Blog>ข่าวร้อน>กขค. สั่งหยุดขึ้นค่า GP 6 เดือน: ผู้ขายออนไลน์ไทยได้อะไรจริง และยังต้องระวังอะไร | BigSeller

กขค. สั่งหยุดขึ้นค่า GP 6 เดือน: ผู้ขายออนไลน์ไทยได้อะไรจริง และยังต้องระวังอะไร | BigSeller

Gloria21 ต.ค. 2026 12:06Copy link & title

01 | บทนำ: 6 เดือนที่ค่า GP ขึ้นไม่ได้ — แต่ไม่ได้หมายความว่าถูกลง

กขค. สั่งแพลตฟอร์ม e-Commerce ระงับการปรับขึ้นค่า GP ค่าธรรมเนียม และค่าคอมมิชชัน เป็นเวลา 6 เดือน ภายใต้อำนาจตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 โดยประกาศเมื่อ 7 กันยายน 2569

คำสั่งนี้หยุด "การขึ้นราคา" ไม่ใช่ "ราคาที่เรียกอยู่" — และไม่ได้กำหนดเพดานว่า GP ต้องไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์

สำหรับผู้ขาย ผลทันทีคือ ต้นทุนค่าธรรมเนียมถูกตรึงไว้ชั่วคราว แต่ยังต้องจ่ายในอัตราเดิม และยังต้องระวังค่าอื่นที่อยู่นอกขอบเขตคำสั่ง

บทความนี้จึงแยกให้ชัด 3 เรื่อง

  1. คำสั่งนี้ครอบอะไร และไม่ครอบอะไร

  2. ผู้ขายได้ประโยชน์จริงแค่ไหน

  3. ในช่วง 6 เดือนนี้ ควรทำอะไรเพื่อไม่ให้เสียเปรียบ

📌 ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล เรื่อง "คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เดินหน้ากำกับแพลตฟอร์ม e-Commerce ระงับการปรับขึ้นค่า GP เป็นเวลา 6 เดือน" เผยแพร่เมื่อ 7 กันยายน 2569 บนเว็บไซต์ Thainews (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์)


02 | เกิดอะไรขึ้น: คำสั่งภายใต้มาตรา 60

จากข้อมูลในข่าวประชาสัมพันธ์ สรุปได้ดังนี้

ประเด็น

รายละเอียด

หน่วยงาน

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.)

ฐานอำนาจ

มาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560

คำสั่ง

ระงับการปรับขึ้นค่า GP ค่าธรรมเนียม และค่าคอมมิชชัน เป็นเวลา 6 เดือน

เหตุผล

มีผู้ประกอบการร้องเรียนจำนวนมากว่าการขึ้นค่าธรรมเนียมอาจไม่เป็นธรรมและกระทบต้นทุน

สิ่งที่ต้องทำเพิ่ม

แพลตฟอร์มต้องส่ง ข้อมูลและเหตุผลประกอบการปรับขึ้น ให้ กขค. ตรวจสอบ

ถ้าไม่ส่งข้อมูล

กขค. จะใช้ข้อมูลที่มีอยู่เป็นหลักในการพิจารณา

เพดานค่า GP

ไม่ได้กำหนด — ดูที่หลักเกณฑ์และเหตุผลว่าเป็นธรรมหรือไม่

⚠️ ข้อควรระวังในการอ่านข่าว: ข่าวทางการระบุเพียง "แพลตฟอร์ม e-Commerce" ไม่ได้ระบุชื่อแพลตฟอร์มเป็นรายตัว และไม่ได้ระบุวันเริ่มต้นของระยะ 6 เดือนอย่างชัดเจน — สื่อหลายสำนักรายงานว่ามีผลตั้งแต่ต้นกันยายน 2569 และครอบคลุมแพลตฟอร์มขนาดใหญ่หลายแห่ง แต่ ควรยึดประกาศทางการเป็นหลัก


03 | ไทม์ไลน์: จากแนวปฏิบัติถึงคำสั่งหยุดขึ้นค่า GP

การสั่งครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่เป็นขั้นต่อไปของกระบวนการกำกับดูแลที่ดำเนินมาต่อเนื่อง

วันที่

เหตุการณ์

แหล่งอ้างอิง

12 ก.ย. 2568

กขค. เปิดร่างแนวทางประเมินการกระทำที่ไม่เป็นธรรมของผู้ประกอบการแพลตฟอร์มพหุภาคี (รวมถึงอีคอมเมิร์ซ)

Bangkok Post

25 มี.ค. 2569

"แนวปฏิบัติแพลตฟอร์มอิคอมเมิร์ซ" มีผลบังคับใช้ ครอบคลุมค่าธรรมเนียม การเลือกปฏิบัติ การจำกัดการมองเห็น และการให้สิทธิ์ตัวเองเหนือคู่แข่ง

Nation Thailand

7 ก.ย. 2569

กขค. สั่งระงับการปรับขึ้นค่า GP/ค่าธรรมเนียม/ค่าคอมมิชชัน 6 เดือน พร้อมเรียกข้อมูลและเหตุผลจากแพลตฟอร์ม

Thainews (กรมประชาสัมพันธ์)

📌 หมายเหตุเรื่องแหล่งอ้างอิง: วันที่และเหตุการณ์ในตารางอ้างอิงจากรายงานของสื่อที่ระบุในคอลัมน์ขวา ไม่ใช่การตีความของผู้เขียน — ผู้อ่านสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ที่ต้นทางของแต่ละรายการ


04 | ค่า GP คืออะไร และทำไมถึงเป็นเรื่องใหญ่

ค่า GP (Gross Profit fee) คือส่วนแบ่งที่แพลตฟอร์มหักจากยอดขายของผู้ขาย — พูดง่าย ๆ คือ "ค่าคอมมิชชัน" ที่เราคุ้นเคยนั่นเอง

แต่ในทางปฏิบัติ คำว่า "ค่า GP" มักถูกใช้เรียก กลุ่มค่าธรรมเนียมหลายประเภท ที่ถูกรวมกัน ซึ่งอาจประกอบด้วย

ประเภทค่าธรรมเนียม

เรียกเก็บจากอะไร

ค่าธรรมเนียมการขาย (commission)

เปอร์เซ็นต์จากยอดขาย ตามหมวดหมู่สินค้าและประเภทสินค้า

ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน

ต่อคำสั่งซื้อ

ค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐาน

ต่อคำสั่งซื้อ (บางแพลตฟอร์ม)

ค่าธรรมเนียมสนับสนุนการเติบโต

ตามนโยบายหรือโปรแกรมของแพลตฟอร์ม

ค่าธรรมเนียมเข้าร่วมแคมเปญ

เช่น แคมเปญส่งฟรีหรือโปรโมชันช่วงเทศกาล

เพราะค่าธรรมเนียมแต่ละประเภทถูกคิดซ้อนกัน ต้นทุนรวมต่อออเดอร์จึงไม่ได้ดูจากตัวเลขเปอร์เซ็นต์เดียว — นี่คือเหตุผลที่ผู้ขายจำนวนมากรู้สึกว่า "ขายดีแต่กำไรบาง"


05 | คำสั่งนี้ครอบอะไร และไม่ครอบอะไร

ครอบคลุม

ไม่ได้ครอบคลุม

การ ปรับขึ้น ค่า GP / ค่าธรรมเนียมการขาย / ค่าคอมมิชชัน

การ ลด ค่าธรรมเนียม (ไม่ได้สั่งให้ลด)

การขึ้นค่าในรูปแบบใหม่ที่แพลตฟอร์มอาจประกาศเพิ่ม

การกำหนด เพดาน ว่า GP ต้องไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์

ระยะเวลา 6 เดือน

ค่าขนส่ง ค่าโฆษณา ภาษี และค่าใช้จ่ายอื่นนอกขอบเขตคำสั่ง

การถูกเรียกให้ส่ง ข้อมูลต้นทุนและเหตุผล

การรับประกันว่าหลัง 6 เดือนค่าธรรมเนียมจะไม่ขึ้น

💡 สรุปให้เข้าใจง่าย: คำสั่งนี้คือ "ป้ายหยุดชั่วคราว" ไม่ใช่ "ป้ายลดราคา" — แพลตฟอร์มยังเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราเดิมได้ แต่ ขึ้นใหม่ไม่ได้ ในช่วงเวลานี้


06 | ทำไม กขค. ไม่กำหนดเพดานค่า GP

จุดนี้สำคัญมากและมักถูกสื่อสารผิด

ข่าวทางการระบุชัดว่า กขค. ไม่ได้กำหนดเพดานว่า ค่า GP ต้องไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ แต่จะพิจารณาว่าแพลตฟอร์ม ใช้หลักเกณฑ์และเหตุผลใด ในการกำหนดอัตรา และหลักเกณฑ์นั้น เป็นธรรมหรือไม่

เหตุผลเชิงหลักการคือ กฎหมายแข่งขันทางการค้าไม่ใช่กฎหมายควบคุมราคา — การที่ราคาสูงไม่ได้แปลว่าผิดกฎหมายโดยอัตโนมัติ สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ อำนาจตลาด การเอาเปรียบ และความสามารถของผู้ขายในการเลือกทางออก

ดังนั้นคำถามที่ กขค. กำลังตรวจไม่ใช่ "GP ควรอยู่ที่เท่าไร" แต่เป็น "การขึ้น GP ครั้งนี้มีเหตุผลรองรับและทำอย่างเป็นธรรมหรือไม่"


07 | ผู้ขายได้อะไรจริง (3 ข้อ)

ข้อ 1: ต้นทุนไม่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น

หากแพลตฟอร์มวางแผนขึ้นค่าธรรมเนียมในช่วงนี้ จะถูกระงับไว้ก่อน ผู้ขายจึง ล็อกต้นทุนค่า GP ได้ในระยะหนึ่ง ซึ่งมีผลกับช่วงเทศกาลขายปลายปีโดยตรง


ข้อ 2: มีช่องให้ข้อมูลต้นทุนถูกตรวจสอบ

แพลตฟอร์มต้องส่งข้อมูลและเหตุผลประกอบการขึ้นค่าธรรมเนียมให้ กขค. — นี่คือครั้งแรก ๆ ที่โครงสร้างต้นทุนของแพลตฟอร์มจะถูกถามอย่างเป็นทางการ


ข้อ 3: มีแนวโน้มได้หลักเกณฑ์กลางในอนาคต

ข่าวระบุว่า กขค. จะนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ จัดทำหลักเกณฑ์และแนวทางกำกับดูแล ให้การกำหนดค่าธรรมเนียมมีความเหมาะสม — ผลลัพธ์ระยะยาวอาจสำคัญกว่าการหยุด 6 เดือนครั้งนี้


08 | ผู้ขายยังไม่ได้รับอะไร (3 ข้อที่ต้องเข้าใจให้ถูก)

ข้อ 1: ไม่ใช่การลดค่า GP

ค่า GP ในอัตราปัจจุบัน ยังถูกเรียกเก็บตามเดิม คำสั่งนี้หยุดแค่ "การขึ้น" ไม่ได้สั่งให้ลด


ข้อ 2: ไม่ได้ควบคุมค่าขนส่ง ค่าโฆษณา และภาษี

ต้นทุนเหล่านั้นอยู่นอกขอบเขตของคำสั่งนี้ ผู้ขายจึงยังต้องบริหารเอง


ข้อ 3: ไม่มีการรับประกันหลัง 6 เดือน

เมื่อครบกำหนด กขค. อาจมีหลักเกณฑ์ใหม่ หรือแพลตฟอร์มอาจขึ้นค่าได้หากพิสูจน์เหตุผลได้ — ช่วง 6 เดือนจึงเป็น "เวลาซื้อ" ให้ผู้ขายเตรียมตัว ไม่ใช่ทางออกถาวร


09 | ใครได้ประโยชน์มากกว่า: ร้านค้าท้องถิ่น vs ร้านข้ามพรมแดน

จากโครงสร้างของคำสั่งที่บังคับใช้กับ แพลตฟอร์มที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย การบังคับใช้จึงมีแนวโน้มชัดเจนกับร้านค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับของไทย

ประเภท

แนวโน้มผลกระทบ

ร้านค้าท้องถิ่น (Thai seller)

ได้รับผลโดยตรงมากกว่า เพราะค่าธรรมเนียมถูกเรียกเก็บในฐานะผู้ขายในประเทศ

ร้านข้ามพรมแดน

อาจได้รับผลทางอ้อมผ่านนโยบายของแพลตฟอร์ม แต่ความเชื่อมโยงกับคำสั่งภายในประเทศน้อยกว่า

⚠️ นี่เป็นการวิเคราะห์จากลักษณะของคำสั่ง ไม่ใช่ข้อสรุปจากข่าวทางการ — ผู้ขายแต่ละประเภทควรตรวจสถานะของตนเองใน Seller Center


10 | 5 สิ่งที่ควรทำในช่วง 6 เดือนนี้

1. อย่าหยุดตรวจบิล คำสั่งครอบเฉพาะ "การขึ้นค่า GP" — ควรตรวจรายงานการชำระเงินทุกเดือนว่ามี รายการค่าใช้จ่ายใหม่ หรือ ฐานการคิดเงินเปลี่ยน หรือไม่

2. แยกต้นทุนให้เห็นรายบรรทัด อย่าดูแค่ "ค่า GP กี่เปอร์เซ็นต์" ให้แยกเป็น commission / payment / shipping / ads / campaign เพื่อรู้ว่าตัวไหนกินกำไรจริง

3. เก็บข้อมูลต้นทุนของร้านไว้ หากในอนาคตมีเวทีรับฟังความเห็นหรือต้องเจรจากับแพลตฟอร์ม ข้อมูลจริงของร้านคือหลักฐานที่ดีที่สุด

4. กระจายความเสี่ยงช่องทาง อย่าพึ่งแพลตฟอร์มเดียวจนต่อรองไม่ได้ — การมีหลายช่องทางทำให้เลือกได้เมื่อต้นทุนเปลี่ยน

5. ใช้ช่วงนี้ปรับโครงสร้างสินค้า สินค้าที่กำไรบางจนค่าธรรมเนียมกินหมด ควรถูกทบทวนก่อนที่ค่าใช้จ่ายจะกลับมาเพิ่ม


11 | วิธีอ่านรายงานการชำระเงินให้เห็น "ค่า GP จริง"

ผู้ขายจำนวนมากดูยอดโอนสุทธิแล้วสรุปว่า "ค่า GP สูง" โดยไม่รู้ว่าอะไรถูกหักไปบ้าง

รายการที่ควรแยกดู

คำถามที่ต้องตอบ

ค่าธรรมเนียมการขาย

คิดกี่เปอร์เซ็นต์ และคิดจากฐานใด

ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน

ต่อออเดอร์เท่าไร

ค่าขนส่งที่ผู้ขายรับผิดชอบ

คิดตามน้ำหนักหรือตามจริง

ค่าโฆษณา

คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขายเท่าไร

ส่วนลด/แคมเปญ

ร้านออกเองหรือแพลตฟอร์มออก

เมื่อแยกได้ครบ "ต้นทุนค่าธรรมเนียมรวม" จะชัดขึ้น และการตัดสินใจเรื่องราคาขายจะแม่นขึ้นด้วย


12 | ใช้ BigSeller มองต้นทุนค่าธรรมเนียมให้ทะลุ

ช่วงที่ค่าธรรมเนียมถูกจับตาแบบนี้ ร้านที่ เห็นตัวเลขจริงเร็ว จะได้เปรียบ

BigSeller ในฐานะ All-in-One Ecommerce ERP สำหรับผู้ขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่วยรวบรวมข้อมูลหลังบ้านของร้านที่ขายหลายช่องทาง

การกระทบยอดขายแพลตฟอร์ม — ตรวจสถานะการชำระเงินของคำสั่งซื้อ และเทียบยอดที่คาดว่าจะได้รับกับยอดที่แพลตฟอร์มโอนจริง

รายการ Wallet — ดูรายรับ–รายจ่ายของ Wallet จาก Shopee, TikTok และ Lazada เพื่อรู้ว่าค่าธรรมเนียมถูกหักตรงไหน

คำแนะนำการสั่งซื้อ — วางแผนสต็อกให้สอดคล้องกับต้นทุนและยอดขาย ไม่ให้เงินจมในสินค้าที่กำไรบาง

รายงานกำไร — รวมกำไรระดับคำสั่งซื้อ ร้านค้า และสินค้าไว้ที่เดียว โดยหัก ค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ค่าบริการ ค่าจัดส่งที่ผู้ขายจ่าย และยอดคืนเงิน ออกจากรายได้จริงของแต่ละคำสั่งซื้อ


ทำไม "รายงานกำไร" ตอบโจทย์ค่า GP ได้ตรงที่สุด

ค่า GP ไม่ได้กัดกำไรเท่ากันทุกสินค้า — สินค้าที่กำไรต่อชิ้นบางจะถูกค่าธรรมเนียมกินสัดส่วนมากกว่าสินค้าที่กำไรหนา ถ้ามองแค่ยอดขายรวม จะไม่เห็นจุดนี้เลย

รายงานกำไร ใน BigSeller แยกให้ดู 3 ระดับ

ระดับรายงาน

ใช้ตอบคำถามอะไร

กำไรของคำสั่งซื้อ

คำสั่งนี้เหลือกำไรจริงเท่าไร หลังหักค่าธรรมเนียมทุกตัว

กำไรของร้านค้า

ร้านไหนทำกำไรได้ดีกว่ากัน เมื่อขายหลายช่องทางพร้อมกัน

กำไรของสินค้า

ตัวไหนกำไรบางจนไม่คุ้มกับค่า GP ที่จ่ายไป

⚠️ ข้อควรรู้ก่อนใช้: ระบบคำนวณจาก ต้นทุนสินค้า (ต้นทุน SKU Merchant) ที่ร้านกรอกไว้เองใน BigSeller — ถ้าไม่กรอก ต้นทุนจะเป็น 0 และกำไรจะสูงเกินจริง อีกทั้งระบบสรุปข้อมูลให้อัตโนมัติ ทุกคืน ตัวเลขของวันนี้จึงต้องรอตรวจในวันถัดไป

💡 ขอบเขตที่ต้องเข้าใจ: BigSeller ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับแพลตฟอร์มและไม่สามารถต่อรองค่าธรรมเนียมแทนร้านได้ — บทบาทของระบบคือช่วยให้ร้าน เห็นและพิสูจน์ต้นทุนของตัวเอง ได้ชัดขึ้น


13 | ใช้ช่วงนี้วางระบบต้นทุนให้ชัด

ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าท้องถิ่นหรือร้านหลายช่องทาง สิ่งที่ทำให้ต่างกันคือ ความสามารถในการเห็นต้นทุนจริง




👉 ทดลองใช้ BigSeller ฟรี

⚠️ หมายเหตุสำคัญ: ประกาศและหลักเกณฑ์อาจมีการเปลี่ยนแปลง

ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจาก ข่าวประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล เรื่อง "คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เดินหน้ากำกับแพลตฟอร์ม e-Commerce ระงับการปรับขึ้นค่า GP เป็นเวลา 6 เดือน" เผยแพร่เมื่อ 7 กันยายน 2569

กขค. อยู่ระหว่างการตรวจสอบและจัดทำหลักเกณฑ์กำกับดูแล จึงอาจมี ประกาศ คำสั่ง หรือแนวทางใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงรายละเอียดในบทความนี้

บทความนี้เป็นข้อมูลเชิงธุรกิจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย หากต้องตัดสินใจเชิงกฎหมาย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและตรวจประกาศทางการของ กขค. โดยตรง

📌 บทความนี้อัปเดตข้อมูลล่าสุดเมื่อ ตุลาคม 2569 หากพบว่าข้อมูลไม่ตรงกับประกาศปัจจุบัน ให้ยึดประกาศทางการเป็นหลัก
 

📚 อ่านเพิ่มเติม:

 

FAQ

ไม่ใช่ คำสั่งคือ ระงับการปรับขึ้น เป็นเวลา 6 เดือน ค่า GP ในอัตราปัจจุบันยังถูกเรียกเก็บตามเดิม
ยังไม่มี ข่าวทางการระบุชัดว่า กขค. ไม่ได้กำหนดเพดาน แต่จะพิจารณาหลักเกณฑ์และเหตุผลว่าเป็นธรรมหรือไม่
ครอบ ค่า GP ค่าธรรมเนียม และค่าคอมมิชชัน ที่แพลตฟอร์มปรับขึ้น ส่วนค่าขนส่ง ค่าโฆษณา และภาษี อยู่นอกขอบเขต
ข่าวทางการระบุเพียง "แพลตฟอร์ม e-Commerce" ไม่ได้ระบุชื่อเป็นรายตัว — สื่อรายงานว่าครอบคลุมแพลตฟอร์มขนาดใหญ่หลายแห่ง แต่ควรตรวจประกาศทางการอีกครั้ง
ประกาศทางการไม่ได้ระบุวันเริ่มต้นไว้ชัดเจน สื่อหลายสำนักรายงานว่ามีผลตั้งแต่ต้นกันยายน 2569
ยังไม่มีการรับประกัน — กขค. จะใช้ข้อมูลที่ได้รับจัดทำหลักเกณฑ์กำกับดูแล และแพลตฟอร์มอาจปรับค่าได้หากมีเหตุผลรองรับ
ตรวจรายงานการชำระเงินทุกเดือน แยกต้นทุนรายบรรทัด และกระจายช่องทางขาย เพื่อไม่ให้ต้นทุนค่าธรรมเนียมกัดกำไรโดยไม่รู้ตัว
ดูได้ แต่มีสองเงื่อนไขที่ต้องเตรียมก่อน — ต้องกรอกต้นทุนสินค้า (SKU Merchant) เองในระบบ ถ้าไม่กรอกต้นทุนจะเป็น 0 และกำไรจะสูงเกินจริง และระบบจะสรุปให้ ทุกคืน ข้อมูลของวันนี้จึงต้องรอตรวจในวันถัดไป เมื่อเตรียมครบแล้ว รายงานจะหักค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ค่าบริการ ค่าจัดส่งที่ผู้ขายจ่าย และยอดคืนเงิน ให้เห็นกำไรจริงเป็นรายคำสั่งซื้อ รายร้าน และรายสินค้า