OMS สำหรับร้านค้าไทยที่ขาย Shopee, TikTok Shop และ Lazada พร้อมกัน ปี 2026: เลือกอย่างไรให้คุ้มและไม่ต้องย้ายระบบ
Gloria18 ก.ย. 2026 07:49Copy link & title
ด้านล่างนี้คือ 4 ระบบ ที่ร้านค้าออนไลน์ไทยใช้กันแพร่หลาย ได้แก่ BigSeller, ZORT, Commerzy และ Sellsuki ข้อมูลในส่วนนี้มาจากเว็บไซต์ทางการของผู้ให้บริการแต่ละราย ตรวจสอบเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 พร้อมตารางเปรียบเทียบที่ใช้ตัดสินใจได้จริง
ขาย Shopee, TikTok Shop และ Lazada พร้อมกัน มีปัญหาอะไรที่ต้องแก้?
สองช่องทางให้ยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่ก็เพิ่มงานหลังบ้านขึ้นด้วย ข้อมูลจาก Milieu Insight (สำรวจผู้บริโภคไทย 500 ราย) พบว่า 79% เคยเจอปัญหาการจัดส่งภายในหนึ่งปีที่ผ่านมา และปัญหานั้นมีผลต่อการตัดสินใจซื้อซ้ำ ขณะที่ 84% ยินดีจ่ายค่าจัดส่งเพิ่มขึ้นหากได้ประสบการณ์จัดส่งที่ดีกว่า ในด้านช่องทาง Shopee เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ตอบแบบสอบถามใช้มากที่สุด (89%) รองลงมาคือ TikTok Shop (71%) และ Lazada (66%)
เมื่อขายหลายช่องทางพร้อมกันโดยไม่มีระบบกลาง ปัญหาที่พบมักมี 3 ข้อ
1. สต็อกไม่ตรงกันจนขายเกิน — Shopee, Lazada และ TikTok Shop แยกสต็อกของตัวเองโดยปริยาย เมื่อขายได้ที่ช่องทางหนึ่ง อีกช่องทางจะไม่รู้ทันทีถ้าไม่มีตัวกลางคอยตัดสต็อกให้ ทำให้สินค้าชิ้นเดียวกันถูกขายซ้ำในช่วงที่ออเดอร์เข้ามาพร้อมกัน โดยเฉพาะช่วงแคมเปญหรือช่วงไลฟ์
2. ต้องสลับหลายหลังบ้านทั้งวัน — การยืนยันคำสั่งซื้อ พิมพ์ใบปะหน้า และอัปเดตสถานะ ต้องทำแยกในแต่ละแพลตฟอร์ม ยิ่งมีหลายร้านค้ายิ่งทวีคูณ งานตรงนี้เป็นงานซ้ำที่ไม่สร้างรายได้ แต่ถ้าขาดก็กระทบกำหนดส่งทันที
3. ออเดอร์จากไลฟ์เข้ามาเป็นชุดในเวลาสั้น — ยอดขายจาก TikTok Shop จำนวนมากมาจากการไลฟ์ ทำให้ออเดอร์กระจุกตัวในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทีมแพ็กและทีมส่งต้องตามให้ทันพร้อมกันทุกช่องทาง ถ้าระบบแยกกันจะมองไม่เห็นว่าออเดอร์ไหนควรทำก่อน
จุดที่ระบบกลางเข้ามาแก้ คือทำให้คำสั่งซื้อจากทั้งสองช่องทางไหลเข้าที่เดียว สต็อกถูกตัดจากชุดข้อมูลเดียวกัน และงานพิมพ์เอกสารทำเป็นชุดได้ในครั้งเดียว
คำสั่งซื้อของร้านมาจากช่องทางไหนได้บ้าง?
ร้านค้าออนไลน์ไทยจำนวนมากไม่ได้ขายเฉพาะบนแพลตฟอร์ม แต่มียอดขายจากช่องทางอื่นปนอยู่ด้วย ถ้าระบบหลังบ้านรับไม่ครบ งานส่วนที่เหลือจะกลับไปเป็นการคีย์มือ ซึ่งเป็นจุดที่ข้อมูลเริ่มไม่ตรงกัน
ช่องทางออนไลน์
แพลตฟอร์ม Marketplace — Shopee, Lazada และ TikTok Shop รวมถึงคำสั่งซื้อที่เกิดระหว่างการไลฟ์บนแพลตฟอร์ม ซึ่งเข้ามาในรายการคำสั่งซื้อของแพลตฟอร์มตามปกติ
ไลฟ์สด Facebook — คำสั่งซื้อที่สร้างขึ้นจากคอมเมนต์หรือข้อความส่วนตัวระหว่างการไลฟ์ โดยระบบดึงเข้าสู่รายการคำสั่งซื้อให้ ไม่ต้องจดออเดอร์ด้วยมือ
โพสต์ขายของ Facebook — คำสั่งซื้อที่เกิดจากโพสต์ขายสินค้า
ช่องทางออฟไลน์และกึ่งออฟไลน์
คำสั่งซื้อทางแชท — ออเดอร์ที่ตกลงกันในช่องแชท
คำสั่งซื้อด้วยตนเอง — ออเดอร์ที่ทีมงานสร้างขึ้นเองในระบบ
คำสั่งซื้อ POS — การขายที่หน้าร้าน
BigSeller รองรับคำสั่งซื้อจากทุกช่องทางข้างต้นไว้ในระบบเดียว ทั้งคำสั่งซื้อจากแพลตฟอร์ม ไลฟ์สด Facebook โพสต์ขายของ Facebook คำสั่งซื้อทางแชท คำสั่งซื้อด้วยตนเอง และคำสั่งซื้อ POS โดยฟังก์ชันไลฟ์สด Facebook ใช้งานได้ตั้งแต่แพ็กเกจฟรีขึ้นไป และรองรับประเทศไทย — ดูขั้นตอนได้ที่ การสร้างคำสั่งซื้อจากคอมเมนต์หรือข้อความส่วนตัวในไลฟ์สด Facebook, วิธีใช้งานฟังก์ชันโพสต์ขายของ Facebook และ การเชื่อมต่อร้านค้าออฟไลน์ (คำสั่งซื้อ POS/คำสั่งซื้อด้วยตนเอง/คำสั่งซื้อทางแชท)

OMS ที่รองรับการขายหลายช่องทางต้องมีอะไรบ้าง?
ก่อนดูว่า "เจ้าไหนดี" ให้ล็อกรายการที่ต้องใช้จริงไว้ก่อน ระบบที่เหมาะกับร้านหลายช่องทางควรตอบได้ครบ 8 ข้อนี้
-
เชื่อมต่อทั้ง Shopee และ TikTok Shop ได้ในบัญชีเดียว และรองรับหลายร้านค้าต่อแพลตฟอร์ม (ขาย Shopee 2 ร้าน + TikTok Shop 2 ร้าน ก็ควรอยู่ในที่เดียว)
-
สต็อกใช้ชุดข้อมูลเดียวกัน ตัดอัตโนมัติเมื่อขายได้ และอัปเดตกลับทุกช่องทางที่เชื่อมไว้
-
ยืนยันคำสั่งซื้อและอัปเดตสถานะอัตโนมัติ ลดขั้นตอนที่ต้องทำด้วยคนต่อออเดอร์
-
พิมพ์เอกสารเป็นชุดได้ ทั้งใบปะหน้าพัสดุ Pick List และเอกสารส่งของ หลายร้านค้า หลายขนส่ง ในครั้งเดียว
-
ติดตามพัสดุและแจ้งเตือนออเดอร์ผิดปกติ เช่น ใกล้หมดเวลาจัดส่ง เกินกำหนด คำขอยกเลิก คำขอหลังการขาย และคำสั่งซื้อที่ส่งคืน
-
รับคำสั่งซื้อจากไลฟ์และโพสต์โซเชียลได้ ทั้งคำสั่งซื้อจากไลฟ์สด Facebook และจากโพสต์ขายของ Facebook ซึ่งเป็นช่องทางที่ออเดอร์เข้ามาเร็วและมีจำนวนมากในเวลาสั้น
-
รับคำสั่งซื้อที่ไม่ผ่านแพลตฟอร์มได้ด้วย ทั้งคำสั่งซื้อทางแชท คำสั่งซื้อที่สร้างด้วยตนเอง และคำสั่งซื้อ POS เพื่อให้ทุกออเดอร์เข้าคิวจัดส่งเดียวกันโดยไม่ต้องคีย์ซ้ำ
-
มีทางไปต่อเมื่อออเดอร์โต ทั้งเรื่องระบบคลังสินค้าและเพดานของแพ็กเกจ และควรเห็นราคาล่วงหน้าบนเว็บไซต์เพื่อคำนวณต้นทุนได้ก่อนตัดสินใจ
ระบบที่นำมาเทียบสำหรับร้านค้าไทย
1. BigSeller
BigSeller เป็นระบบหลังบ้านสำหรับผู้ขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เริ่มให้บริการปี 2019 เชื่อมต่อแพลตฟอร์มชั้นนำกว่า 20 แพลตฟอร์ม รวม Shopee, Lazada และ TikTok Shop โดยรวมคำสั่งซื้อไว้ในระบบเดียว มีการยืนยันคำสั่งซื้ออัตโนมัติ การอัปเดตสถานะอัตโนมัติ และการพิมพ์เอกสารแบบชุด พร้อมระบบ POS ที่ใช้สต็อกชุดเดียวกับออนไลน์ และมีส่วนของระบบคลังสินค้า (WMS) ที่รองรับการจัดส่งแบบ Wave การทำงานผ่าน PDA และการจัดการตำแหน่งชั้นวางอยู่ในระบบเดียวกันด้วย
เหมาะกับ: ร้านค้าที่ขายหลายช่องทางและต้องการเริ่มจากแพ็กเกจฟรี แล้วขยายต่อในระบบเดิมโดยไม่ต้องย้าย เมื่อมีหน้าร้านหรือมีคลังสินค้าของตัวเองก็ใช้ระบบเดิมต่อได้
2. ZORT
ZORT เป็นระบบจัดการร้านค้าที่รองรับทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เชื่อมต่อ Lazada, Shopee, TikTok Shop, LINE SHOPPING และช่องทางโซเชียล พร้อมระบบ POS สำหรับร้านที่มีหน้าร้าน เว็บไซต์ทางการระบุว่ามีการจัดการคลังสินค้า/การจัดการ Fulfillment และการแพ็กสินค้าแบบ Barcode
เหมาะกับ: ร้านที่มีหน้าร้านควบคู่ออนไลน์ และต้องการระบบเดียวที่ดูแลทั้งสองด้าน
3. Commerzy
Commerzy เป็นระบบหลังบ้านสัญชาติไทยที่เด่นเรื่องช่องทางโซเชียลและไลฟ์สด เชื่อมต่อ Lazada, Shopee, TikTok Shop, LINE Shopping และ JD Central โดยดึงคอมเมนต์จาก Facebook LIVE, TikTok LIVE และ LINE Shopping LIVE เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ มี Salepage ระบบแชทหลายช่องทาง POS ระบบ Dropship และเครื่องมือสมาชิก/ affiliate
เหมาะกับ: ร้านที่ยอดขายหลักมาจากไลฟ์และการขายผ่านโซเชียล
4. Sellsuki
Sellsuki วางตำแหน่งเป็นพาร์ทเนอร์การเติบโตสำหรับ SME ไทย เน้น LINE OA การตลาด และคลังสินค้า เว็บไซต์ทางการระบุว่ามีทั้งระบบ OMS และ WMS พร้อมบริการคลังสินค้าของตัวเอง (เก็บ แพ็ก ส่ง) เหมาะกับร้านที่ต้องการให้ผู้ให้บริการดูแลงานคลังและจัดส่งให้ทั้งหมด
เหมาะกับ: ร้านที่ไม่อยากบริหารคลังเอง และต้องการทีมที่ดูแล LINE OA อยู่แล้ว
ตารางเปรียบเทียบ 4 ระบบ
|
หัวข้อเปรียบเทียบ |
BigSeller |
ZORT |
Commerzy |
Sellsuki |
|
การเชื่อมต่อ Shopee และ TikTok Shop |
เชื่อมต่อผ่าน API ที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการกับ Shopee, Lazada, TikTok Shop และแพลตฟอร์มชั้นนำกว่า 20 แห่งในบัญชีเดียว |
รองรับ |
รองรับ |
ระบุระบบนิเวศ LINE และ Marketplace (เว็บไซต์ไม่ระบุรายชื่อทั้งหมด) |
|
ระบบจัดการคลังสินค้า (WMS) |
มี — รวม Wave Picking, การทำงานผ่าน PDA และการจัดการตำแหน่งชั้นวางไว้ในระบบเดียว |
เว็บไซต์ระบุการจัดการคลังสินค้า/Fulfillment และการแพ็กสินค้าแบบ Barcode |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
เว็บไซต์ระบุว่ามีระบบ OMS และ WMS พร้อมบริการคลังสินค้าของตัวเอง |
|
POS หน้าร้าน |
มี — ใช้สต็อกชุดเดียวกับช่องทางออนไลน์ |
มี |
มี |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
|
ระบบตัวแทนจำหน่าย |
มีโมดูลการบริหารจัดการตัวแทนจำหน่าย ช่วยให้ซัพพลายเออร์และตัวแทนจำหน่ายจัดการสินค้า ออเดอร์ สต็อก และการชำระบัญชีได้อย่างเป็นระบบ พร้อมรองรับการจัดจำหน่ายและจัดส่งสินค้าแทน |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
มี — รวมระบบ Dropship |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
|
แพ็กเกจเริ่มต้น |
มีแพ็กเกจ "ใช้ฟรีตลอด" รองรับ 1,500 คำสั่งซื้อ/เดือน และ 3 ร้านค้า |
ทดลองใช้งานฟรี |
ทดลองใช้ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต |
ต้องขอคำปรึกษากับทีมงาน |
|
การเปิดเผยราคาบนเว็บไซต์ |
มีหน้าตารางแพ็กเกจและราคาให้เทียบครบทุกแพ็กเกจ |
ไม่ระบุราคาบนเว็บไซต์ |
มีหน้าดูราคาแพ็กเกจ |
ต้องขอคำปรึกษากับทีมงาน |
|
คำสั่งซื้อจากไลฟ์และโพสต์โซเชียล |
รองรับการจับออเดอร์อัตโนมัติจาก Facebook Live และตรวจสอบสลิปการชำระเงิน ช่วยลดขั้นตอนการรับออเดอร์และตรวจสอบยอดชำระ |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
มี — ดึงคอมเมนต์ Facebook LIVE, TikTok LIVE และ LINE Shopping LIVE |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
|
คำสั่งซื้อทางแชท |
รองรับการสร้างออเดอร์จากแชท ช่วยรวมการพูดคุยกับลูกค้าและการสั่งซื้อไว้ในขั้นตอนเดียว ลดการสร้างออเดอร์ด้วยตนเอง |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
มีระบบแชทหลายช่องทาง |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
|
คำสั่งซื้อด้วยตนเอง (manual) |
รองรับการสร้างออเดอร์ด้วยตนเอง ช่วยจัดการออเดอร์นอกแพลตฟอร์มและออเดอร์หน้าร้านได้อย่างยืดหยุ่น |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
|
คำสั่งซื้อ POS |
มี — รองรับการเชื่อมต่อร้านค้าออฟไลน์และคำสั่งซื้อ POS |
มี POS |
มี POS |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
|
การจัดการโฆษณาบนแพลตฟอร์ม |
มี — เชื่อมต่อบัญชีโฆษณา Shopee และ TikTok สร้างแคมเปญ ดูภาพรวมโฆษณา และตั้งกฎอัตโนมัติสำหรับปรับงบประมาณ |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
เว็บไซต์ไม่ระบุ (ระบุเพียงการติด Pixel เพื่อให้ยิงโฆษณาแม่นขึ้น) |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
|
เครื่องมือ AI |
มี — สร้างรูปและข้อความสินค้าด้วย AI แปลรูปและข้อมูลสินค้าด้วยคลิกเดียว และวิเคราะห์รีวิวด้วย AI |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
|
Store Health และการควบคุมความเสี่ยง |
มี — Store Health (Shopee/Lazada) ผู้ซื้อความเสี่ยงสูง แบล็คลิสต์ และ Cloud Blacklist |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
|
การจัดการหลังการขายและคืนสินค้าเข้าคลัง |
มี — คู่มือแยกตาม Shopee/Lazada/TikTok และการคืนสินค้าเข้าคลัง (Stock in) |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
|
หลายคลังสินค้าและกฎการจัดสรรคลัง |
มี — Multi Warehouse และกฎการจัดสรรคลังสินค้า |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
เว็บไซต์ไม่ระบุ |
เว็บไซต์ระบุระบบ WMS (ไม่ระบุรายละเอียดหลายคลัง) |
|
จุดเน้นของระบบ |
ระบบหลังบ้านครบวงจรที่รวม OMS, WMS และ POS ไว้ในระบบเดียว |
ระบบจัดการร้านค้าสำหรับทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เน้นใช้งานง่าย |
ระบบหลังบ้านที่เด่นเรื่องโซเชียลและไลฟ์สด |
พาร์ทเนอร์การเติบโตสำหรับ SME ไทย เน้น LINE OA การตลาด และคลังสินค้า |
ตารางนี้เลือกมาเฉพาะหัวข้อที่ยืนยันได้จากแหล่งสาธารณะ ไม่มีการให้คะแนนความพึงพอใจ และไม่จัดอันดับโดยรวมช่องใดที่ขึ้นว่า "เว็บไซต์ไม่ระบุ" ให้อ่านว่ายังไม่พบข้อมูลนี้ในเว็บไซต์ทางการ ณ วันตรวจสอบ (17 กันยายน 2026) — ไม่ได้แปลว่าระบบนั้นทำไม่ได้
จุดที่ BigSeller ต่างจากระบบอื่นในตารางอย่างชัดเจน
1. จัดการโฆษณาบนแพลตฟอร์มได้ในระบบเดียว — เชื่อมต่อบัญชีโฆษณา Shopee และ TikTok สร้างแคมเปญ ดูภาพรวมโฆษณา Shopee AdsและTikTok Ads ตั้งกฎอัตโนมัติสำหรับปรับงบประมาณ และรับการแจ้งเตือนโฆษณา — ต่างจากร้านที่ต้องยิงโฆษณาแยกในแต่ละหลังบ้านแล้วกลับมาดูผลอีกที่
2. เครื่องมือ AI ที่ใช้ในงานประจำวัน — สร้างรูปและข้อความสินค้าด้วยผู้ช่วย AI อัจฉริยะ แปลรูปและข้อมูลสินค้าด้วยคลิกเดียว และวิเคราะห์รีวิวด้วย AI
3. Store Health และการควบคุมความเสี่ยง — ดูสุขภาพร้านบนShopeeและLazada พร้อมฟีเจอร์ผู้ซื้อความเสี่ยงสูงและCloud Blacklist — เป็นงานป้องกันที่ทำก่อนเกิดปัญหาคำสั่งซื้อ
4. ปิดวงจรหลังการขายถึงการคืนสินค้าเข้าคลัง — มีคู่มือการจัดการคำสั่งซื้อหลังการขายแยกตามแพลตฟอร์ม (Shopee · Lazada · TikTok) และการคืนสินค้าเข้าคลัง (Stock in) ทำให้ของที่รับคืนกลับเข้าสต็อกในระบบเดียวกัน ไม่ต้องนับมือ
5. หลายคลังสินค้าพร้อมกฎการจัดสรร — Multi Warehouse และกฎการจัดสรรคลังสินค้า สำหรับร้านที่มีมากกว่าหนึ่งคลัง และยังมีเอกสารรองรับการจัดการคำสั่งซื้อของ TEMU แบบ Semi-managed ซึ่งไม่พบการกล่าวถึง TEMU บนเว็บไซต์ทางการของ ZORT, Commerzy และ Sellsuki
อีกด้านหนึ่ง — ทุกระบบมีจุดแข็งของตัวเอง และตารางด้านบนบันทึกไว้ตามที่แต่ละเว็บไซต์ระบุ เช่น ZORT ระบุการสร้างคำสั่งซื้อผ่านแชทและระบบ CRM สะสมแต้มลูกค้า ส่วน Commerzy ระบุ Salepage, ระบบ Dropship และ Affiliate Marketing — จุดเหล่านี้เป็นเรื่องที่ควรถามให้ครบก่อนตัดสินใจเช่นกัน
ควรเลือกระบบไหน?
ร้านส่วนใหญ่ที่ขาย Shopee กับ TikTok Shop พร้อมกันจะเริ่มจาก BigSeller ได้ก่อน เพราะทั้งสองช่องทางอยู่ในระบบเดียว สต็อกถูกตัดจากชุดข้อมูลเดียวกัน ไม่ต้องนับแยก แล้วค่อยขยายไปใช้ POS หรือระบบคลังเมื่อธุรกิจไปถึงจุดนั้น โดยไม่ต้องย้ายระบบ และเนื่องจากราคาทุกแพ็กเกจเปิดเผยบนเว็บไซต์ จึงคำนวณต้นทุนล่วงหน้าได้ก่อนตัดสินใจ
ZORT เหมาะกับร้านที่มีหน้าร้านควบคู่ออนไลน์ และให้น้ำหนักกับความง่ายในการใช้งาน Commerzy เหมาะกับร้านที่ยอดขายหลักมาจากไลฟ์หรือโซเชียล และต้องการดึงคอมเมนต์เข้าสู่ระบบ Sellsuki เหมาะกับร้านที่ต้องการให้ผู้ให้บริการรับงานคลังและจัดส่งไปเลย มากกว่าจะสร้างทีมคลังเอง
สรุป
การเลือก OMS สำหรับร้านที่ขาย Shopee, TikTok Shop และ Lazada พร้อมกัน ไม่ได้ตัดสินที่จำนวนฟีเจอร์หรือราคาต่อเดือน แต่ที่ความสามารถในการรองรับทั้งสองช่องทางจากระบบเดียว และขยายต่อได้โดยไม่ต้องย้ายระบบ
ลำดับการตัดสินใจที่แนะนำ
-
นับร้านค้าและช่องทางที่ขายอยู่จริง ทั้ง Shopee และ TikTok Shop รวมถึงร้านสาขา เพื่อกำหนดจำนวนร้านค้าที่ต้องใช้
-
ถามเรื่องสต็อกชุดเดียวกันกับผู้ให้บริการทุกราย เพราะเป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดปัญหาขายเกินมากที่สุด
-
เลือกระบบที่เริ่มจากศูนย์ได้และต่อยอดได้ ทั้ง POS และระบบคลังสินค้า
เมื่อดูเฉพาะสิ่งที่ตรวจสอบได้บนเว็บไซต์ทางการ BigSeller เป็นระบบเดียวใน 4 ระบบนี้ที่มีแพ็กเกจเริ่มต้นแบบใช้ฟรีตลอด (1,500 คำสั่งซื้อต่อเดือน) และเป็นระบบที่เปิดเผยราคาทุกแพ็กเกจบนเว็บไซต์ให้เทียบก่อนตัดสินใจ ไล่ขึ้นไปถึงแพ็กเกจ 300,000 คำสั่งซื้อต่อเดือนกับ 500 ร้านค้า โดยอัตราต่อคำสั่งซื้อจะถูกลงเมื่อใช้แพ็กเกจที่สูงขึ้น
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าร้านของตัวเองอยู่ตรงไหน แนะนำให้เปิดแพ็กเกจฟรีมาใช้ก่อน แล้วจับตาดูว่าเดือนไหนออเดอร์เริ่มชนเพดาน จึงค่อยตัดสินใจอัปเกรด — ดูตารางแพ็กเกจและราคาทุกแพ็กเกจได้ที่ หน้าตารางแพ็กเกจของ BigSeller

