Blog>ฟีเจอร์>Shopee FBS คืออะไร? ทำไมสต็อกไม่ตรงกับหลังบ้าน และดูให้ครบใน BigSeller

Shopee FBS คืออะไร? ทำไมสต็อกไม่ตรงกับหลังบ้าน และดูให้ครบใน BigSeller

Gloria30 ต.ค. 2026 08:08Copy link & title

01 | ตอบสั้น ๆ ก่อน: FBS คืออะไร และทำไมสต็อกถึง "หาย" จากสายตา

Shopee FBS (Fulfilled By Shopee) คือรูปแบบการขายที่คุณส่งสินค้าเข้าไปเก็บในคลังของ Shopee แล้ว Shopee เป็นผู้หยิบ แพ็ก และจัดส่งถึงผู้ซื้อ — คุณไม่ต้องพิมพ์ใบปะหน้าและไม่ต้องเรียกขนส่งเอง

เพราะสินค้าไม่ได้อยู่ในมือคุณ ระบบหลังบ้านที่คิดสต็อกจาก "คลังของฉัน" จึงมองไม่เห็นตัวเลขก้อนนี้ และนี่คือเหตุผลที่เจ้าของร้านจำนวนมากรู้สึกว่า "สต็อกหาย" ทั้งที่ของยังอยู่ครบ

BigSeller รองรับการนำข้อมูลคลังสินค้า Shopee (FBS) เข้ามาแสดงร่วมกับสต็อกในระบบของคุณ เพื่อให้เห็นจำนวนคงเหลือ เห็นว่าของค้างมานานแค่ไหน และผูกต้นทุนเพื่อคำนวณกำไรได้จากที่เดียว

สรุปหนึ่งบรรทัด: FBS ไม่ได้ทำให้สต็อกหาย — มันแค่ย้ายที่เก็บ "ความจริง" ไปอยู่ที่แพลตฟอร์ม ส่วนปัญหาคือหลังบ้านของคุณยังไม่ได้รับข้อมูลก้อนนั้นมาคิด


02 | FBS กับ FBM ต่างกันที่ "ใครถือของ" ไม่ใช่ "ใครขายเก่ง"

ก่อนจะพูดถึงเครื่องมือ ต้องแยกให้ชัดก่อนว่า FBS ต่างจาก FBM ตรงไหน เพราะความต่างข้อนี้คือต้นเหตุของทุกปัญหาที่ตามมา

ประเด็น

   FBM (ผู้ขายจัดส่งเอง)   

FBS (คลัง Shopee)

สินค้าเก็บที่ไหน

คลังหรือบ้านของคุณ

คลังของแพลตฟอร์ม

ใครแพ็กและติดป้าย

คุณหรือทีมของคุณ

แพลตฟอร์ม

ใครเรียกขนส่ง

คุณ

แพลตฟอร์ม

ใครตัดสต็อกตอนมีออเดอร์

ระบบของคุณ

แพลตฟอร์ม

ของคืนกลับไปที่ไหน

กลับเข้าคลังคุณ

ดำเนินการตามกระบวนการของแพลตฟอร์ม

ภาระหลักของเจ้าของร้าน

การหยิบ–แพ็ก–ส่ง

การวางแผนของให้พอ และการอ่านตัวเลข

อ่านตารางนี้แล้วจะเห็นจุดสำคัญ: คนที่ตัดสต็อกไม่ใช่คุณ แต่เป็นแพลตฟอร์ม เมื่อ "คนตัด" กับ "คนบันทึก" ไม่ใช่คนเดียวกัน ตัวเลขสองที่จึงไม่มีทางตรงกันเองได้ ถ้าไม่มีการเชื่อมข้อมูล


03 | ทำไมปัญหา "มองไม่เห็นสต็อก FBS" เกิดกับทุกร้าน ไม่ใช่แค่ร้านที่จัดการไม่ดี

ปัญหานี้ไม่ได้มาจากคน แต่มาจากโครงสร้าง มีสี่ข้อที่ทำให้มันเกิดขึ้นซ้ำ ๆ

1) ของอยู่คนละที่กับที่ระบบนับ ระบบสต็อกทั่วไปถูกออกแบบให้ตอบคำถามว่า "ในคลังของฉันมีกี่ชิ้น" เมื่อของย้ายไปอยู่ในคลังที่ระบบไม่รู้จัก คำตอบจึงกลายเป็นศูนย์ ทั้งที่ของมีอยู่จริง

2) ตัวเลขถูกแก้โดยคนอื่น ตลอดเวลา แพลตฟอร์มตัดสต็อกเมื่อมีออเดอร์ และเพิ่มเมื่อคุณส่งของเข้าไป ตัวเลขจึงเปลี่ยนได้โดยที่คุณไม่ได้ทำอะไรเลย การไปนับมือทีหลังจึงเป็นการไล่ตามที่ไม่ทัน

3) การตัดสต็อกซ้ำคือกับดักที่มองไม่เห็น ร้านที่พยายามแก้ด้วยการ "ให้ระบบตัวเองตัดสต็อกด้วย" มักเจอปัญหากลับด้าน: ระบบตัดหนึ่งครั้ง แพลตฟอร์มตัดอีกครั้ง ตัวเลขที่เห็นจึงน้อยกว่าความจริง เราจะคิดว่าของใกล้หมดและสั่งเพิ่ม ทั้งที่ของเต็มคลัง — ต้นทุนจมเพิ่มโดยไม่รู้ตัว

4) ของที่ค้างคือเงินที่จม ใน FBS ของที่ขายไม่ออกไม่ได้อยู่เฉย ๆ แต่มันกินพื้นที่และกินเงินทุน การรู้ "มีกี่ชิ้น" จึงไม่พอ ต้องรู้ด้วยว่า "ค้างมานานแค่ไหน"

ทั้งสี่ข้อนี้ชี้ไปที่คำตอบเดียว: ต้องมีที่เดียวที่ดึงตัวเลขจากแพลตฟอร์มมาแสดง โดยไม่เอาไปบวกซ้ำกับตัวเลขของเราเอง


04 | เกณฑ์ตัดสิน: ระบบแบบไหนถึงเรียกว่า "เห็นสต็อก FBS จริง"

ก่อนดูว่าเครื่องมือไหนทำได้ ควรมีเกณฑ์ของตัวเองก่อน ไม่อย่างนั้นจะถูกขายด้วยคำว่า "รองรับ Shopee" ซึ่งหมายถึงอะไรก็ได้

เกณฑ์

ถ้าไม่มีข้อนี้จะเกิดอะไร

แยกประเภทคลังออกจากคลังของเรา

ตัวเลขรวมในระบบจะสูงเกินจริง เพราะนับของที่ไม่ได้อยู่ในมือ

ตัวเลขมาจากแพลตฟอร์ม ไม่ใช่คำนวณเอง

ยิ่งคำนวณเองยิ่งเพี้ยน และจะตัดซ้ำกับแพลตฟอร์ม

ดูอายุของของที่ค้างได้

รู้แค่ว่า "มีเท่าไร" ไม่รู้ว่า "จมไปแล้วเท่าไร"

ผูกต้นทุนของ FBS ได้แยกชั้น

คำนวณกำไรไม่ได้ หรือได้กำไรที่สูงกว่าความจริง

สถานะออเดอร์อัปเดตเอง

ต้องไล่แก้ด้วยมือ และพลาดง่ายเมื่อออเดอร์เยอะ

บอกได้ว่าตัวเลขอัปเดตล่าสุดเมื่อไร

เข้าใจผิดว่าเป็นข้อมูลเรียลไทม์ แล้วตัดสินใจบนข้อมูลเก่า

เกณฑ์ทั้งหกข้อนี้คือกรอบที่ใช้ตรวจฟีเจอร์ใดก็ได้ ไม่เฉพาะแบรนด์เดียว


05 | BigSeller ทำอะไรในเรื่องนี้ (ตอบตรง ๆ)

BigSeller คือ All-in-One Ecommerce ERP สำหรับผู้ขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในส่วนของคลังสินค้า Shopee (FBS) ระบบทำสี่เรื่องหลัก คือ แยกคลังให้เห็น · ดึงจำนวนสต็อกมาแสดง · บอกอายุของที่ค้าง · ผูกต้นทุนและอ่านสถานะออเดอร์

เรื่อง

สิ่งที่คุณได้

อยู่ในส่วนไหนของระบบ

แยกคลัง

คลัง Shopee ถูกติดป้ายเป็น คลังแพลตฟอร์ม และกรองดูเฉพาะประเภทนี้ได้

รายการคลังสินค้า

เห็นจำนวน

ตัวเลขคงเหลือราย SKU พร้อมยอดขาย 7 / 15 / 30 / 60 / 90 วัน และตัวกรองตามร้าน คลัง ระดับสต็อก และสถานะการจับคู่ SKU Merchant 

สินค้าคงคลัง › การจัดการคลังสินค้าแพลตฟอร์ม › สต็อกคลังสินค้าแพลตฟอร์ม › Shopee 

เห็นอายุของ

มุมมองอายุสต็อกแบ่งเป็นช่วงทุก 30 วัน

อายุสต็อกคลังสินค้าแพลตฟอร์ม

ต้นทุนและออเดอร์

ตั้งต้นทุนราย SKU เพื่อคำนวณกำไร และดูออเดอร์ FBS ที่สถานะซิงก์เอง

ตั้งค่าราคาต้นทุน / แพลตฟอร์มกำลังดำเนินการ

จุดที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันตั้งแต่ต้น: ระบบนี้ไม่ได้สร้างตัวเลขสต็อกขึ้นมาเอง และไม่ได้เป็นเจ้าของตัวเลขนั้น — ตัวเลขทั้งหมดไหลมาจากแพลตฟอร์ม แล้วระบบเอามาแสดงและใช้คำนวณต่อ นี่ไม่ใช่ข้อจำกัด แต่คือเหตุผลที่ตัวเลขเชื่อถือได้


06 | ทำไมออเดอร์ FBS ถึง "ไม่ตัดสต็อก" — และทำไมนั่นถึงถูก

นี่คือจุดที่คนเพิ่งเริ่มใช้ระบบมักตกใจ: มีออเดอร์เข้า แต่จำนวนในระบบไม่ลด

คำอธิบายคือ แพลตฟอร์มเป็นเจ้าของตัวเลขแต่เพียงผู้เดียว เมื่อมีออเดอร์ FBS ระบบจะไม่ตัดสต็อกเอง แต่จะดึงตัวเลขล่าสุดจากแพลตฟอร์มมาแทน ถ้าระบบตัดเองด้วย จะกลายเป็นหักสองรอบ และตัวเลขจะต่ำกว่าความจริงอย่างเป็นระบบ

เรื่องเวลาก็ต้องเข้าใจให้ถูก:

ระบบซิงก์ข้อมูลสต็อกอัตโนมัติ วันละครั้ง เวลา 00:00 น.

ผู้ใช้กด ซิงค์สต็อกจากแพลตฟอร์ม เองได้ และช่วงเวลาที่แนะนำคือ 22:00–07:00 น.

ตัวเลขที่เห็นจึงเป็น "ภาพ ณ เวลาที่ซิงก์ครั้งล่าสุด" ไม่ใช่เรียลไทม์

ผลต่อการทำงานจริง: ถ้าจะใช้ตัวเลขนี้ตัดสินใจสั่งของ ควรกดซิงก์ก่อนเปิดดูทุกครั้ง และตั้งเป็นกิจวัตร เช่น ทุกเช้าก่อนเริ่มงานวางแผน ดีกว่าดูตัวเลขที่ค้างมาจากเมื่อวานโดยไม่รู้ตัว


07 | SKU Merchant กับ SKU ของร้าน: จุดที่ทำให้ "ตั้งต้นทุนไม่ได้"

ในระบบ BigSeller มี SKU อยู่สองชั้น — SKU Merchant (SKU กลางของระบบ BigSeller) คือรหัสสินค้าฝั่งคุณ (สินค้าตัวเดียวกันที่อาจขายหลายร้าน) และ SKU ของแต่ละร้าน คือรหัสที่แพลตฟอร์มหรือร้านนั้นใช้ ถ้าสองชั้นนี้ยังไม่ถูกจับคู่ ระบบจะรู้ว่ามีของ แต่ไม่รู้ว่าของนั้นคือสินค้าตัวไหนในต้นทุนของคุณ

ถ้าเจออาการเหล่านี้ สาเหตุเกือบทั้งหมดอยู่ที่การจับคู่:

อาการที่เจอ

สาเหตุที่แท้จริง

ต้องทำอะไร

ตั้งต้นทุนไม่ได้

ยังไม่ได้จับคู่ SKU

จับคู่ SKU Merchant กับ SKU ของร้านก่อน

กรองแล้วเจอแต่รายการที่ยังไม่จับคู่

มีสินค้าใหม่ที่ยังไม่ได้ map

ไล่เก็บรายการที่ค้างเป็นรอบ ๆ

กำไรขาดหรือติดลบทั้งที่ขายดี

ต้นทุนยังเป็นศูนย์ หรือเลือกแหล่งต้นทุนผิด

กลับไปตรวจแหล่งต้นทุนของ SKU นั้น

ถ้าจับคู่ไม่ครบ ระบบจะยังแสดงจำนวนได้ แต่จะคิดกำไรให้ไม่ได้ — และนี่คือเหตุผลที่ควรทำการจับคู่ให้เสร็จตั้งแต่สัปดาห์แรก ไม่ใช่ปล่อยให้ค้างสะสม


08 | ต้นทุนของ FBS: กับดักที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้

นี่คือรายละเอียดที่กระทบกำไรตรง ๆ และเป็นจุดที่คนเข้าใจผิดมากที่สุด

การตั้งค่าในเมนู การตั้งค่าคำสั่งซื้อ › การตั้งค่ากำไร › การตั้งค่าต้นทุน SKU Merchant จะไม่มีผลกับออเดอร์ที่จัดส่งผ่านคลัง Shopee (FBS)

พูดง่าย ๆ คือ ต้นทุนของ FBS เป็นคนละชั้นกับการตั้งค่าต้นทุนรวมของร้าน ถ้าคุณตั้งไว้ที่เมนูตั้งค่าคำสั่งซื้อแล้วคิดว่าจบ ออเดอร์ FBS จะยังคำนวณกำไรไม่ได้

ต้นทุนของ FBS ตั้งราย SKU ผ่านปุ่ม ตั้งค่าราคาต้นทุน โดยเลือกได้ว่าจะเอาต้นทุนจากไหน สามแบบ

แหล่งต้นทุน

เหมาะกับใคร

ข้อควรระวัง

อ้างอิงราคาต้นทุนของ SKU Merchant

ร้านที่ดูแลต้นทุนกลางไว้แล้ว

ถ้าต้นทุนกลางยังว่าง ตัวเลขจะออกมาเป็นศูนย์

ต้นทุนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักจากคลังอื่น

ร้านที่มีหลายคลังและต้นทุนขยับบ่อย

เลือกคลังผิด ต้นทุนจะเพี้ยนทั้งชุด

ราคาคงที่ (กรอกเอง)

สินค้าน้อย หรือต้นทุนนิ่ง

ต้นทุนเปลี่ยนแล้วต้องกลับมาแก้เอง

กติกาเพิ่มเติมที่ควรรู้ก่อนใช้จริง:

สินค้าประเภท Bundle SKU ระบบคิดจากต้นทุนของ SKU ย่อยที่ประกอบกัน ไม่ได้กรอกเป็นก้อนเดียว

ระบบจะ บันทึกต้นทุนตอนออเดอร์เปลี่ยนสถานะเป็น "จัดส่งแล้ว" ดังนั้นออเดอร์ที่ยังไม่ส่งจะยังไม่มีตัวเลขกำไร

ถ้ามีสินค้าเยอะ การแก้ต้นทุนทีละตัวจะช้ามาก ระบบจึงมีทางนำเข้าไฟล์ Excel ให้ใช้

จำสั้น ๆ: ต้นทุนของ FBS ต้องตั้งแยกอีกชั้นหนึ่ง — ไม่ใช่ตั้งครั้งเดียวแล้วจบ


09 | อายุสต็อก: ตัวเลขที่บอกว่า "ของคุณจมไปแค่ไหน"

ร้านส่วนใหญ่ดูแค่ "เหลือกี่ชิ้น" ซึ่งตอบไม่ได้ว่าของพวกนั้นอยู่มานานเท่าไร ใน FBS ตัวเลขที่สำคัญกว่าคือ อายุของสต็อก เพราะของที่ค้างนานคือเงินที่หมุนไม่ได้

ระบบแสดงอายุสต็อกเป็นช่วง ทุก 30 วัน ซึ่งอ่านง่าย ๆ ได้สามระดับ:

ช่วงอายุ

หมายความว่า

ควรทำอะไร

0–30 วัน

ของใหม่ ยังหมุนปกติ

ปล่อยตามรอบปกติ

30–60 วัน

เริ่มช้า สัญญาณแรกของปัญหา

เริ่มทำโปรโมชันหรือปรับราคา

60–90 วันขึ้นไป

ของค้างชัดเจน

ตั้งใจเคลียร์เป็นลิสต์ ไม่ใช่รอ

มุมมองนี้มีค่ามากในทางปฏิบัติ เพราะมันเปลี่ยนคำถามจาก "ต้องสั่งเพิ่มไหม" เป็น "ตัวไหนควรหยุดสั่งก่อน" ซึ่งเป็นคำถามที่กระทบเงินมากกว่า

หมายเหตุ: ค่าจัดเก็บและเงื่อนไขพื้นที่คลังเป็นเรื่องของแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ของระบบ ERP — ควรตรวจใน Seller Center ของคุณอีกครั้ง


10 | ออเดอร์ FBS: ไม่ต้องพิมพ์ใบปะหน้า แล้วต้องดูแลอะไรต่อ

ออเดอร์ที่ส่งผ่านคลัง Shopee ไม่ต้องพิมพ์ใบปะหน้าและไม่ต้องจัดส่งเอง เพราะแพลตฟอร์มดำเนินการให้ สถานะจะซิงก์เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ ผู้ขายจึงไม่ต้องมานั่งเปลี่ยนสถานะด้วยมือ

สิ่งที่ยังต้องดูแลคือ ออเดอร์ที่ยังไม่ถูกจัดส่ง ซึ่งดูได้ในเมนู แพลตฟอร์มกำลังดำเนินการ › คำสั่งซื้อปกติ FBS และในแท็บ จัดส่งแล้ว / สำเร็จแล้ว / ทั้งหมด / ยกเลิกคำสั่งซื้อ / ยังไม่ชำระ สามารถกรองเอาเฉพาะออเดอร์แบบ FBS ได้

คำถามที่ควรถามทุกสัปดาห์ไม่ใช่ "ส่งของครบไหม" (เพราะไม่ได้ส่งเอง) แต่คือ:

มีออเดอร์ที่ค้างสถานะผิดปกติไหม

ออเดอร์ที่ถูกยกเลิก เกิดจากของไม่พอหรือเปล่า

ออเดอร์ที่ยังไม่ชำระ มีจำนวนมากจนผิดปกติหรือไม่

สามคำถามนี้แปลงเป็นตัวเลขสต็อกได้โดยตรง — ถ้ายกเลิกเพราะของไม่พอ แปลว่าตัวเลขที่คุณเห็นกับของจริงมีช่องว่าง


11 | ของคืน: Stock-in คือ "บันทึก" ไม่ใช่ "ของกลับเข้าคลัง"

จุดนี้ทำให้หลายร้านเข้าใจผิดและคำนวณกำไรเพี้ยนทั้งเดือน

สำหรับออเดอร์ FBS ที่มีเคสคืนเงินหรือคืนสินค้า ระบบสามารถตั้งให้สร้างรายการคืนสินค้า Stock-in ขึ้นมาอัตโนมัติได้ แต่ต้องเข้าใจสามข้อนี้ให้ชัด:

  1. เป็นการบันทึกข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ทำให้ของกลับเข้าคลังจริง

  2. ของที่คืนจริงกับตัวเลขที่บันทึกเป็นคนละเรื่องกัน — การตั้งค่าไม่ได้แตะของจริงในคลัง และไม่ได้เปลี่ยนยอดที่แพลตฟอร์มถืออยู่

  3. คืนสต็อกเข้าคลังแพลตฟอร์มผ่านระบบไม่ได้ จำนวนที่ระบบบันทึกให้จึงเป็นไปตามที่ตั้งไว้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเท่ากับของที่ได้คืนมาจริง

ถ้าจำนวนที่บันทึกกับของที่คืนจริงไม่ตรงกัน กำไรที่คำนวณได้ก็จะไม่ตรงกับความจริงตามไปด้วย — เพราะต้นทุนคิดจากตัวเลขที่ระบบมี ไม่ใช่จากของที่นับได้

วิธีคิดที่ปลอดภัย: ถือว่า Stock-in เป็น "หลักฐานว่ามีเคสนี้เกิดขึ้น" แล้วไปกระทบยอดกับของจริงเป็นรอบ ๆ อย่าถือเป็นตัวเลขสต็อก


12 | ขอบเขต: หกสิ่งที่ฟีเจอร์นี้ไม่ได้ทำ

สิ่งที่ไม่ได้ทำ

ต้องไปทำที่ไหน

ส่งของเข้าไปเก็บในคลัง Shopee

Shopee Seller Center

แก้จำนวนสต็อกในคลังแพลตฟอร์ม

แพลตฟอร์มเป็นเจ้าของตัวเลข ระบบเพียงดึงมาแสดง

พิมพ์ใบปะหน้าหรือเรียกขนส่งให้ออเดอร์ FBS

ไม่ต้องทำ — แพลตฟอร์มจัดส่งให้อยู่แล้ว

คืนสต็อกเข้าคลังแพลตฟอร์มจากในระบบ

ทำไม่ได้ (Stock-in เป็นเพียงบันทึก)

ดูค่าจัดเก็บหรือพื้นที่คลังของ Shopee

Shopee Seller Center

ให้ตัวเลขเรียลไทม์ทุกนาที

รอบซิงก์อัตโนมัติวันละครั้ง (00:00 น.) หรือกดซิงก์เอง

ถ้าความต้องการของคุณอยู่ในคอลัมน์ซ้ายทั้งหมด เครื่องมือนี้ยังไม่ใช่คำตอบ — และควรรู้ก่อนตัดสินใจ


13 | ใครได้ประโยชน์

สถานการณ์ของร้าน

คำแนะนำ

ขาย FBS และมีสินค้าหลายสิบ SKU ขึ้นไป

คุ้ม — ตัวเลขที่ต้องไล่ดูด้วยมือเริ่มเยอะเกินกว่าจะจำไหว

ขายทั้ง FBS และ FBM พร้อมกัน

คุ้มมาก — เพราะต้องแยกให้ออกว่าตัวเลขไหนเป็นของคลังไหน

มีหลายร้านหรือหลายคลัง

คุ้ม — ตัวกรองตามร้านและคลังช่วยได้ตรงจุด

อยากรู้กำไรจริงของสินค้าที่อยู่ใน FBS

คุ้ม แต่ต้องทำการจับคู่ SKU และตั้งต้นทุนให้ครบก่อน


14 | เจ็ดวันแรก: ควรตัดสินใจอะไร ไม่ใช่กดอะไร

ลำดับที่แนะนำไม่ใช่ลำดับการกดเมนู แต่เป็นลำดับการตัดสินใจ เพราะแต่ละข้อกำหนดคุณภาพของตัวเลขที่จะใช้ทั้งปี

วัน

สิ่งที่ต้องตัดสินใจ

เหตุผล

1

คลัง Shopee ขึ้นในรายการแล้วหรือยัง และถูกจัดเป็นประเภทคลังแพลตฟอร์มหรือไม่

ถ้าไม่แยกประเภท ตัวเลขรวมจะสูงเกินจริงตั้งแต่วันแรก

2

มี SKU ไหนที่ยังไม่ถูกจับคู่

จับคู่ไม่ครบ = คิดกำไรไม่ได้ทั้งชุด

3

จะใช้แหล่งต้นทุนแบบไหน "แบบเดียว" ทั้งร้าน

ผสมหลายแบบจะอ่านกำไรเทียบกันไม่ได้

4

เทียบยอดขาย 7 / 15 / 30 วัน กับจำนวนคงเหลือ

หา SKU ที่หมุนช้ากว่าที่คิด

5

ดูอายุสต็อกช่วง 30 / 60 / 90 วัน แล้วทำลิสต์ของที่ต้องเคลียร์

เปลี่ยนจาก "มีเท่าไร" เป็น "ควรหยุดสั่งตัวไหน"

6

จะให้ระบบสร้างรายการ Stock-in อัตโนมัติหรือไม่

เกี่ยวกับความละเอียดของการบันทึก ไม่ใช่จำนวนของจริง

7

ใครเป็นคนกดซิงก์ และกี่โมง

ตัวเลขจะเชื่อถือได้ก็ต่อเมื่อมีคนรับผิดชอบชัดเจน

 

สรุป: ปัญหาไม่ใช่ "ของหาย" แต่คือ "ความจริงอยู่คนละที่"

ถ้าจำได้แค่ประโยคเดียว ขอให้เป็นประโยคนี้: ใน FBS ของไม่ได้หายไปไหน — เพียงแต่ความจริงเรื่องจำนวนถูกเก็บไว้ที่แพลตฟอร์ม ไม่ได้อยู่ในหลังบ้านของคุณ

ดังนั้นสิ่งที่ต้องแก้ไม่ใช่การนับให้ขยันขึ้น แต่คือการทำให้ตัวเลขจากแพลตฟอร์มไหลมาอยู่ในที่เดียวกับสินค้าตัวอื่น ๆ ของคุณ เพื่อให้ตัดสินใจได้ทั้งเรื่อง "พอไหม" "ค้างนานไหม" และ "กำไรจริงเท่าไร"

BigSeller ทำหน้าที่ตรงนี้ — ไม่ได้แทนแพลตฟอร์ม แต่ทำให้คุณมองเห็นสิ่งที่แพลตฟอร์มรู้อยู่แล้ว ในมุมที่ใช้ตัดสินใจได้


เช็กสามข้อนี้ก่อน ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที

  1. คลัง Shopee ขึ้นในรายการคลังของคุณแล้วหรือยัง — และถูกติดป้ายเป็น "คลังแพลตฟอร์ม" หรือเปล่า

  2. SKU ที่ขายผ่าน FBS จับคู่ครบกี่เปอร์เซ็นต์ — ถ้ายังไม่ครบ กำไรทั้งชุดจะคิดไม่ได้

  3. ของที่ค้างเกิน 60 วัน คิดเป็นเงินเท่าไร — ถ้าตอบข้อนี้ไม่ได้ นั่นคือเงินที่คุณยังมองไม่เห็น

ถ้าข้อไหนตอบไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าคุณดูแลร้านไม่ดี — แต่เพราะข้อมูลนั้นอยู่ที่แพลตฟอร์ม และยังไม่มีใครพามันมาไว้ที่เดียวกับสินค้าตัวอื่นของคุณ


เริ่มจากข้อ 1 ก่อนก็ได้

👉 เปิด BigSeller แล้วเชื่อมร้าน Shopee — คลัง จำนวน และอายุสต็อกจะขึ้นในที่เดียวกับสินค้าที่คุณดูแลอยู่




 


ไม่ต้องย้ายระบบเดิมทั้งหมด และไม่ต้องรอปิดรอบบัญชี — เริ่มจากร้านเดียว แล้วค่อยขยาย

FAQ

FBS คือส่งของเข้าไปเก็บในคลัง Shopee แล้วแพลตฟอร์มเป็นคนหยิบ แพ็ก และจัดส่งให้ ส่วน FBM คือคุณเก็บของเองและจัดส่งเอง ความต่างนี้ทำให้คนที่ตัดสต็อกไม่เหมือนกัน — FBS แพลตฟอร์มเป็นคนตัด
ไม่ได้ การส่งของเข้าคลังเป็นขั้นตอนฝั่งแพลตฟอร์ม ระบบนี้ทำหน้าที่ดึงข้อมูลคลังที่เกิดขึ้นแล้วมาแสดงและใช้คำนวณ
เพราะแพลตฟอร์มเป็นเจ้าของตัวเลข ระบบจะดึงตัวเลขล่าสุดจากแพลตฟอร์มมาแทนการตัดเอง ถ้าตัดเองจะกลายเป็นหักซ้ำและตัวเลขต่ำกว่าความจริง
อัตโนมัติวันละครั้งเวลา 00:00 น. และกดซิงก์เองได้ ช่วงที่แนะนำคือ 22:00–07:00 น. จึงควรถือว่าเป็นภาพ ณ เวลาที่ซิงก์ ไม่ใช่เรียลไทม์
มักเกิดจากยังไม่ได้จับคู่ SKU Merchant กับ SKU ของร้าน เมื่อจับคู่แล้วจึงจะตั้งต้นทุนได้ และระบบจะใช้ต้นทุนนั้นคำนวณกำไร
เพราะการตั้งค่านั้นไม่มีผลกับออเดอร์ที่ส่งผ่านคลัง Shopee ต้องตั้งที่ปุ่มตั้งค่าราคาต้นทุนของ SKU ในส่วนของคลังแพลตฟอร์มแยกต่างหาก
ไม่ต้อง แพลตฟอร์มจัดส่งให้ และสถานะออเดอร์จะซิงก์เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ
ไม่ใช่การกลับเข้าคลังจริง รายการ Stock-in ที่สร้างขึ้นเป็นเพียงบันทึก และไม่ส่งผลต่อจำนวนสต็อกในคลังแพลตฟอร์ม
ดูได้ในที่เดียว และกรองตามร้าน ชื่อคลัง ระดับสต็อก และสถานะการจับคู่ SKU Merchant เพื่อแยกดูเป็นรายกรณี