Blog>ข่าวร้อน>โครงการลดค่าธรรมเนียมการขาย (Commission Fee Relief Program) ของ Shopee — เงื่อนไข วิธีลงทะเบียน และการเตรียมจัดการกำไรก่อนรับสิทธิ์

โครงการลดค่าธรรมเนียมการขาย (Commission Fee Relief Program) ของ Shopee — เงื่อนไข วิธีลงทะเบียน และการเตรียมจัดการกำไรก่อนรับสิทธิ์

Gloria06 พ.ย. 2026 06:31Copy link & title

ค่าธรรมเนียมการขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ขึ้นต่อเนื่องตลอดปี 2569 ทำให้ผู้ขายรายเล็กจำนวนมากเจอปัญหาเดียวกัน: ยอดขายยังเท่าเดิม แต่กำไรหายไปกับค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น โครงการลดค่าธรรมเนียมการขาย (Commission Fee Relief Program) ที่กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับ Shopee จัดขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ผู้ขายไทย SME ทุกร้านควรเข้าใจตั้งแต่เงื่อนไขคุณสมบัติ กำหนดการลงทะเบียน ไปจนถึงการเตรียมตัวจัดการราคาและกำไรให้พร้อมเมื่อสิทธิ์เริ่มมีผล


บทความนี้สรุปให้ครบในที่เดียว: โครงการนี้ลดอะไรให้ใคร ใครมีสิทธิ์บ้างตามประกาศของ Shopee
(28717) ต้องลงทะเบียนอย่างไรและภายในเมื่อไหร่ และหลังจากได้รับสิทธิ์แล้ว จะใช้เครื่องมืออย่าง BigSeller — ERP สำหรับผู้ขาย Southeast Asia ที่รองรับ Shopee, Lazada และ TikTok Shop — ปรับราคาขายตามอัตราค่าธรรมเนียมใหม่ ตรวจจับออเดอร์กำไรติดลบ และตรวจสอบค่าธรรมเนียมที่ถูกหักจริงได้อย่างไร


โครงการลดค่าธรรมเนียมการขาย คืออะไร และใครเป็นผู้จัดให้

คำตอบสั้น: เป็นโครงการที่กระทรวงพาณิชย์ (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือ DBD และกรมการค้าภายใน หรือ DIT) สนับสนุนให้ปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมภาคบังคับ (Commission Fee) ของตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจและเสริมศักยภาพการขายให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าไทยบนแพลตฟอร์ม Shopee

ประเด็นที่ควรเข้าใจก่อนอ่านต่อ:

  • โครงการนี้ปรับลดเฉพาะ ค่าธรรมเนียมภาคบังคับ (Sales Commission Fee) ตามหมวดหมู่สินค้าที่กำหนดเท่านั้น ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมทุกประเภทบนแพลตฟอร์ม

  • อัตราที่ลดลงอ้างอิงจากการตกลงร่วมของ 3 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหลัก ได้แก่ Shopee, TikTok Shop และ Lazada ตามการประกาศของกระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2569 โดย Shopee จะลดค่าธรรมเนียมภาคบังคับสูงสุด 33.30% (ตัวเลขของแต่ละแพลตฟอร์มต่างกัน ดูหัวข้อถัดไป)

  • ระยะเวลารับสิทธิ์รวม 6 เดือน แบ่งเป็น 2 รอบการสมัคร


ลดให้กี่เปอร์เซ็นต์ และครอบคลุมช่วงเวลาใด

คำตอบสั้น: ร้านที่ได้รับอนุมัติจะได้รับการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมการขาย (Sales Commission Fee) ลงสูงสุด 33.3% จากอัตราปกติ โดยส่วนลดขึ้นอยู่กับหมวดหมู่สินค้า และรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 2570

ตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ (28 ต.ค. 2569) อัตราค่าธรรมเนียมภาคบังคับที่ปรับลดแล้วของแต่ละแพลตฟอร์มเทียบกันได้ดังนี้:

แพลตฟอร์ม

    อัตราหลังปรับลด     

    อัตราสูงสุดก่อนปรับ   

     ลดสูงสุดได้     

Shopee

8.03% – 13.91%

19.26%

33.30%

TikTok Shop       

11.24% – 17.66%

21.94%

35%

Lazada

7.50% – 11.60%

17.50%

42.90%


ระยะเวลารับสิทธิ์แบ่งเป็น 2 รอบตามวันที่สมัคร:

รอบ

     ช่วงเวลาที่เริ่มรับสิทธิ์     

สิ้นสุดสิทธิ์

รอบที่ 1 (สมัครถึง 15 พ.ย. 2569)

1 ธันวาคม 2569

31 พฤษภาคม 2570 

รอบที่ 2 (สมัคร 16 พ.ย. – 15 ธ.ค. 2569) 

1 มกราคม 2570

31 พฤษภาคม 2570 

ข้อควรรู้: สิทธิ์ของรอบที่ 2 เริ่มช้ากว่ารอบที่ 1 หนึ่งเดือน ร้านที่มีคุณสมบัติครบแล้วจึงควรลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อไม่เสียสิทธิ์หนึ่งเดือนของค่าธรรมเนียมที่ลดได้จริง


ใครมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ตรวจสอบจาก 4 เกณฑ์นี้

คำตอบสั้น: ร้านค้าต้องเปิดบน Shopee ก่อน 30 กันยายน 2569 เป็นผู้ขายสัญชาติไทย จำหน่ายสินค้าไทย (ยกเว้นหมวดอิเล็กทรอนิกส์) มีการจดทะเบียนพาณิชย์ครบถ้วน และยอดขายรวมบนแพลตฟอร์ม (NMV) ไม่เกินเพดานที่กำหนดตามประเภทผู้ขาย

ตารางเทียบเกณฑ์ระหว่างบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล:

เกณฑ์

บุคคลธรรมดา

นิติบุคคล

การเปิดร้านค้า

เปิดใช้งานบน Shopee ก่อน 30 กันยายน 2569

เหมือนกัน

ประเภทผู้ขาย

สัญชาติไทย

นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย

ประเภทสินค้า

สินค้าไทยทุกประเภท (ยกเว้นหมวดอิเล็กทรอนิกส์)

เหมือนกัน

การจดทะเบียน

ต้องมีใบทะเบียนพาณิชย์กับ DBD ให้เรียบร้อย

ใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลักตามกฎหมายเดิมได้ทันที (ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ซ้ำซ้อน)

เพดานยอดขาย (NMV)

ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี และเทียบได้กับยอดเงินได้ตามมาตรา 40(8) ในปีภาษี 2568

ไม่เกิน 3.5 ล้านบาท/ปี

หมายเหตุสำคัญที่ผู้ขายมักพลาด:

  • สินค้าไทย หมายถึงสินค้าที่ผลิตภายในประเทศหรือมีการผลิตจากวัตถุดิบในประเทศ

  • ร้านค้า Cross-Border ไม่ได้รับสิทธิ์ ตามประกาศของ Shopee

  • ช่วงคำนวณยอดขาย (NMV) คือ 1 ต.ค. 2568 – 30 ก.ย. 2569

  • หากมีหลายร้านค้าภายใต้เลขประจำตัวประชาชนหรือเลขนิติบุคคลเดียวกัน ระบบจะรวมยอดขาย (NMV) บนแพลตฟอร์มของทุกร้านมาคำนวณด้วยกัน และแต่ละร้านต้องสมัครเข้าร่วมด้วยแบบฟอร์มแยกกัน


ลงทะเบียนอย่างไร และต้องรีบภายในเมื่อไหร่

คำตอบสั้น: ร้านที่ผ่านเกณฑ์เบื้องต้นจะได้รับแจ้งเตือนผ่าน Push Notification ในแอปพลิเคชัน Shopee และกดลงทะเบียนผ่านลิงก์ในแจ้งเตือนได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป โดยรอบแรกปิดรับวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569

กำหนดการเต็มตามประกาศของ Shopee:

  1. 4 พฤศจิกายน 2569: ร้านค้าที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นได้รับแจ้งเตือนผ่าน Push Notification เป็นการประกาศเปิดรับสมัคร

  2. 7 พฤศจิกายน 2569: Shopee ส่งลิงก์แบบฟอร์มสมัครผ่าน Push Notification — ร้านที่ผ่านเกณฑ์เบื้องต้นกดลงทะเบียนได้ทั้งจากแอปพลิเคชัน Shopee และ Seller Centre

  3. ตัดรอบที่ 1 (15 พ.ย. 2569): Shopee ส่งรายชื่อรอบแรกให้กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบ ผู้ผ่านการอนุมัติได้รับแจ้งผลวันที่ 30 พ.ย. 2569 และเริ่มรับสิทธิ์ 1 ธ.ค. 2569

  4. ตัดรอบที่ 2 (15 ธ.ค. 2569): ร้านที่สมัครระหว่าง 16 พ.ย. – 15 ธ.ค. 2569 จะถูกจัดอยู่ในรอบที่ 2 ผู้ผ่านการอนุมัติได้รับแจ้งผลวันที่ 29 ธ.ค. 2569 และเริ่มรับสิทธิ์ 1 ม.ค. 2570

  5. หากสมัครหลัง 15 พ.ย. 2569: ยังได้รับสิทธิ์ แต่จะอยู่ในรอบที่ 2 และเริ่มรับสิทธิ์ช้ากว่าหนึ่งเดือน

หน้าที่ของร้านค้ามีเพียงสองอย่าง: ตรวจสอบว่าข้อมูลการจดทะเบียน (ใบทะเบียนพาณิชย์ หรือเลขนิติบุคคล) พร้อมและถูกต้อง และกดลงทะเบียนให้ทันรอบที่ต้องการ — ส่วนการตรวจสอบข้อมูลกับกระทรวงพาณิชย์เป็นหน้าที่ของ Shopee


รับสิทธิ์แล้ว ควรปรับการจัดการราคาและกำไรอย่างไร

คำตอบสั้น: เมื่ออัตราค่าธรรมเนียมลดลง โครงสร้างต้นทุนต่อออเดอร์ก็เปลี่ยนตาม ร้านที่อัปเดตตัวเลขค่าธรรมเนียมในระบบราคาและตรวจสอบกำไรจริงได้เร็ว จะเป็นร้านที่ตั้งราคาขายแข่งขันได้ก่อน และรู้ทันทีว่าสิทธิ์มีผลกับออเดอร์จริงหรือไม่

จุดที่ BigSeller เข้ามาช่วยได้ตรงนี้ มี 3 เรื่อง:


อัปเดตอัตราค่าธรรมเนียมใหม่ลงในราคาขายด้วย Shopee Pricing Template

Shopee Pricing Template ของ BigSeller ให้สร้างโครงสร้างราคามาตรฐานจากต้นทุนสินค้า ค่าธรรมเนียมภาคบังคับ (Commission Rate) ค่าธรรมเนียมธุรกรรม ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายอื่น พร้อมรองรับสูตรคำนวณแบบกำหนดเอง เมื่ออัตราค่าธรรมเนียมลดลงตามโครงการ ร้านสามารถแก้อัตราในเทมเพลตเพียงจุดเดียว แล้วนำไปใช้กับสินค้าผ่านการแก้ไขรายเดี่ยว แก้ไขเป็นชุด หรือปรับราคาเป็นชุด — ทุกลิสติ้งที่ขายอยู่จะสะท้อนโครงสร้างต้นทุนใหม่ได้พร้อมกันโดยไม่ต้องคำนวณรายชิ้น

นอกจากนี้ Shopee Price Calculator ที่อยู่ในระบบเดียวกัน ใช้คำนวณย้อนกลับได้ 3 ทิศทาง: คำนวณราคาขายจากต้นทุนและกำไรเป้าหมาย, คำนวณกำไรจากราคาขายจริง และคำนวณต้นทุนสูงสุดที่รับได้จากราคาที่ตั้งไว้ ซึ่งมีประโยชน์ทันทีในช่วงที่อัตราค่าธรรมเนียมเพิ่งเปลี่ยน

เทมเพลตตั้งราคาสำหรับสินค้าจาก Shopee


จับออเดอร์กำไรติดลบก่อนแพ็กของด้วย Estimated Profit

ฟีเจอร์ Estimated Profit ของ BigSeller คำนวณกำไรโดยประมาณของแต่ละออเดอร์จากข้อมูลที่ได้รับจากแพลตฟอร์ม (ราคา คูปอง ส่วนลด ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม) ลบต้นทุนสินค้า ออเดอร์ที่กำไรติดลบหรือเป็นศูนย์จะแสดงเป็นสีแดง และเมื่อจัดคิวออเดอร์ ระบบจะแจ้งเตือนให้ตัดสินใจก่อนดำเนินการต่อ

รองรับทั้ง Shopee, Lazada, TikTok Shop รวมถึงคำสั่งซื้อมือถือ (Manual Orders), คำสั่งซื้อ POS และคำสั่งซื้อจาก Messenger ร้านที่ขายหลายแพลตฟอร์มพร้อมกันจึงใช้เกณฑ์ตรวจกำไรเดียวกันได้ทุกช่องทาง ระหว่างที่อัตราค่าธรรมเนียมเพิ่งเปลี่ยนในเดือนแรกของโครงการ จุดนี้ช่วยให้เห็นทันทีว่าออเดอร์ไหนยังขาดทุนอยู่
 

กำไรโดยประมาณของคำสั่งของ Shopee, Lazada และ TikTok Shop


ตรวจสอบค่าธรรมเนียมที่ถูกหักจริงด้วย Profit Report

Profit Report ของ BigSeller แยกมุมมองกำไรเป็น 3 มิติ: ต่อออเดอร์ ต่อร้านค้า และต่อสินค้า (Merchant SKU) พร้อมรองรับการเพิ่ม Custom Column สูงสุด 10 คอลัมน์ โดยเขียนสูตรคำนวณเองจากฟิลด์ที่มีอยู่ เช่น อัตราค่าธรรมเนียมภาคบังคับจริง = (ค่าธรรมเนียมที่ถูกหัก / ยอดขายสินค้า) × 100%

การตรวจสอบแบบนี้มีประโยชน์เป็นพิเศษในช่วงเปลี่ยนอัตราค่าธรรมเนียม: ร้านเทียบอัตราที่ถูกหักจริงต่อออเดอร์กับอัตราที่ควรได้รับหลังรับสิทธิ์ หากตัวเลขไม่ตรง จะรู้ได้เร็วและติดต่อ Shopee ได้ทัน แทนที่จะมาพบท้ายเดือนว่ายอดค่าธรรมเนียมที่หักไปสูงกว่าที่ควรเป็น

รายงานกำไรที่หักค่าธรรมเนียมของ Shopee, Lazada และ TikTokshop


สรุป — ตรวจสิทธิ์ให้ทัน แล้วจัดการตัวเลขให้พร้อม

โครงการลดค่าธรรมเนียมการขายเป็นช่วงเวลา 6 เดือนที่โครงสร้างต้นทุนของร้านเปลี่ยนจริง สิ่งที่กำหนดว่าร้านจะได้ประโยชน์เต็มที่หรือไม่ มีสองจุด: ลงทะเบียนให้ทันรอบแรก (ภายใน 15 พ.ย. 2569) เพื่อเริ่มรับสิทธิ์ 1 ธ.ค. 2569 และปรับระบบราคาและการตรวจกำไรให้พร้อมตั้งแต่วันแรกที่อัตราใหม่มีผล

ลำดับที่แนะนำ: ตรวจ 4 เกณฑ์คุณสมบัติ → เตรียมข้อมูลทะเบียนพาณิชย์หรือเลขนิติบุคคล → ลงทะเบียนตั้งแต่ 7 พ.ย. 2569 → เมื่อสิทธิ์เริ่มมีผล อัปเดตอัตราค่าธรรมเนียมในระบบราคา ตรวจกำไรต่อออเดอร์ และตรวจค่าธรรมเนียมที่ถูกหักจริง

BigSeller ใช้งานได้ฟรี เชื่อมต่อร้าน Shopee ได้ในไม่กี่ขั้นตอน และมีเครื่องมือครบทั้ง Pricing Template, Estimated Profit และ Profit Report สำหรับจัดการราคาและกำไรในระบบเดียว — เริ่มใช้งาน BigSeller ฟรี

FAQ

ร้านที่ได้รับอนุมัติจะได้รับการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมการขาย (Sales Commission Fee) ลงสูงสุด 33.3% จากอัตราปกติ โดยอัตราส่วนลดขึ้นอยู่กับหมวดหมู่สินค้า ตามประกาศของ Shopee และกระทรวงพาณิชย์
ต้องครบ 4 เกณฑ์: เปิดร้านบน Shopee ก่อน 30 กันยายน 2569 / เป็นผู้ขายสัญชาติไทย (บุคคลธรรมดาที่มีใบทะเบียนพาณิชย์กับ DBD หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในไทย) / จำหน่ายสินค้าไทยทุกประเภทยกเว้นหมวดอิเล็กทรอนิกส์ / ยอดขายรวม (NMV) บนแพลตฟอร์มไม่เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี (บุคคลธรรมดา) หรือ 3.5 ล้านบาท/ปี (นิติบุคคล) คำนวณจาก 1 ต.ค. 2568 – 30 ก.ย. 2569
ร้านที่ผ่านเกณฑ์เบื้องต้นสามารถกดลงทะเบียนผ่านลิงก์ใน Push Notification บนแอปพลิเคชัน Shopee หรือ Seller Centre ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป
ได้ การเปิดรับสมัครต่อเนื่องถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2569 ผู้ที่สมัครระหว่าง 16 พ.ย. – 15 ธ.ค. 2569 จะอยู่ในรอบที่ 2 และหากผ่านการอนุมัติจะเริ่มรับสิทธิ์วันที่ 1 มกราคม 2570 — ช้ากว่ารอบแรกหนึ่งเดือน
ระบบยึดตามเลขประจำตัวประชาชนหรือเลขนิติบุคคล โดยรวมยอดขาย (NMV) บนแพลตฟอร์มของทุกร้านภายใต้เลขเดียวกันมาคำนวณเพดาน และแต่ละร้านต้องสมัครเข้าร่วมผ่านแบบฟอร์มแยกกัน
ได้ และสมัครกับทุกแพลตฟอร์มได้พร้อมกัน ไม่มีเงื่อนไขให้รอผลอนุมัติจาก Shopee ก่อน เพราะแต่ละแพลตฟอร์มเปิดรับสมัครและตรวจสอบสิทธิ์แยกจากกันโดยอิสระ ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ใช้เวลาประมาณ 10 วันทำการ และเพดานยอดขาย (NMV) ก็คิดแยกเป็นรายแพลตฟอร์ม 3 แพลตฟอร์มที่เข้าร่วมตามประกาศกระทรวงพาณิชย์เมื่อ 28 ต.ค. 2569 คือ Shopee, TikTok Shop และ Lazada เงื่อนไขที่ต้องมีร่วมกันทั้ง 3 แพลตฟอร์มคือการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจดครั้งเดียวใช้ได้กับทุกแพลตฟอร์ม ส่วนรายละเอียดการสมัครและกำหนดการของ TikTok Shop และ Lazada ให้ติดตามประกาศใน Seller Centre ของแต่ละแพลตฟอร์ม เพราะแต่ละที่จะมีเงื่อนไขและช่วงเวลาของตัวเอง
ไม่ได้ทั้งสองกรณี ตามประกาศของ Shopee ร้านค้า Cross-Border ไม่ได้รับสิทธิ์ และโครงการรองรับสินค้าไทยทุกประเภทยกเว้นสินค้าในหมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์
ปรับลดเฉพาะค่าธรรมเนียมภาคบังคับ (Commission Fee) ตามหมวดหมู่สินค้าที่กำหนดเท่านั้น ค่าธรรมเนียมอื่นบนแพลตฟอร์มไม่อยู่ในขอบเขตของโครงการนี้
BigSeller รองรับการจัดการราคาและกำไรหลังอัตราค่าธรรมเนียมเปลี่ยน: Shopee Pricing Template ให้อัปเดตอัตราค่าธรรมเนียมในโครงสร้างราคาแล้วนำไปใช้กับสินค้าเป็นชุด / Estimated Profit แจ้งเตือนออเดอร์กำไรติดลบหรือศูนย์ก่อนจัดคิวแพ็กของ / Profit Report ให้สร้าง Custom Column ตรวจอัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกหักจริงต่อออเดอร์และต่อร้าน