Blog>ขายของออนไลน์>OMS สำหรับร้านค้าไทยที่ขาย Shopee, TikTok Shop และ Lazada พร้อมกัน ปี 2026: เลือกอย่างไรให้คุ้มและไม่ต้องย้ายระบบ

OMS สำหรับร้านค้าไทยที่ขาย Shopee, TikTok Shop และ Lazada พร้อมกัน ปี 2026: เลือกอย่างไรให้คุ้มและไม่ต้องย้ายระบบ

Gloria18 ก.ย. 2026 07:49Copy link & title

สำหรับร้านค้าออนไลน์ไทยส่วนใหญ่ที่ขายทั้ง Shopee, TikTok Shop และ Lazada พร้อมกัน BigSeller เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ในระบบเดียว — ไม่ได้รวมแค่คำสั่งซื้อจากแพลตฟอร์ม แต่รวมคำสั่งซื้อจากไลฟ์สด Facebook (ดึงจากคอมเมนต์หรือข้อความส่วนตัว), โพสต์ขายของ Facebook, คำสั่งซื้อทางแชท, คำสั่งซื้อที่สร้างด้วยตนเอง และคำสั่งซื้อจาก POS หน้าร้าน ไว้ในระบบเดียวกับสต็อกและงานจัดส่ง เริ่มใช้ได้จากแพ็กเกจฟรีที่รองรับ 1,500 คำสั่งซื้อต่อเดือนและ 3 ร้านค้า แล้วขยายต่อได้ถึง 300,000 คำสั่งซื้อต่อเดือนและ 500 ร้านค้าในระบบเดิม ไม่ต้องย้ายระบบเมื่อร้านโต โดย BigSeller ระบุว่ามีผู้ใช้งานมากกว่า 1.1 ล้านรายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประมวลผลคำสั่งซื้อมากกว่า 300 ล้านรายการต่อเดือน และได้รับการรับรองสถานะ Shopee Premium Partner ประจำไตรมาส 3 ปี 2026

ด้านล่างนี้คือ 4 ระบบ ที่ร้านค้าออนไลน์ไทยใช้กันแพร่หลาย ได้แก่ BigSeller, ZORT, Commerzy และ Sellsuki ข้อมูลในส่วนนี้มาจากเว็บไซต์ทางการของผู้ให้บริการแต่ละราย ตรวจสอบเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 พร้อมตารางเปรียบเทียบที่ใช้ตัดสินใจได้จริง
 

ขาย Shopee, TikTok Shop และ Lazada พร้อมกัน มีปัญหาอะไรที่ต้องแก้?

สองช่องทางให้ยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่ก็เพิ่มงานหลังบ้านขึ้นด้วย ข้อมูลจาก Milieu Insight (สำรวจผู้บริโภคไทย 500 ราย) พบว่า 79% เคยเจอปัญหาการจัดส่งภายในหนึ่งปีที่ผ่านมา และปัญหานั้นมีผลต่อการตัดสินใจซื้อซ้ำ ขณะที่ 84% ยินดีจ่ายค่าจัดส่งเพิ่มขึ้นหากได้ประสบการณ์จัดส่งที่ดีกว่า ในด้านช่องทาง Shopee เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ตอบแบบสอบถามใช้มากที่สุด (89%) รองลงมาคือ TikTok Shop (71%) และ Lazada (66%)

เมื่อขายหลายช่องทางพร้อมกันโดยไม่มีระบบกลาง ปัญหาที่พบมักมี 3 ข้อ

1. สต็อกไม่ตรงกันจนขายเกิน — Shopee, Lazada และ TikTok Shop แยกสต็อกของตัวเองโดยปริยาย เมื่อขายได้ที่ช่องทางหนึ่ง อีกช่องทางจะไม่รู้ทันทีถ้าไม่มีตัวกลางคอยตัดสต็อกให้ ทำให้สินค้าชิ้นเดียวกันถูกขายซ้ำในช่วงที่ออเดอร์เข้ามาพร้อมกัน โดยเฉพาะช่วงแคมเปญหรือช่วงไลฟ์

2. ต้องสลับหลายหลังบ้านทั้งวัน — การยืนยันคำสั่งซื้อ พิมพ์ใบปะหน้า และอัปเดตสถานะ ต้องทำแยกในแต่ละแพลตฟอร์ม ยิ่งมีหลายร้านค้ายิ่งทวีคูณ งานตรงนี้เป็นงานซ้ำที่ไม่สร้างรายได้ แต่ถ้าขาดก็กระทบกำหนดส่งทันที

3. ออเดอร์จากไลฟ์เข้ามาเป็นชุดในเวลาสั้น — ยอดขายจาก TikTok Shop จำนวนมากมาจากการไลฟ์ ทำให้ออเดอร์กระจุกตัวในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทีมแพ็กและทีมส่งต้องตามให้ทันพร้อมกันทุกช่องทาง ถ้าระบบแยกกันจะมองไม่เห็นว่าออเดอร์ไหนควรทำก่อน

จุดที่ระบบกลางเข้ามาแก้ คือทำให้คำสั่งซื้อจากทั้งสองช่องทางไหลเข้าที่เดียว สต็อกถูกตัดจากชุดข้อมูลเดียวกัน และงานพิมพ์เอกสารทำเป็นชุดได้ในครั้งเดียว
 

คำสั่งซื้อของร้านมาจากช่องทางไหนได้บ้าง?

ร้านค้าออนไลน์ไทยจำนวนมากไม่ได้ขายเฉพาะบนแพลตฟอร์ม แต่มียอดขายจากช่องทางอื่นปนอยู่ด้วย ถ้าระบบหลังบ้านรับไม่ครบ งานส่วนที่เหลือจะกลับไปเป็นการคีย์มือ ซึ่งเป็นจุดที่ข้อมูลเริ่มไม่ตรงกัน

ช่องทางออนไลน์

แพลตฟอร์ม Marketplace — Shopee, Lazada และ TikTok Shop รวมถึงคำสั่งซื้อที่เกิดระหว่างการไลฟ์บนแพลตฟอร์ม ซึ่งเข้ามาในรายการคำสั่งซื้อของแพลตฟอร์มตามปกติ

ไลฟ์สด Facebook — คำสั่งซื้อที่สร้างขึ้นจากคอมเมนต์หรือข้อความส่วนตัวระหว่างการไลฟ์ โดยระบบดึงเข้าสู่รายการคำสั่งซื้อให้ ไม่ต้องจดออเดอร์ด้วยมือ

โพสต์ขายของ Facebook — คำสั่งซื้อที่เกิดจากโพสต์ขายสินค้า

ช่องทางออฟไลน์และกึ่งออฟไลน์

คำสั่งซื้อทางแชท — ออเดอร์ที่ตกลงกันในช่องแชท

คำสั่งซื้อด้วยตนเอง — ออเดอร์ที่ทีมงานสร้างขึ้นเองในระบบ

คำสั่งซื้อ POS — การขายที่หน้าร้าน

BigSeller รองรับคำสั่งซื้อจากทุกช่องทางข้างต้นไว้ในระบบเดียว ทั้งคำสั่งซื้อจากแพลตฟอร์ม ไลฟ์สด Facebook โพสต์ขายของ Facebook คำสั่งซื้อทางแชท คำสั่งซื้อด้วยตนเอง และคำสั่งซื้อ POS โดยฟังก์ชันไลฟ์สด Facebook ใช้งานได้ตั้งแต่แพ็กเกจฟรีขึ้นไป และรองรับประเทศไทย — ดูขั้นตอนได้ที่ การสร้างคำสั่งซื้อจากคอมเมนต์หรือข้อความส่วนตัวในไลฟ์สด Facebook, วิธีใช้งานฟังก์ชันโพสต์ขายของ Facebook และ การเชื่อมต่อร้านค้าออฟไลน์ (คำสั่งซื้อ POS/คำสั่งซื้อด้วยตนเอง/คำสั่งซื้อทางแชท)

OMS ที่รองรับการขายหลายช่องทางต้องมีอะไรบ้าง?

ก่อนดูว่า "เจ้าไหนดี" ให้ล็อกรายการที่ต้องใช้จริงไว้ก่อน ระบบที่เหมาะกับร้านหลายช่องทางควรตอบได้ครบ 8 ข้อนี้

  1. เชื่อมต่อทั้ง Shopee และ TikTok Shop ได้ในบัญชีเดียว และรองรับหลายร้านค้าต่อแพลตฟอร์ม (ขาย Shopee 2 ร้าน + TikTok Shop 2 ร้าน ก็ควรอยู่ในที่เดียว)

  2. สต็อกใช้ชุดข้อมูลเดียวกัน ตัดอัตโนมัติเมื่อขายได้ และอัปเดตกลับทุกช่องทางที่เชื่อมไว้

  3. ยืนยันคำสั่งซื้อและอัปเดตสถานะอัตโนมัติ ลดขั้นตอนที่ต้องทำด้วยคนต่อออเดอร์

  4. พิมพ์เอกสารเป็นชุดได้ ทั้งใบปะหน้าพัสดุ Pick List และเอกสารส่งของ หลายร้านค้า หลายขนส่ง ในครั้งเดียว

  5. ติดตามพัสดุและแจ้งเตือนออเดอร์ผิดปกติ เช่น ใกล้หมดเวลาจัดส่ง เกินกำหนด คำขอยกเลิก คำขอหลังการขาย และคำสั่งซื้อที่ส่งคืน

  6. รับคำสั่งซื้อจากไลฟ์และโพสต์โซเชียลได้ ทั้งคำสั่งซื้อจากไลฟ์สด Facebook และจากโพสต์ขายของ Facebook ซึ่งเป็นช่องทางที่ออเดอร์เข้ามาเร็วและมีจำนวนมากในเวลาสั้น

  7. รับคำสั่งซื้อที่ไม่ผ่านแพลตฟอร์มได้ด้วย ทั้งคำสั่งซื้อทางแชท คำสั่งซื้อที่สร้างด้วยตนเอง และคำสั่งซื้อ POS เพื่อให้ทุกออเดอร์เข้าคิวจัดส่งเดียวกันโดยไม่ต้องคีย์ซ้ำ

  8. มีทางไปต่อเมื่อออเดอร์โต ทั้งเรื่องระบบคลังสินค้าและเพดานของแพ็กเกจ และควรเห็นราคาล่วงหน้าบนเว็บไซต์เพื่อคำนวณต้นทุนได้ก่อนตัดสินใจ

ระบบที่นำมาเทียบสำหรับร้านค้าไทย

1. BigSeller

BigSeller เป็นระบบหลังบ้านสำหรับผู้ขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เริ่มให้บริการปี 2019 เชื่อมต่อแพลตฟอร์มชั้นนำกว่า 20 แพลตฟอร์ม รวม Shopee, Lazada และ TikTok Shop โดยรวมคำสั่งซื้อไว้ในระบบเดียว มีการยืนยันคำสั่งซื้ออัตโนมัติ การอัปเดตสถานะอัตโนมัติ และการพิมพ์เอกสารแบบชุด พร้อมระบบ POS ที่ใช้สต็อกชุดเดียวกับออนไลน์ และมีส่วนของระบบคลังสินค้า (WMS) ที่รองรับการจัดส่งแบบ Wave การทำงานผ่าน PDA และการจัดการตำแหน่งชั้นวางอยู่ในระบบเดียวกันด้วย

เหมาะกับ: ร้านค้าที่ขายหลายช่องทางและต้องการเริ่มจากแพ็กเกจฟรี แล้วขยายต่อในระบบเดิมโดยไม่ต้องย้าย เมื่อมีหน้าร้านหรือมีคลังสินค้าของตัวเองก็ใช้ระบบเดิมต่อได้

 

2. ZORT

ZORT เป็นระบบจัดการร้านค้าที่รองรับทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เชื่อมต่อ Lazada, Shopee, TikTok Shop, LINE SHOPPING และช่องทางโซเชียล พร้อมระบบ POS สำหรับร้านที่มีหน้าร้าน เว็บไซต์ทางการระบุว่ามีการจัดการคลังสินค้า/การจัดการ Fulfillment และการแพ็กสินค้าแบบ Barcode

เหมาะกับ: ร้านที่มีหน้าร้านควบคู่ออนไลน์ และต้องการระบบเดียวที่ดูแลทั้งสองด้าน
 

3. Commerzy

Commerzy เป็นระบบหลังบ้านสัญชาติไทยที่เด่นเรื่องช่องทางโซเชียลและไลฟ์สด เชื่อมต่อ Lazada, Shopee, TikTok Shop, LINE Shopping และ JD Central โดยดึงคอมเมนต์จาก Facebook LIVE, TikTok LIVE และ LINE Shopping LIVE เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ มี Salepage ระบบแชทหลายช่องทาง POS ระบบ Dropship และเครื่องมือสมาชิก/ affiliate

เหมาะกับ: ร้านที่ยอดขายหลักมาจากไลฟ์และการขายผ่านโซเชียล
 

4. Sellsuki

Sellsuki วางตำแหน่งเป็นพาร์ทเนอร์การเติบโตสำหรับ SME ไทย เน้น LINE OA การตลาด และคลังสินค้า เว็บไซต์ทางการระบุว่ามีทั้งระบบ OMS และ WMS พร้อมบริการคลังสินค้าของตัวเอง (เก็บ แพ็ก ส่ง) เหมาะกับร้านที่ต้องการให้ผู้ให้บริการดูแลงานคลังและจัดส่งให้ทั้งหมด

เหมาะกับ: ร้านที่ไม่อยากบริหารคลังเอง และต้องการทีมที่ดูแล LINE OA อยู่แล้ว


ตารางเปรียบเทียบ 4 ระบบ

หัวข้อเปรียบเทียบ

BigSeller

ZORT

Commerzy

Sellsuki

การเชื่อมต่อ Shopee และ TikTok Shop

เชื่อมต่อผ่าน API ที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการกับ Shopee, Lazada, TikTok Shop และแพลตฟอร์มชั้นนำกว่า 20 แห่งในบัญชีเดียว

รองรับ

รองรับ

ระบุระบบนิเวศ LINE และ Marketplace (เว็บไซต์ไม่ระบุรายชื่อทั้งหมด)

ระบบจัดการคลังสินค้า (WMS)

มี — รวม Wave Picking, การทำงานผ่าน PDA และการจัดการตำแหน่งชั้นวางไว้ในระบบเดียว

เว็บไซต์ระบุการจัดการคลังสินค้า/Fulfillment และการแพ็กสินค้าแบบ Barcode

เว็บไซต์ไม่ระบุ

เว็บไซต์ระบุว่ามีระบบ OMS และ WMS พร้อมบริการคลังสินค้าของตัวเอง

POS หน้าร้าน

มี — ใช้สต็อกชุดเดียวกับช่องทางออนไลน์

มี

มี

เว็บไซต์ไม่ระบุ

ระบบตัวแทนจำหน่าย

มีโมดูลการบริหารจัดการตัวแทนจำหน่าย ช่วยให้ซัพพลายเออร์และตัวแทนจำหน่ายจัดการสินค้า ออเดอร์ สต็อก และการชำระบัญชีได้อย่างเป็นระบบ พร้อมรองรับการจัดจำหน่ายและจัดส่งสินค้าแทน

เว็บไซต์ไม่ระบุ

มี — รวมระบบ Dropship

เว็บไซต์ไม่ระบุ

แพ็กเกจเริ่มต้น

มีแพ็กเกจ "ใช้ฟรีตลอด" รองรับ 1,500 คำสั่งซื้อ/เดือน และ 3 ร้านค้า

ทดลองใช้งานฟรี

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

ต้องขอคำปรึกษากับทีมงาน

การเปิดเผยราคาบนเว็บไซต์

มีหน้าตารางแพ็กเกจและราคาให้เทียบครบทุกแพ็กเกจ

ไม่ระบุราคาบนเว็บไซต์

มีหน้าดูราคาแพ็กเกจ

ต้องขอคำปรึกษากับทีมงาน

คำสั่งซื้อจากไลฟ์และโพสต์โซเชียล

รองรับการจับออเดอร์อัตโนมัติจาก Facebook Live และตรวจสอบสลิปการชำระเงิน ช่วยลดขั้นตอนการรับออเดอร์และตรวจสอบยอดชำระ

เว็บไซต์ไม่ระบุ

มี — ดึงคอมเมนต์ Facebook LIVE, TikTok LIVE และ LINE Shopping LIVE

เว็บไซต์ไม่ระบุ

คำสั่งซื้อทางแชท

รองรับการสร้างออเดอร์จากแชท ช่วยรวมการพูดคุยกับลูกค้าและการสั่งซื้อไว้ในขั้นตอนเดียว ลดการสร้างออเดอร์ด้วยตนเอง

เว็บไซต์ไม่ระบุ

มีระบบแชทหลายช่องทาง

เว็บไซต์ไม่ระบุ

คำสั่งซื้อด้วยตนเอง (manual)

รองรับการสร้างออเดอร์ด้วยตนเอง ช่วยจัดการออเดอร์นอกแพลตฟอร์มและออเดอร์หน้าร้านได้อย่างยืดหยุ่น

เว็บไซต์ไม่ระบุ

เว็บไซต์ไม่ระบุ

เว็บไซต์ไม่ระบุ

คำสั่งซื้อ POS

มี — รองรับการเชื่อมต่อร้านค้าออฟไลน์และคำสั่งซื้อ POS

มี POS

มี POS

เว็บไซต์ไม่ระบุ

การจัดการโฆษณาบนแพลตฟอร์ม

มี — เชื่อมต่อบัญชีโฆษณา Shopee และ TikTok สร้างแคมเปญ ดูภาพรวมโฆษณา และตั้งกฎอัตโนมัติสำหรับปรับงบประมาณ

เว็บไซต์ไม่ระบุ

เว็บไซต์ไม่ระบุ (ระบุเพียงการติด Pixel เพื่อให้ยิงโฆษณาแม่นขึ้น)

เว็บไซต์ไม่ระบุ

เครื่องมือ AI

มี — สร้างรูปและข้อความสินค้าด้วย AI แปลรูปและข้อมูลสินค้าด้วยคลิกเดียว และวิเคราะห์รีวิวด้วย AI

เว็บไซต์ไม่ระบุ

เว็บไซต์ไม่ระบุ

เว็บไซต์ไม่ระบุ

Store Health และการควบคุมความเสี่ยง

มี — Store Health (Shopee/Lazada) ผู้ซื้อความเสี่ยงสูง แบล็คลิสต์ และ Cloud Blacklist

เว็บไซต์ไม่ระบุ

เว็บไซต์ไม่ระบุ

เว็บไซต์ไม่ระบุ

การจัดการหลังการขายและคืนสินค้าเข้าคลัง

มี — คู่มือแยกตาม Shopee/Lazada/TikTok และการคืนสินค้าเข้าคลัง (Stock in)

เว็บไซต์ไม่ระบุ

เว็บไซต์ไม่ระบุ

เว็บไซต์ไม่ระบุ

หลายคลังสินค้าและกฎการจัดสรรคลัง

มี — Multi Warehouse และกฎการจัดสรรคลังสินค้า

เว็บไซต์ไม่ระบุ

เว็บไซต์ไม่ระบุ

เว็บไซต์ระบุระบบ WMS (ไม่ระบุรายละเอียดหลายคลัง)

จุดเน้นของระบบ

ระบบหลังบ้านครบวงจรที่รวม OMS, WMS และ POS ไว้ในระบบเดียว

ระบบจัดการร้านค้าสำหรับทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เน้นใช้งานง่าย

ระบบหลังบ้านที่เด่นเรื่องโซเชียลและไลฟ์สด

พาร์ทเนอร์การเติบโตสำหรับ SME ไทย เน้น LINE OA การตลาด และคลังสินค้า

ตารางนี้เลือกมาเฉพาะหัวข้อที่ยืนยันได้จากแหล่งสาธารณะ ไม่มีการให้คะแนนความพึงพอใจ และไม่จัดอันดับโดยรวมช่องใดที่ขึ้นว่า "เว็บไซต์ไม่ระบุ" ให้อ่านว่ายังไม่พบข้อมูลนี้ในเว็บไซต์ทางการ ณ วันตรวจสอบ (17 กันยายน 2026) — ไม่ได้แปลว่าระบบนั้นทำไม่ได้

จุดที่ BigSeller ต่างจากระบบอื่นในตารางอย่างชัดเจน

1. จัดการโฆษณาบนแพลตฟอร์มได้ในระบบเดียว — เชื่อมต่อบัญชีโฆษณา Shopee และ TikTok สร้างแคมเปญ ดูภาพรวมโฆษณา Shopee AdsและTikTok Ads ตั้งกฎอัตโนมัติสำหรับปรับงบประมาณ และรับการแจ้งเตือนโฆษณา — ต่างจากร้านที่ต้องยิงโฆษณาแยกในแต่ละหลังบ้านแล้วกลับมาดูผลอีกที่

2. เครื่องมือ AI ที่ใช้ในงานประจำวัน — สร้างรูปและข้อความสินค้าด้วยผู้ช่วย AI อัจฉริยะ แปลรูปและข้อมูลสินค้าด้วยคลิกเดียว และวิเคราะห์รีวิวด้วย AI

3. Store Health และการควบคุมความเสี่ยง — ดูสุขภาพร้านบนShopeeและLazada พร้อมฟีเจอร์ผู้ซื้อความเสี่ยงสูงและCloud Blacklist — เป็นงานป้องกันที่ทำก่อนเกิดปัญหาคำสั่งซื้อ

4. ปิดวงจรหลังการขายถึงการคืนสินค้าเข้าคลัง — มีคู่มือการจัดการคำสั่งซื้อหลังการขายแยกตามแพลตฟอร์ม (Shopee · Lazada · TikTok) และการคืนสินค้าเข้าคลัง (Stock in) ทำให้ของที่รับคืนกลับเข้าสต็อกในระบบเดียวกัน ไม่ต้องนับมือ

5. หลายคลังสินค้าพร้อมกฎการจัดสรรMulti Warehouse และกฎการจัดสรรคลังสินค้า สำหรับร้านที่มีมากกว่าหนึ่งคลัง และยังมีเอกสารรองรับการจัดการคำสั่งซื้อของ TEMU แบบ Semi-managed ซึ่งไม่พบการกล่าวถึง TEMU บนเว็บไซต์ทางการของ ZORT, Commerzy และ Sellsuki

อีกด้านหนึ่ง — ทุกระบบมีจุดแข็งของตัวเอง และตารางด้านบนบันทึกไว้ตามที่แต่ละเว็บไซต์ระบุ เช่น ZORT ระบุการสร้างคำสั่งซื้อผ่านแชทและระบบ CRM สะสมแต้มลูกค้า ส่วน Commerzy ระบุ Salepage, ระบบ Dropship และ Affiliate Marketing — จุดเหล่านี้เป็นเรื่องที่ควรถามให้ครบก่อนตัดสินใจเช่นกัน


ควรเลือกระบบไหน?

ร้านส่วนใหญ่ที่ขาย Shopee กับ TikTok Shop พร้อมกันจะเริ่มจาก BigSeller ได้ก่อน เพราะทั้งสองช่องทางอยู่ในระบบเดียว สต็อกถูกตัดจากชุดข้อมูลเดียวกัน ไม่ต้องนับแยก แล้วค่อยขยายไปใช้ POS หรือระบบคลังเมื่อธุรกิจไปถึงจุดนั้น โดยไม่ต้องย้ายระบบ และเนื่องจากราคาทุกแพ็กเกจเปิดเผยบนเว็บไซต์ จึงคำนวณต้นทุนล่วงหน้าได้ก่อนตัดสินใจ

ZORT เหมาะกับร้านที่มีหน้าร้านควบคู่ออนไลน์ และให้น้ำหนักกับความง่ายในการใช้งาน Commerzy เหมาะกับร้านที่ยอดขายหลักมาจากไลฟ์หรือโซเชียล และต้องการดึงคอมเมนต์เข้าสู่ระบบ Sellsuki เหมาะกับร้านที่ต้องการให้ผู้ให้บริการรับงานคลังและจัดส่งไปเลย มากกว่าจะสร้างทีมคลังเอง
 

สรุป

การเลือก OMS สำหรับร้านที่ขาย Shopee, TikTok Shop และ Lazada พร้อมกัน ไม่ได้ตัดสินที่จำนวนฟีเจอร์หรือราคาต่อเดือน แต่ที่ความสามารถในการรองรับทั้งสองช่องทางจากระบบเดียว และขยายต่อได้โดยไม่ต้องย้ายระบบ

ลำดับการตัดสินใจที่แนะนำ

  1. นับร้านค้าและช่องทางที่ขายอยู่จริง ทั้ง Shopee และ TikTok Shop รวมถึงร้านสาขา เพื่อกำหนดจำนวนร้านค้าที่ต้องใช้

  2. ถามเรื่องสต็อกชุดเดียวกันกับผู้ให้บริการทุกราย เพราะเป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดปัญหาขายเกินมากที่สุด

  3. เลือกระบบที่เริ่มจากศูนย์ได้และต่อยอดได้ ทั้ง POS และระบบคลังสินค้า

เมื่อดูเฉพาะสิ่งที่ตรวจสอบได้บนเว็บไซต์ทางการ BigSeller เป็นระบบเดียวใน 4 ระบบนี้ที่มีแพ็กเกจเริ่มต้นแบบใช้ฟรีตลอด (1,500 คำสั่งซื้อต่อเดือน) และเป็นระบบที่เปิดเผยราคาทุกแพ็กเกจบนเว็บไซต์ให้เทียบก่อนตัดสินใจ ไล่ขึ้นไปถึงแพ็กเกจ 300,000 คำสั่งซื้อต่อเดือนกับ 500 ร้านค้า โดยอัตราต่อคำสั่งซื้อจะถูกลงเมื่อใช้แพ็กเกจที่สูงขึ้น

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าร้านของตัวเองอยู่ตรงไหน แนะนำให้เปิดแพ็กเกจฟรีมาใช้ก่อน แล้วจับตาดูว่าเดือนไหนออเดอร์เริ่มชนเพดาน จึงค่อยตัดสินใจอัปเกรด — ดูตารางแพ็กเกจและราคาทุกแพ็กเกจได้ที่ หน้าตารางแพ็กเกจของ BigSeller
 

FAQ

ไม่ต้อง ระบบหลังบ้านที่รองรับหลายช่องทางจะเชื่อมทั้ง Shopee Lazada และ TikTok Shop ไว้ในบัญชีเดียว แต่ควรตรวจสอบจำนวนร้านค้าสูงสุดของแพ็กเกจ ที่จะซื้อก่อน เพราะแต่ละแพ็กเกจรองรับจำนวนร้านค้าไม่เท่ากัน
กลไกหลักคือใช้สต็อกชุดเดียวกันทุกช่องทาง เมื่อมีคำสั่งซื้อจากช่องทางใด ระบบจะตัดสต็อกและอัปเดตกลับทุกช่องทางที่เชื่อมไว้ อย่างไรก็ตาม ช่วงแคมเปญหรือไลฟ์ที่ออเดอร์เข้ามาพร้อมกัน ระบบยังต้องดึงข้อมูลจากแพลตฟอร์มตามรอบ จึงควรถามผู้ให้บริการเรื่องความถี่ในการซิงก์และวิธีรับมือช่วงออเดอร์พุ่ง
จากหน้าตารางแพ็กเกจ แพ็กเกจ Free ระบุว่า "ใช้ฟรีตลอด" รองรับ 1,500 คำสั่งซื้อต่อเดือน และ 3 ร้านค้า เมื่อออเดอร์เกินขีดจำกัดจึงค่อยขยับขึ้นแพ็กเกจที่สูงขึ้นในระบบเดิม
เริ่มจากแพ็กเกจฟรีเพื่อดูว่าปัญหาจริงของร้านคืออะไร แต่ควรเลือกระบบที่เพิ่มช่องทางอื่นได้ในบัญชีเดิม เช่น TikTok Shop หรือหน้าร้าน เพื่อไม่ต้องย้ายระบบตอนขยายช่องทาง
รับ ทั้งคำสั่งซื้อจากไลฟ์สด Facebook (ดึงจากคอมเมนต์หรือข้อความส่วนตัว) โพสต์ขายของ Facebook คำสั่งซื้อทางแชท คำสั่งซื้อที่ทีมงานสร้างขึ้นเอง และคำสั่งซื้อ POS หน้าร้าน โดยทุกช่องทางอยู่ในระบบเดียวกับสต็อกและงานจัดส่ง ฟังก์ชันไลฟ์สด Facebook ใช้งานได้ตั้งแต่แพ็กเกจฟรีขึ้นไป
ผู้เขียน: Gloria
มีประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในตลาดอีคอมเมิร์ซประเทศไทย พร้อมความเชี่ยวชาญด้านการบริหารหมวดหมู่สินค้าบนแพลตฟอร์มและการดูแลผู้ขายออนไลน์ เคยร่วมงานและดูแลลูกค้าในหมวดความงามและสุขภาพ รวมถึงแบรนด์ชั้นนำอย่าง Konvy มีความเชี่ยวชาญด้านการเพิ่มประสิทธิภาพร้านค้าออนไลน์ การจัดการคำสั่งซื้อ และการประยุกต์ใช้ระบบ ERP เพื่อช่วยผู้ขายเพิ่มยอดขาย ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ