยที่สุด) |
ตามยอดขายสินค้า 100% |
ค่ารายเดือนแพลตฟอร์ม เครื่องมือเสริม Shopee/Lazada |
มีร้านเดียว บันทึกเต็มจำนวน |
|
หลายร้านหมวดเดียวกัน (ขายเอง + กระจายขาย + ร่วมทุน) |
ตามยอดขายสินค้า |
ค่าเช่าคลังร่วม ค่าสปอนเซอร์แบรนด์ |
ยอดขาย = การมีส่วนร่วมจริงของแต่ละร้าน |
|
ผสมราคาสูง + ราคาต่ำ |
ตามการขายสินค้า |
วัสดุบรรจุภัณฑ์ แรงงานหยิบแพ็คจ้าง |
วัสดุ/ปริมาณหยิบผูกกับจำนวนชิ้น ไม่ผูกกับยอดขาย |
|
หลายร้านปริมาณออเดอร์ต่างกันมาก (ร้านหลัก 500 ออเดอร์/วัน + ร้านเสริม 20 ออเดอร์/วัน) |
ตามจำนวนคำสั่งซื้อ |
ทีมแชทจ้าง ค่าธรรมเนียมจัดการออเดอร์ |
ปริมาณงาน ≈ จำนวนออเดอร์ |
|
หลายแพลตฟอร์มหลายคลัง (Shopee คลังตัวเอง + TikTok คลังสามฝ่าย) |
ตามยอดขายสินค้า + ตามการขายสินค้า ผสม |
ค่าขนย้ายข้ามคลัง ค่าขึ้นชั้นวาง |
ค่าเช่าคลังตามจำนวนชิ้น ค่าขนย้าย/ค่าแพลตฟอร์มตามยอดขาย |
คำแนะนำการแบ่งค่าธรรมเนียมกำหนดเองที่พบบ่อย:
|
ประเภทค่าใช้จ่าย |
แบ่งที่แนะนำ |
เหตุผล |
|
วัสดุบรรจุภัณฑ์ (ถุงบับเบิ้ล / กล่อง / เทป) |
ตามการขายสินค้า |
ปริมาณวัสดุ ≈ จำนวนชิ้น |
|
ค่าเช่าคลัง |
ตามยอดขายสินค้า หรือ ตามการขายสินค้า |
ดูสัญญาเช่าตามพื้นที่หรือตามชิ้น |
|
ค่ารายเดือนแพลตฟอร์ม / เครื่องมือเสริม |
ตามจำนวนร้านค้า หรือ ตามยอดขายสินค้า |
ร้านเล็กเป็นหลัก→ตามร้าน; การมีส่วนร่วมต่างกันมาก→ตามยอดขาย |
|
ทีมแชทจ้าง / จัดการหลังขาย |
ตามจำนวนคำสั่งซื้อ |
ปริมาณงาน ≈ จำนวนออเดอร์ |
|
ค่าขนย้ายข้ามคลัง / ค่าขนส่งเพิ่ม |
ใส่ออเดอร์โดยตรง (ไม่แบ่ง) |
ไปกับออเดอร์ |
|
สปอนเซอร์การตลาดแพลตฟอร์ม (สปอนเซอร์แคมเปญ 9.9 / 11.11) |
ตามยอดขายสินค้า |
แบ่งตามการมีส่วนร่วมของแต่ละร้าน |
4 ขั้นปฏิบัติ ทำให้เรื่องการแบ่งถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก:
-
ใช้ยอดขายสินค้าแบ่ง "ค่าใช้จ่ายแบบแบ่ง" ให้จบก่อน — ค่าแพลตฟอร์ม ค่าเช่าคลัง ค่าแรงงานร่วม ครอบคลุม 80% ของสถานการณ์
-
แล้วใช้การขายสินค้าเสริม "ค่าใช้จ่ายแบบลงมือ" — บรรจุภัณฑ์ หยิบแพ็ค ขึ้นชั้นวาง มิติจำนวนชิ้นใกล้เคียงการใช้วัสดุจริงมากกว่า
-
ค่าใช้จ่ายเฉพาะร้านเดียวไม่ต้องแบ่ง — เช่น เครื่องมือไลฟ์ Shopee ที่ร้านใดร้านหนึ่งสมัคร ผูกเข้ากับออเดอร์ของร้านนั้นตรงๆ แม่นยำกว่า
-
สูตรกำหนดเองแบ่งขั้นสองได้ — เช่น "ต้นทุนจัดส่งฟรีคืนของ" = "จำนวนชิ้นที่คืน × ราคาจัดส่งฟรี" สูตรคำนวณกำหนดเองของ BigSeller ใส่ตรงเข้ากำไร ไม่ต้องผ่าน Excel
ปัญหา 3: หลายร้านเทียบในจอเดียว หา "ราชาทำเงิน" ของแคมเปญ
อัตรากำไร สัดส่วนค่าโฆษณาต่อร้าน สัดส่วนการคืนสินค้าต่อร้าน สัดส่วนค่าการตลาดต่อร้าน — เทียบในรายงานเดียวกันได้ ไม่ต้องรวมเอง
3 การเปรียบเทียบที่แนะนำตอนทบทวนหลังแคมเปญ:
-
ร้าน Shopee vs ร้าน Lazada vs ร้าน TikTok Shop — แคมเปญไหนร้านไหนทำเงินได้มากกว่า?
-
ร้านต่างกันในแพลตฟอร์มเดียวกัน — โครงสร้างกำไรของร้านใหม่ vs ร้านเก่าในแคมเปญเดียวกันต่างกันอย่างไร?
-
แคมเปญนี้ vs แคมเปญก่อน — เทียบช่วงเดียวกัน ดูว่ารายการค่าใช้จ่ายไหนโตผิดปกติ?
4. กำไรของสินค้า: "SKU ทำเงิน" กับ "SKU ขาดทุนเงียบ" ของคุณ
กำไรของสินค้าคำนวณตามมิติ SKU Merchant เห็นตัวชี้วัด 21 รายการครบ แต่ที่สำคัญกว่า "21 รายการ" คือ: บอกคุณทันทีว่าแคมเปญนี้ใครทำเงิน ใครแอบขาดทุน
7 ตัวชี้วัดที่ต้องจับตา:
|
ตัวชี้วัด |
สูตร |
ความหมายตอนทบทวนหลังแคมเปญ |
|
รายได้สินค้า |
ยอดขายสินค้า + ส่วนลดแพลตฟอร์ม + ค่าขนส่งผู้ขาย + ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม |
ดูองค์ประกอบ GMV จริง ไม่ใช่ตัวเลขผิวเผิน |
|
ต้นทุนรวม |
ต้นทุน SKU Merchant × จำนวน (การคืนสินค้าจะหัก) |
ดูสัดส่วนต้นทุน กัน "ดูเหมือนกำไรแต่จริงๆ ขาดทุน" |
|
กำไร |
รายได้สินค้า − ต้นทุนสินค้า |
ดูกำไรสัมบูรณ์ — นี่คือเงินที่คุณได้สุดท้าย |
|
กำไรต่อชิ้น |
กำไร / จำนวนที่ขาย |
ดูความสามารถทำเงินต่อชิ้น (ใช้ตัดสินราคา) |
|
อัตรากำไร |
กำไร / (ยอดขายสินค้ารวม + ส่วนลดแพลตฟอร์ม) × 100% |
ดูกำไรสัมพัทธ์ — ราคาถูกไปหรือเปล่า |
|
จำนวนการคืนสินค้า |
จำนวนชิ้นคืนที่ตรงกับ SKU |
ดูขนาดการคืนสินค้า กันการคืนกินกำไรหมด |
|
อัตราการคืนสินค้า |
Shopee/Lazada/TikTok = จำนวนคืน / ยอดขาย × 100% |
ดูสัดส่วนคืน ระบุ SKU ที่คืนสูง |
3 อันดับ SKU ที่แนะนำดูตอนทบทวนหลังแคมเปญ:
-
อันดับทำเงิน: เรียงตามกำไรต่อชิ้น หาแชมป์เปี้ยน SKU ของแคมเปญนี้ — แคมเปญหน้าเน้นสต็อกตัวนี้
-
อันดับขาดทุน: SKU ที่อัตรากำไร ≤ 0 แยกออกมา — ตัดสินใจว่าจะเอาออก ปรับราคา หรือใช้ขายคอมโบช่วย
-
อันดับคืนสินค้า: SKU ที่อัตราคืนสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม แยกออกมา — ตัดสินใจว่าจะปรับคำอธิบายสินค้า (กันความคาดหวังต่างของผู้ซื้อ) ปรับกลยุทธ์สต็อก หรือเอาออกเลย
3 มิติขยาย ให้กำไร SKU "หั่นดู" ได้:
|
มิติขยาย |
คุณค่า |
|
ตามแพลตฟอร์ม |
ดูว่า SKU ไหนทำเงินได้มากกว่าใน Shopee / Lazada / TikTok Shop — แคมเปญหน้างบกระจายไปทางไหน |
|
ตามร้าน |
ดูว่า SKU เดียวกันทำผลงานต่างกันในร้านต่างกันอย่างไร — ร้านไหนตั้งราคาถูกไปหรือเปล่า |
|
ตามคลัง |
ดูว่าต้นทุนและกำไรของคลังต่างกันอย่างไร — คลังไหนต้องปรับ |
กรองเวลานานสุด 366 วัน SKU เดียวกันเจาะดูรายละเอียดได้ (ไฟล์เดียวสูงสุด 20,000 แถว เกินจะแยกไฟล์อัตโนมัติ)
5. ปรับแต่งรายงานให้เข้ากับธุรกิจคุณ: ตั้งค่ากำหนดเองและส่งออก
รายงานกำไรไม่ควรหน้าตาเหมือนเทมเพลต Excel ดีฟอลต์ — มันควรหน้าตาเหมือนธุรกิจคุณ ตัวเลือกการตั้งค่าด้านล่างนี้ ทำให้ข้อมูล "เชื่อฟังคุณ":
1. คอลัมน์กำหนดเอง (มุมมองคอลัมน์คงที่)
ตอนเลื่อนรายงานแนวนอน คอลัมน์ที่ใช้เทียบบ่อยอย่าง SKU อัตราการคืน อัตรากำไร สามารถ "ตรึง" ไว้ทางซ้ายสุดไม่ให้เลื่อนไปได้ — สะดวกในการเทียบหลาย SKU หรือหลายร้าน ไม่ต้องเลื่อนกลับมาคอลัมน์แรกแล้วเลื่อนออกไปอีกครั้ง
2. สูตรกำหนดเอง (รายการค่าธรรมเนียมกำหนดเอง)
ผ่านฟีเจอร์ค่าธรรมเนียมกำหนดเอง ตั้งค่ารายการเฉพาะธุรกิจได้:
- ค่าวัสดุบรรจุภัณฑ์
- เงินอุดหนุนค่าขนส่งช่วงแคมเปญ
- ค่าทีมแชทชั่วคราว
- เงินประกันแพลตฟอร์มแบ่งจ่าย
- ค่าใช้จ่ายเฉพาะไลฟ์สด
แต่ละรายการแบ่งใส่ร้านได้ 4 วิธี (ตามยอดขายสินค้า/ตามการขายสินค้า/ตามจำนวนคำสั่งซื้อ/ตามจำนวนร้านค้า)
3. สลับสกุลเงิน
ช่วงแคมเปญผู้ขายหลายคนรันทั้งร้านไทยและร้านมาเลเซียพร้อมกัน — ร้านข้ามสกุลเงิน (ร้านบาท + ร้านดอลลาร์) เทียบอัตรากำไรในรายงานเดียวกันได้โดยตรง ไม่ต้องสลับชุดบัญชี ไม่ต้องแลกเงินเอง ระบบคำนวณตามสกุลเงินของตลาดบัญชีผู้ใช้ BigSeller อัตโนมัติ:
- สกุลเงินร้าน = สกุลเงินตลาดผู้ใช้ → คำนวณตรง
- สกุลเงินร้าน ≠ สกุลเงินตลาดผู้ใช้ → แปลงเป็นดอลลาร์ก่อน แล้วแปลงเป็นสกุลเงินตลาดผู้ใช้
4. ส่งออกข้อมูล
ทุกรายงานทุกมิติรองรับการดาวน์โหลดเป็น Excel เพื่อประมวลผลต่อหรือรายงาน:
- รายงานกำไรของคำสั่งซื้อ: ส่งออกครั้งเดียวรองรับ 3,000 แถว
- รายงานกำไรของสินค้า: ส่งออกครั้งเดียวรองรับ 3,000 แถว ส่งออกมีเฉพาะรหัส SKU และชื่อสินค้า (ไม่มีรูป เพื่อความสะดวกในการประมวลผลต่อ)
ยิ่งล่าช้าวันหนึ่งโดยไม่ดูกำไรจริง งบแคมเปญหน้าก็อาจใช้ข้อมูลผิดเป็นฐาน
เริ่มทบทวนกำไรหลังแคมเปญ ด้วยการเปิดรายงานกำไรของ BigSeller — ทดลองใช้ฟรีทันที
- ผู้ขายที่ใช้ BigSeller อยู่แล้ว: เปิด รายงานกำไร ดูข้อมูลแคมเปญนี้ทันที หรือติดต่อที่ปรึกษาเฉพาะของคุณเพื่อวิเคราะห์กระทบยอดแบบกำหนดเอง
- ผู้ขายที่ยังไม่ได้ใช้ BigSeller: ทดลองใช้ฟรี 7 วัน ไม่ต้องผูกบัตรเครดิต สมัครแล้วใช้ได้เลย
- ผู้ขายที่ยังเทียบ ERP ตัวอื่น: บุ๊คมาร์กคู่มือนี้ไว้ ทบทวนครั้งหน้าเปิดดูได้ทุกเมื่อ หรือเทียบความสามารถคำนวณกำไรของ BigSeller กับเครื่องมือที่คล้ายกัน
รวม "ขายได้เท่าไหร่" และ "ได้กำไรเท่าไหร่" ไว้ในตัวเลขเดียวกัน — เริ่มจากการทบทวนกำไรหลังแคมเปญนี้


