Blog>ข่าวร้อน>TikTok Shop คะแนนร้านค้าและคะแนนสถานะบัญชี 2569: คู่มือสุขภาพร้านและนโยบายหลังการขายฉบับสมบูรณ์ | BigSeller

TikTok Shop คะแนนร้านค้าและคะแนนสถานะบัญชี 2569: คู่มือสุขภาพร้านและนโยบายหลังการขายฉบับสมบูรณ์ | BigSeller

Gloria14 ต.ค. 2026 12:30Copy link & title

บทนำ: "สุขภาพร้าน" กลายเป็นตัวเลขที่แพงที่สุดของร้าน TikTok Shop

ถ้าถามว่าร้านค้าบน TikTok Shop แพ้เพราะอะไร คำตอบส่วนใหญ่ไม่ใช่ "ขายไม่ออก" แต่คือ "ขายได้ แต่ถูกจำกัดสิทธิ์"

นี่คือกลไกที่ TikTok Shop พัฒนาต่อเนื่องมาตลอดปี 2569 — แพลตฟอร์มสร้าง ระบบตัวเลขวัดสุขภาพร้าน ขึ้นมาหลายชั้น ทั้งคะแนนสถานะบัญชี (AHR) คะแนนร้านค้า (Store Rating) และตัวชี้วัดย่อยอีกหลายตัวที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย

จุดสำคัญคือ ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้แยกจากกัน — การจัดส่งล่าช้าจะกดตัวชี้วัดการจัดส่ง ซึ่งดึงคะแนนร้านค้าลง ซึ่งอาจกระทบคะแนนสถานะบัญชี และสุดท้ายไปตัดสิทธิ์การเข้าร่วมแคมเปญหรือจำกัดการมองเห็นของสินค้า

ดังนั้นร้านที่อยากเติบโตบน TikTok Shop จึงต้องเข้าใจ นโยบายสุขภาพร้านทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ทีละตัว

บทความนี้รวบรวมนโยบายทางการ 6 ฉบับของ TikTok Shop ประเทศไทยไว้ในที่เดียว พร้อมอธิบายวิธีที่ BigSeller ช่วยพยุงตัวชี้วัดเหล่านี้ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี


ภาพรวม: 6 นโยบายสุขภาพร้านที่ต้องรู้ในปี 2569

       ลำดับ       

นโยบาย

ชื่อทางการ (ภาษาไทย)

     วันที่บนหน้า     

นำไปใช้กับ

1

คะแนนสถานะบัญชี

คะแนนสถานะบัญชี (Account Health Rating: AHR)

01/10/2569

อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม

2

นโยบายยกเลิก/คืนสินค้า/คืนเงิน

นโยบายการยกเลิกคำสั่งซื้อ การคืนสินค้า และการคืนเงินของผู้ซื้อ TikTok Shop

23/09/2569

ไทย

3

คะแนนร้านค้า

คะแนนร้านค้า (Store Rating)

22/09/2569

ไทย

4

แนวทางความคิดเห็นเชิงลบ

แนวทางเกี่ยวกับความคิดเห็นเชิงลบของลูกค้า

22/09/2569

ฟิลิปปินส์ ไทย

5

เวลาจัดการบริการหลังการขาย

เวลาจัดการบริการหลังการขายโดยเฉลี่ย (After-Sales Handling Time: AHT)

22/09/2569

อินโดนีเซีย ไทย

6

การคืนสินค้า "เปลี่ยนใจ"

การคืนสินค้าด้วยเหตุผล "เปลี่ยนใจ"

01/10/2569

ไทย

💡 ทั้ง 6 นโยบายอยู่ในหมวด Policy Center ของ Seller Center โดยข้อ 1, 4, 5 อยู่หมวด ตัวชี้วัดประสิทธิภาพร้านค้า ส่วนข้อ 2, 6 อยู่หมวด จัดการคำขอหลังการขาย และข้อ 3 อยู่หมวด ขยายร้านค้าของคุณ


หมวดที่ 1: คะแนนสถานะบัญชี (Account Health Rating: AHR)

1.1 คะแนนสถานะบัญชีคืออะไร

คะแนนสถานะบัญชี (AHR) คือระบบคะแนน 0–1,000 คะแนน ซึ่งประเมิน การปฏิบัติตามนโยบาย ของร้านค้า โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานของร้านค้า นับย้อนหลัง 90 วัน

วิธีคำนวณ

คะแนนสถานะบัญชี = คะแนนเริ่มต้น (200) + คะแนนที่ได้รับจากคำสั่งซื้อที่เสร็จสมบูรณ์ (นับย้อนหลัง 90 วัน) − คะแนนที่ถูกหักจากการละเมิดนโยบาย (นับย้อนหลัง 90 วัน)

ร้านค้าใหม่ทุกรายมี คะแนนเริ่มต้น 200 คะแนน

แพลตฟอร์มแนะนำให้รักษาคะแนนสถานะบัญชีให้อยู่ที่ 200 คะแนนขึ้นไป เพื่ออยู่ในช่วงที่ดีและหลีกเลี่ยงบทลงโทษตามระดับคะแนน

1.2 ระดับคะแนนสถานะบัญชี

ระดับ

ความหมาย

🟢 200–1,000 คะแนน

สถานะที่ดี

🟠 151–199 คะแนน

ต้องปรับปรุง

🔴 1–150 คะแนน

มีความเสี่ยงที่จะถูกปิดใช้งาน และอาจมีบทลงโทษตามระดับคะแนน

⚫ 0 คะแนน

บัญชีผู้ขาย TikTok Shop ของคุณจะถูกปิดใช้งาน

1.3 วิธีเพิ่มคะแนน

① คำสั่งซื้อที่เสร็จสมบูรณ์

รับ 4 คะแนน ต่อทุก ๆ 200 คำสั่งซื้อที่เสร็จสมบูรณ์ โดยนับคำสั่งซื้อในช่วง 90 วันที่ผ่านมา

คำสั่งซื้อที่ ล่าช้า ถูกส่งคืน ถูกคืนเงิน ถูกยกเลิก หรือเชื่อมโยงกับรีวิวเชิงลบสูง/การละเมิดร้ายแรง จะไม่ถูกนับ

คะแนนจากคำสั่งซื้อที่เสร็จสมบูรณ์จะถูกคำนวณและเพิ่มให้ ทุกสัปดาห์ โดยรับได้ สูงสุด 16 คะแนนต่อสัปดาห์


② แบบทดสอบนโยบาย (Policy Quiz)

รับ 5 คะแนน ทุกครั้งที่ทำแบบทดสอบนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดครั้งนั้นได้ คะแนนเต็ม

แบบทดสอบจะเปิดให้ทำ หลังจากเกิดการละเมิดเท่านั้น

1.4 เกณฑ์การหักคะแนน

จำนวนคะแนนที่ถูกหักขึ้นอยู่กับ ความรุนแรงและความถี่ ของการละเมิด

สาเหตุการละเมิด

เกณฑ์การหักคะแนนสถานะบัญชี

คุณสมบัติของร้านค้าหรือสินค้า

คุณสมบัติไม่ครบถ้วน

เริ่มตั้งแต่การหัก 25 คะแนนไปจนถึงการปิดร้านค้า

คุณสมบัติหมดอายุแล้ว

เริ่มตั้งแต่การหัก 15 คะแนนไปจนถึงการปิดร้านค้า

คุณสมบัติเป็นของปลอม

เริ่มตั้งแต่การหัก 50 คะแนนไปจนถึงการปิดร้านค้า

สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

การละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

เริ่มตั้งแต่การหัก 5 คะแนนไปจนถึงการปิดร้านค้า

ลงรายการสินค้าปลอม

เริ่มตั้งแต่การหัก 15 คะแนนไปจนถึงการปิดร้านค้า

ลงรายการสินค้าลอกเลียนแบบ

สูงสุดที่การหัก 15 คะแนน

การลงรายการสินค้า

ลงรายการสินค้าผิดหมวดหมู่

สูงสุดที่การปิดร้านค้า

ลงรายการหรือจัดส่งสินค้าต้องห้าม

เริ่มตั้งแต่การหัก 25 คะแนนไปจนถึงการปิดร้านค้า

ลงรายการหรือจัดส่งสินค้าที่ไม่รองรับ

สูงสุดที่การปิดร้านค้า

การแสดงข้อมูลเท็จ

สูงสุดที่การหัก 20 คะแนน และระงับการใช้งานรายการสินค้า

ไม่ปฏิบัติตามแนวทางการลงรายการสินค้าของแพลตฟอร์ม

สูงสุดที่การปิดร้านค้า

ปัญหาคุณภาพสินค้า (จากการสุ่มตรวจตัวอย่าง)

สูงสุดที่การปิดร้านค้า

การให้บริการลูกค้า

อัตราการตอบกลับภายใน 12 ชั่วโมงต่ำ

สูงสุดที่การหัก 20 คะแนน

การสื่อสารกับผู้ซื้อในลักษณะที่ไม่เหมาะสมหรือต้องห้าม

สูงสุดที่การหัก 50 คะแนน

การจัดส่งสินค้า

อัตราการยกเลิกคำสั่งซื้อเนื่องจากข้อผิดพลาดของผู้ขาย (SFCR) สูง

สูงสุดที่การหัก 10 คะแนน

อัตราการจัดส่งล่าช้า (LDR) สูง

สูงสุดที่การหัก 10 คะแนน

อัตราการส่งคืนสินค้าและคืนเงินเนื่องจากข้อผิดพลาดของผู้ขาย (SFRR) สูง

เริ่มตั้งแต่การหัก 5 คะแนน

จัดส่งสินค้าที่ไม่ตรงตามคำสั่งซื้อหรือที่ระบุในรายละเอียด (SNAD)

เริ่มตั้งแต่การหัก 5 คะแนนไปจนถึงการปิดร้านค้า

เนื้อหาบน TikTok Shop

เนื้อหาที่ไม่เป็นต้นฉบับ

ปิดร้านค้า

การโปรโมทสินค้าต้องห้ามหรือไม่รองรับ

เริ่มตั้งแต่การหัก 25 คะแนนไปจนถึงการปิดร้านค้า

การโปรโมทสินค้าที่ไม่ตรงกับสินค้าจริง

เริ่มตั้งแต่การหัก 5 คะแนนไปจนถึงการปิดร้านค้า

การทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมายหรือข้อบังคับต่าง ๆ

ปิดร้านค้า

หมายเหตุจากนโยบาย:

คะแนนที่ถูกหักไปแล้วจะถูก รีเซ็ตอัตโนมัติหลังผ่านไป 90 วัน หรือเร็วกว่านั้นหากผู้ขาย ยื่นโต้แย้งสำเร็จ หรือได้ทำการแก้ไขการละเมิดแล้ว

สำหรับเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม หากบัญชีครีเอเตอร์ที่เชื่อมโยงกับร้านละเมิดนโยบาย TikTok Shop อาจ ลงโทษร่วมกับบัญชีหรือร้านค้าของคุณ ได้

1.5 บทลงโทษตามระดับคะแนน (Milestone Enforcements)

เมื่อคะแนนลดลงถึง 150, 100, 50 หรือ 0 คะแนน จะมีบทลงโทษเพิ่มเติมตามระดับ

ระดับคะแนน

บทลงโทษ

150 คะแนน

ไม่สามารถเข้าร่วมแคมเปญใหม่ โปรแกรมส่งเสริมการขาย การสนับสนุนค่าจัดส่งฟรี และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ของแพลตฟอร์มเป็นเวลา 7 วัน

ไม่สามารถสมัครเข้าร่วมโปรแกรมแอฟฟิลิเอตของ TikTok Shop เป็นเวลา 7 วัน

100 คะแนน

ไม่สามารถเข้าร่วมแคมเปญใหม่และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เป็นเวลา 14 วัน

ไม่สามารถสมัครเข้าร่วมโปรแกรมแอฟฟิลิเอต เป็นเวลา 14 วัน

ไม่สามารถสร้างรายการสินค้าใหม่ หรือแก้ไขรายการสินค้าเดิมได้ เป็นเวลา 14 วัน

จำกัดยอดการเข้าชมไลฟ์สตรีม เป็นเวลา 14 วัน

สินค้าถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ขึ้นแสดงเป็นสินค้าแนะนำในหน้า Shop Tab เป็นเวลา 14 วัน

50 คะแนน

ร้านค้าจะถูกปิดการใช้งานเป็นเวลา 28 วัน

ไม่สามารถเข้าร่วมแคมเปญใหม่และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เป็นเวลา 60 วัน

0 คะแนน

ร้านค้าจะถูกปิดการใช้งานถาวร

หมายเหตุ: การเปิดใช้งานบัญชีที่ถูกปิดไปแล้ว ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ TikTok Shop แต่เพียงผู้เดียว

 

1.6 ตรวจสอบคะแนนได้ที่ไหน

ไปที่ Seller Center > ความพร้อมของบัญชี (Account Health) > คะแนนสถานะบัญชี

คะแนนสถานะบัญชี มีไว้ให้ผู้ขายเห็นเท่านั้น ผู้ซื้อไม่สามารถมองเห็นได้

หากต้องการโต้แย้งการหักคะแนน สามารถ ยื่นโต้แย้งผ่านตั๋วการละเมิดที่เกี่ยวข้อง หากการโต้แย้งได้รับอนุมัติ คะแนนที่ถูกหักจะถูกคืน


หมวดที่ 2: คะแนนร้านค้า (Store Rating)

2.1 คะแนนร้านค้าคืออะไร

คะแนนร้านค้า คือคะแนนภาพรวมประสิทธิภาพของร้านค้า โดยมีคะแนนอยู่ในช่วง 0 ถึง 5 คะแนน ซึ่ง 5 คะแนน หมายถึงร้านค้ามีประสิทธิภาพดีเยี่ยม

คะแนนร้านค้าเป็น คะแนนที่ครอบคลุมประสิทธิภาพร้านค้า ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ส่วน

องค์ประกอบ

ตัวชี้วัด

😊 ความพึงพอใจต่อสินค้า

อัตรารีวิวเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับผู้ขาย (NRR) · อัตราการส่งคืนสินค้าและคืนเงินเนื่องจากข้อผิดพลาดของผู้ขาย (SFRR)

🚚 การจัดการคำสั่งซื้อและการจัดส่ง

อัตราการยกเลิกคำสั่งซื้อเนื่องจากข้อผิดพลาดของผู้ขาย (SFCR) · อัตราการจัดส่งเร็ว (FDR)

📞 การบริการผู้ซื้อ

เวลาจัดการบริการหลังการขายโดยเฉลี่ย (AHT) · อัตราการตอบกลับภายใน 12 ชั่วโมง

คะแนนร้านค้า มีการอัปเดตทุกวัน

2.2 รอบเวลาการวัดตัวชี้วัดแต่ละตัว

รอบเวลาการวัดของแต่ละกลุ่มตัวชี้วัด ไม่เท่ากัน — นี่คือจุดที่ผู้ขายมักสับสน

กลุ่ม

ตัวชี้วัด

   รอบเวลาการวัด   

ความพึงพอใจต่อสินค้า

NRR, SFRR

60 วัน

การจัดการคำสั่งซื้อและการจัดส่ง

SFCR, FDR

30 วัน

การบริการผู้ซื้อ

AHT

60 วันที่ผ่านมา

การบริการผู้ซื้อ

อัตราการตอบกลับภายใน 12 ชั่วโมง

30 วันที่ผ่านมา

อัตรารีวิวเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับผู้ขาย (NRR): เปอร์เซ็นต์การรีวิวเชิงลบ (การให้รีวิว 1-2 คะแนน) จากคำสั่งซื้อที่จัดส่งสำเร็จทั้งหมด โดย ไม่รวมรีวิวเกี่ยวกับปัญหาด้านการขนส่ง

อัตราการจัดส่งเร็ว (FDR): เปอร์เซ็นต์ของคำสั่งซื้อทั้งหมดที่ตรงตามเงื่อนไขการจัดส่งรวดเร็วและได้รับการอัปเดตเป็นสถานะ "จัดส่งแล้ว" หลังจากวันที่เกิดคำสั่งซื้อ

อัตราการตอบกลับภายใน 12 ชั่วโมง: เปอร์เซ็นต์การตอบกลับแชทที่ เริ่มโดยฝ่ายผู้ซื้อ และได้รับการตอบกลับภายใน 12 ชั่วโมง ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา

2.3 เงื่อนไขการแสดงคะแนนร้านค้า

คะแนนร้านค้า จะแสดงก็ต่อเมื่อร้านค้าเข้าเงื่อนไขต่อไปนี้

  • ร้านค้าจัดการคำสั่งซื้อสำเร็จอย่างน้อย 30 คำสั่งซื้อ ในระยะเวลา 60 วันที่ผ่านมา
  • ร้านค้าต้องไม่มีคำสั่งซื้อใดที่ ตรวจพบว่ามีการฉ้อโกง

2.4 สิทธิประโยชน์และช่องทางตรวจสอบ

ร้านค้าที่มีคะแนนร้านค้าสูงอาจเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น โปรแกรมแอฟฟิลิเอต แคมเปญของ TikTok Shop แฟลชเซล การร่วมงานกับแอฟฟิลิเอต โปรแกรมร้านค้า TopChoice การเข้าร่วมเป็นผู้ขายใน TikTok Shop Mall เครื่องมือเร่งยอดขาย และการส่งข้อความ CRM

⚠️ หมายเหตุ: แต่ละสิทธิประโยชน์มี เกณฑ์คะแนนขั้นต่ำที่แตกต่างกัน และแพลตฟอร์มระบุว่าอาจต้อง เข้าเงื่อนไขเพิ่มเติม ด้วย เกณฑ์ตัวเลขของแต่ละโปรแกรมแสดงอยู่ในหน้า Seller Center ของท่าน

ตรวจสอบคะแนนได้ที่

  • เดสก์ท็อป: Seller Center > ความพร้อมของบัญชี (Account Health) > คะแนนร้านค้า
  • แอป TikTok Shop Seller Center: หน้าแรก > ความพร้อมของร้านค้า > คะแนนร้านค้า

หากเห็นว่าคะแนนถูกคำนวณไม่ถูกต้อง สามารถยื่นเรื่องได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือ > รายการบันทึกตั๋ว > สร้างตั๋วใหม่ โดยเลือก หัวข้อ: ความพร้อมของร้านค้า - คะแนนร้านค้า และเลือก รายละเอียด: การสอบถามเกี่ยวกับความพร้อมของร้านค้า

2.5 คะแนนร้านค้า ต่างจาก คะแนนสถานะบัญชี อย่างไร

     ประเด็น     

คะแนนสถานะบัญชี (AHR)

คะแนนร้านค้า (Store Rating)

วัดอะไร

การปฏิบัติตามนโยบาย

ประสิทธิภาพร้านค้า ในช่วง 60 วันที่ผ่านมา

ใครเห็น

ผู้ขายเห็นเท่านั้น

ผู้ซื้อเห็นได้ บน TikTok Shop

ใช้ทำอะไร

เข้าใจว่าอยู่ใกล้บทลงโทษแค่ไหน

ปลดล็อกสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ


หมวดที่ 3: เวลาจัดการบริการหลังการขายโดยเฉลี่ย (AHT) — ตัวชี้วัดใหม่ปี 2569

3.1 กำหนดการเริ่มใช้

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ผู้ขายจะเห็นตัวชี้วัดใหม่ชื่อ "เวลาจัดการบริการหลังการขายโดยเฉลี่ย" ในหน้าคะแนนร้านค้า (ช่วงนี้ใช้เพื่อทำความคุ้นเคย ยังไม่กระทบคะแนนร้านค้า)

ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ตัวชี้วัดนี้จะ นำไปนับรวมในคะแนนร้านค้าอย่างเป็นทางการ


3.2 เป้าหมายที่ต้องรักษา

🎯 เป้าหมายของคุณ: รักษาเวลาจัดการบริการหลังการขายโดยเฉลี่ยให้ต่ำกว่า 15 ชั่วโมง

3.3 วิธีคำนวณ

เวลาจัดการบริการหลังการขายโดยเฉลี่ย = เวลาที่ใช้ในการจัดการบริการหลังการขายทั้งหมด (ชั่วโมง) ÷ จำนวนคำขอหลังการขายทั้งหมดที่คุณต้องตรวจสอบและดำเนินการ

"เวลาที่ใช้" ครอบคลุม 2 ส่วน

  • การตรวจสอบคำขอ: เวลาที่คุณใช้ในการอนุมัติหรือปฏิเสธคำขอคืนสินค้า/คืนเงิน
  • การตรวจสอบสินค้า: เวลาที่คุณใช้ในการอนุมัติหรือปฏิเสธคำขอหลังตรวจสอบสินค้าที่ส่งคืนมา

ความหมายของคะแนน: ตัวชี้วัดนี้พิจารณาจากคำขอหลังการขายทั้งหมด ในช่วง 60 วันที่ผ่านมา และ อัปเดตทุกวัน

⚠️ หมายเหตุสำคัญจากนโยบาย: หากคำขอ หมดเวลาและได้รับการอนุมัติโดยอัตโนมัติ ช่วงเวลาการตรวจสอบทั้งหมดจะถูกนับเป็นเวลาจัดการของคุณ — ดังนั้น การดำเนินการให้เร็วที่สุดจึงสำคัญ แพลตฟอร์มแนะนำให้เปิดใช้ "การตั้งกฎอนุมัติอัตโนมัติ" เพื่ออนุมัติคำขอที่เข้าเงื่อนไขได้ทันที

3.4 ตัวอย่างการคำนวณ

     กรณีสมมติ     

     จำนวนคำขอ (60 วัน)     

       เวลารวม       

AHT

ผล

ร้าน A

50 รายการ

600 ชั่วโมง

600 ÷ 50 = 12 ชั่วโมง

✅ ถือว่าดี (ต่ำกว่าเป้าหมาย 15 ชั่วโมง)

ร้าน B

50 รายการ

1,200 ชั่วโมง

1,200 ÷ 50 = 24 ชั่วโมง

❌ ถือว่าไม่ดี (เกินเวลาเป้าหมาย 15 ชั่วโมง)

3.5 คำขอประเภทใดถูกนับ และประเภทใดไม่ถูกนับ

ถูกนับ

คำขอหลังการขายทั้งหมดที่ต้องให้คุณตรวจสอบ — ครอบคลุมทั้งการอนุมัติคำขอและการตรวจสอบสินค้า

คำขอที่หมดเวลาและได้รับการอนุมัติโดยอัตโนมัติ (นับด้วย แม้คุณไม่ได้อนุมัติ/ปฏิเสธเอง)

คำขอที่อนุมัติ/ปฏิเสธผ่าน Seller Tools

ไม่ถูกนับ

คำขอทั้งหมดที่ ถูกจัดการโดยแพลตฟอร์ม จะไม่ถูกนำมานับ

3.6 วิธีปรับปรุงตัวชี้วัดนี้

ให้ความสำคัญกับเคสที่เหลือเวลาน้อยที่สุด — ใน Seller Center ไปที่ จัดการการคืนสินค้า > แท็บ "รอการดำเนินการของคุณ" แล้วเรียงตามเวลาที่เหลือ มุ่งเน้นเคสที่เหลือเวลา น้อยกว่า 1 วัน

ตรวจสอบเคสที่ค้างอยู่ทุกวัน เพื่อไม่ให้คำขอสะสมและดึงค่าเฉลี่ยให้สูงขึ้น

ดำเนินการให้จบในครั้งเดียว เพราะการตรวจสอบบางส่วนที่หยุดกลางทางยังนับเข้าเวลาจัดการรวม

ใช้ระบบอัตโนมัติกับงานซ้ำ ๆ ผ่าน Seller Tools

ตั้งค่าการแจ้งเตือน เพื่อให้รู้ทันทีเมื่อมีคำขอหลังการขายใหม่ ลดเวลาว่างก่อนลงมือครั้งแรก


3.7 ข้อดีของการทำได้ตามเป้าหมาย

🌟 ลูกค้าพึงพอใจมากขึ้น และเกิดการซื้อซ้ำ

ตั้งแต่ กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ค่า AHT ที่ดีจะส่งผลดีต่อคะแนนร้านค้า ซึ่งส่งผลต่อสิทธิ์ในการเข้าถึง แคมเปญและแฟลชเซล เครื่องมือการตลาดกับพันธมิตร และ โปรแกรมผู้ขายพิเศษ เช่น TikTok Mall และ Star Shop

ตรวจสอบตัวชี้วัดนี้ได้ที่: Seller Center > ความพร้อมของบัญชี > คะแนนร้านค้า > ดูตัวอย่าง > เลื่อนลงไปที่ "ปรับปรุงตัวชี้วัด" > บริการลูกค้า > เวลาจัดการบริการหลังการขายโดยเฉลี่ย


หมวดที่ 4: แนวทางเกี่ยวกับความคิดเห็นเชิงลบของลูกค้า

4.1 อะไรนับเป็น "ความคิดเห็นเชิงลบ"

TikTok Shop พิจารณาความคิดเห็นจาก 3 แหล่งหลัก

แหล่ง

รายละเอียด

คะแนนสินค้าต่ำ (1-2 ดาว)

การให้คะแนน 1 หรือ 2 ดาว ถือเป็นความคิดเห็นเชิงลบ

เหตุผลในการคืนสินค้าและการคืนเงิน

ตัวอย่างเช่น "สินค้าไม่ตรงกับคำอธิบาย" "พัสดุหรือสินค้าเสียหาย" "ได้รับสินค้าไม่ครบ/ชิ้นส่วนไม่ครบ"

การร้องเรียนของผู้ซื้อ

ผ่านช่องทางหลังการขาย ทั้งกับผู้ขายหรือกับ TikTok Shop

ความคิดเห็นเชิงลบแบ่งเป็น 2 ประเภท

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับสินค้า: สินค้าชำรุดหรือคุณภาพต่ำ สินค้าไม่ตรงกับคำอธิบาย ภาพหรือคำกล่าวอ้างที่ทำให้เข้าใจผิด สงสัยว่าเป็นสินค้าปลอม

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับบริการ: ได้รับสินค้า/ขนาด/สีผิด ขาดชิ้นส่วนหรือของแถม ตอบแชทช้าหรือไม่ช่วยเหลือ ตอบกลับด้วยถ้อยคำหยาบคายหรือไม่เป็นมืออาชีพ

หมายเหตุ: ความล่าช้าที่เกิดจาก การขนส่งหรือผู้ให้บริการขนส่ง จะไม่ถูกนับ เป็นความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับผู้ขาย

4.2 ตัวชี้วัดที่ใช้ติดตาม

อัตรารีวิวเชิงลบ (NRR): วัดจากเปอร์เซ็นต์ของคำสั่งซื้อที่จัดส่งสำเร็จแล้ว ซึ่งได้รับการรีวิว 1–2 ดาว ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา

อัตราการส่งคืนสินค้าและคืนเงินเนื่องจากข้อผิดพลาดของผู้ขาย (SFRR): วัดความถี่ที่ผู้ซื้อส่งคืนหรือขอคืนเงินด้วยเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพสินค้า สินค้าผิด หรือปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดจากผู้ขาย


4.3 แนวทางหลีกเลี่ยง

ให้ความสำคัญกับรายการสินค้า: ใช้ชื่อ ภาพ และคำอธิบายที่ชัดเจน ตรงกับสินค้าจริง หลีกเลี่ยงคำกล่าวอ้างเกินจริง และปฏิบัติตามนโยบาย TikTok Shop และกฎหมายท้องถิ่น

แพ็กและจัดส่งอย่างระมัดระวัง: ใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสินค้าเปราะบาง ตรวจสอบชนิด ขนาด และจำนวนก่อนจัดส่ง และตรวจว่าของแถมครบตามที่ระบุ

ให้บริการลูกค้าที่ดี: ตอบกลับแชทอย่างรวดเร็วและสุภาพ (แนะนำให้ตอบกลับภายใน 12 ชั่วโมง) และ ไม่กดดันให้ผู้ซื้อแก้หรือลบรีวิว

ตรวจสอบเป็นประจำ: ตรวจคะแนนรีวิวเชิงลบและเหตุผลการคืนสินค้า ทุกสัปดาห์ และจัดการรายการสินค้าที่ถูกร้องเรียนซ้ำ

4.4 หากไม่ปรับปรุงจะเกิดอะไรขึ้น

หากร้านค้ายังคงได้รับความคิดเห็นเชิงลบในปริมาณสูง TikTok Shop อาจออกคำเตือนหรือดำเนินมาตรการลงโทษ โดยอาจ

  • ออก คำเตือนสินค้า
  • ปิดการใช้งานรายการสินค้า จนกว่าจะปรับปรุง
  • ลบ สินค้าหรือรายการสินค้าที่มีปัญหาเดียวกัน
  • ลดการมองเห็น ในผลการค้นหาและการแนะนำ
  • จำกัด ไม่ให้โปรโมทสินค้าในไลฟ์สตรีม
  • ระงับ สินค้าไม่ให้ผู้ซื้อเห็น
  • บังคับใช้ การจำกัดปริมาณคำสั่งซื้อ
  • ลด การมองเห็นของร้านค้า โดยรวม
  • ระงับการใช้งานชั่วคราว (จะไม่ได้รับคำสั่งซื้อใหม่)
  • ระงับการใช้งานถาวร สำหรับปัญหาที่เกิดซ้ำหรือร้ายแรง

หากเห็นว่ามาตรการนั้นถูกดำเนินการกับท่านโดยผิดพลาด สามารถยื่นโต้แย้งผ่าน Seller Center ได้


หมวดที่ 5: นโยบายการยกเลิกคำสั่งซื้อ การคืนสินค้า และการคืนเงิน

5.1 การยกเลิกคำสั่งซื้อ — ใครยกเลิกได้บ้าง

นโยบายระบุว่าคำสั่งซื้ออาจถูกยกเลิกได้โดย ผู้ขาย ผู้ซื้อ หรือแพลตฟอร์ม ขึ้นอยู่กับสถานะของคำสั่งซื้อ

ยกเลิกโดยผู้ขาย

ผู้ขายสามารถยกเลิกคำสั่งซื้อได้ ทุกเมื่อก่อนที่คำสั่งซื้อจะถูกระบุเป็น "จัดส่งแล้ว - จัดส่งสำเร็จ" อย่างไรก็ตาม การทำเช่นนี้ จะถูกนับเข้าอัตราการยกเลิกคำสั่งซื้อเนื่องจากข้อผิดพลาดของผู้ขาย (SFCR)

🚫 ผู้ขายถูกห้ามไม่ให้ขอให้ผู้ซื้อเป็นฝ่ายยกเลิกคำสั่งซื้อ

ยกเลิกโดยผู้ซื้อ

คำสั่งซื้อส่วนใหญ่สามารถยกเลิกได้ ทุกเมื่อก่อนสถานะจะเปลี่ยนเป็น "อยู่ระหว่างขนส่ง"

ไม่มีผลเสียต่อผู้ขาย เว้นแต่ผู้ซื้อเลือกเหตุผล "การจัดส่งล่าช้า (Late Shipment)"

ในบางกรณีอาจต้องให้ผู้ขายเป็นผู้อนุมัติคำขอยกเลิก และมีข้อยกเว้นสำหรับคำสั่งซื้อบางประเภท

ยกเลิกสำหรับการเก็บเงินปลายทาง (COD) ผู้ซื้อสามารถเปิดพัสดุและตรวจสอบสินค้าได้ก่อนชำระเงิน และสามารถ ปฏิเสธรับพัสดุโดยไม่ต้องชำระเงิน ได้ด้วยเหตุผลต่อไปนี้

  1. สินค้าเสียหายหรือไม่ครบถ้วน

  2. สินค้าไม่ตรงกับความคาดหวัง (ไม่ตรงกับที่สั่งซื้อ)

  3. ผู้ซื้อไม่ได้เป็นผู้สั่งซื้อรายการนี้

ยกเลิกโดยแพลตฟอร์ม — แพลตฟอร์มอาจยกเลิกคำสั่งซื้อด้วยเหตุผลดังนี้

การชำระเงินล้มเหลว: เช่น การเรียกเก็บเงินคืน (charge-back) หรือการซื้อโดยทุจริต โดยแพลตฟอร์มจะแจ้งผู้ขายใน Seller Center และทางอีเมล ผู้ขายเพียงรับทราบว่าคำสั่งซื้อถูกยกเลิกในส่วน จัดการคำสั่งซื้อ

กิจกรรมที่น่าสงสัย: เช่น ตรวจพบการยกเลิกคำสั่งซื้อบ่อยผิดปกติ สงสัยว่าละเมิดนโยบาย สงสัยว่าทุจริต ตรวจพบการฝ่าฝืนแนวทางการจัดส่ง คำสั่งซื้อที่ไม่ถูกต้อง หรือธุรกรรมที่ผิดปกติ

การจัดส่งล่าช้า: คำสั่งซื้อที่ไม่ได้รับการอัปเดตเป็น "ที่จะจัดส่ง - รอเข้ารับ" หรือ "จัดส่งแล้ว" ตามกรอบเวลาในบทความ กรอบเวลาการจัดส่งสินค้า อาจถูก ยกเลิกโดยอัตโนมัติ

ปัญหาด้านโลจิสติกส์: หากผู้ให้บริการขนส่งแจ้งว่าพัสดุสูญหายหรือเสียหายระหว่างขนส่ง แพลตฟอร์มจะยกเลิกคำสั่งซื้อ คืนเงินให้ผู้ซื้อทันที และชดเชยให้ผู้ขาย

⚠️ ข้อยกเว้นสำคัญ: สำหรับสินค้าบางหมวดที่มีอายุสั้นและมีแนวทางการแพ็กเฉพาะ (เช่น ผลไม้สด โทรศัพท์/แท็บเล็ต/แล็ปท็อปมือสอง) ผู้ขาย จะไม่ได้รับการชดเชย สำหรับความเสียหายที่เกิดกับพัสดุระหว่างขนส่ง


5.2 การคืนสินค้าและการคืนเงิน

ส่งคำขอได้เมื่อไหร่: ผู้ซื้อสามารถส่งคำขอคืนสินค้าหรือการคืนเงินได้ หลังจากสถานะสินค้าอัปเดตเป็น "จัดส่งแล้ว" เท่านั้น และต้องส่งภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งแตกต่างกันไปตามว่าจะเป็น สินค้าจาก Mall หรือไม่

การตรวจสอบและทางเลือกอื่น: ผู้ขายอาจต้องตรวจสอบคำขอและอนุมัติหรือปฏิเสธภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยสามารถเสนอ ทางเลือกอื่น ได้ เช่น

การคืนเงินบางส่วน

การจัดส่งอีกครั้ง

⚠️ ก่อนเลือกทางเลือกเหล่านี้ใน Seller Center ผู้ขาย ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ซื้อ และต้องมีหลักฐานการยินยอมนั้น ผู้ซื้อก็ยังคงมีสิทธิ์ยกระดับเรื่องไปยังแพลตฟอร์มได้

คำขอที่แพลตฟอร์มดำเนินการ และการคืนเงินที่รวดเร็ว

คำขอบางประเภทอาจถูกตรวจสอบและดำเนินการโดยแพลตฟอร์ม ในกรณีนี้ ผู้ขายต้องยื่นโต้แย้งหลังจากที่ระบบจ่ายเงินคืนแล้ว

การคืนเงินที่รวดเร็ว: สำหรับผู้ซื้อที่มีสิทธิ์ ระบบจะดำเนินการคืนเงิน เมื่อผู้ซื้อนำสินค้าไปที่จุดฝากส่งหรือเมื่อผู้ให้บริการขนส่งเข้ารับพัสดุ โดยเกณฑ์การให้สิทธิ์ถูกกำหนดโดยแพลตฟอร์ม

สำหรับการคืนเงินที่รวดเร็ว เนื่องจากระบบได้คืนเงินไปแล้ว ผู้ขาย ต้องยื่นโต้แย้ง หากสินค้าที่ได้รับคืนอยู่ในสภาพที่ไม่เป็นที่น่าพอใจ

กรอบเวลาการดำเนินการ การอนุมัติอัตโนมัติ และจำนวนเงินคืน

หากผู้ขาย ไม่ได้รับสินค้าที่ส่งคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด ระบบอาจ คืนเงินโดยอัตโนมัติ หากผู้ซื้อมีหลักฐานว่าส่งสินค้าคืนแล้ว (ในกรณีที่สินค้าไม่มาถึงหรือมาในสภาพไม่เป็นที่น่าพอใจ ผู้ขายสามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อขอชดเชยได้)

หากไม่ดำเนินการตามเวลาที่กำหนด คำขอจะได้รับการอนุมัติ

ผู้ขายต้องคืนเงิน ตรงตามจำนวนที่ผู้ซื้อชำระค่าสินค้าไปจริง

ผู้ขายสามารถเลือกคืนเงินโดยไม่รับสินค้าคืนได้ แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงหรือความสูญเสียที่เกี่ยวข้อง

การปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ผู้ขาย ต้องไม่ปฏิเสธการคืนสินค้าอย่างไม่มีเหตุผล ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

การนำเกณฑ์ที่ผู้ขายกำหนดขึ้นเองมาใช้นอกเหนือจากรายการที่ไม่เข้าเกณฑ์ของแพลตฟอร์ม

ปฏิเสธทั้งที่ หลักฐานที่ส่งมาในขั้นตอนคำขอเป็นที่ยอมรับ หรือ สินค้าที่ส่งคืนเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

การปฏิเสธอย่างไม่มีเหตุผลอาจส่งผลให้มีบทลงโทษ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการชดเชยให้กับผู้ซื้อ

5.3 ใครเป็นผู้ออกค่าจัดส่ง

TikTok Shop ระบุว่า TikTok เป็นผู้พิจารณาว่า ฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด โดยพิจารณาจากเอกสารประกอบที่ทุกฝ่ายส่งมา

กรณี

ใครรับผิดชอบค่าจัดส่ง

เกิดจากความผิดของผู้ขาย

ผู้ขาย เป็นผู้ออกค่าส่งคืน — เช่น ส่งสินค้าผิดหรือสินค้าปลอมหรือชิ้นส่วนไม่ครบ, สินค้าชำรุดหรือใช้งานไม่ได้, สินค้าเสียหายจากการแพ็กไม่ดี, สินค้าไม่ตรงกับคำอธิบายในรายการ

เกิดจากความผิดของผู้ให้บริการขนส่ง

ผู้ให้บริการขนส่ง เป็นผู้ออกค่าส่งคืน (เช่น พัสดุเสียหายระหว่างขนส่ง) และค่าคอมมิชชันของแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องจะคืนให้ผู้ขายตามความเหมาะสม

เกิดจากความผิดของผู้ซื้อ (เช่น เคส "เปลี่ยนใจ")

แพลตฟอร์ม เป็นผู้ออกค่าจัดส่งทั้งขาไปและขากลับ


หมวดที่ 6: การคืนสินค้าด้วยเหตุผล "เปลี่ยนใจ"

6.1 กฎพื้นฐาน

การคืนสินค้าด้วยเหตุผล "เปลี่ยนใจ" เป็นเหตุผลที่ สามารถเลือกได้สำหรับสินค้าบางหมวดหมู่/บางรายการเท่านั้น (สินค้าที่คืนด้วยเหตุผลนี้ได้จะ ติดแท็กกำกับไว้ในหน้ารายละเอียดสินค้า) และผู้ซื้อจะต้องส่งคำขอ ภายในระยะเวลาที่กำหนด

ผู้ขาย จะต้องอนุมัติคำขอคืนสินค้าด้วยเหตุผลนี้ ตราบใดที่สินค้านั้นยังอยู่ใน สภาพที่น่าพอใจและสามารถนำไปขายต่อได้

✅ ข่าวดีสำหรับผู้ขาย: นโยบายระบุชัดเจนว่าการคืนสินค้าประเภทนี้ ไม่ส่งผลต่อตัวชี้วัดประสิทธิภาพร้านค้า (เช่น คะแนนร้าน รีวิว) และ จะไม่นำไปสู่บทลงโทษใด ๆ จากแพลตฟอร์ม


6.2 ผู้ขายปฏิเสธได้เมื่อไหร่

ผู้ขายอาจต้องตรวจสอบคำขอ หลังได้รับคำขอ หรือ หลังได้รับสินค้าที่ส่งคืนมาแล้ว และ สามารถปฏิเสธได้ก็ต่อเมื่อ เข้าเงื่อนไขอย่างน้อยหนึ่งข้อ

หลังได้รับคำขอครั้งแรก: หลักฐานที่ส่งมาแสดงให้เห็นว่าสินค้า ไม่เป็นไปตามเกณฑ์การคืนสินค้า

หลังได้รับสินค้าที่ส่งคืนมาแล้ว: สินค้า ไม่เป็นไปตามเกณฑ์การคืนสินค้า

6.3 การปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

ผู้ขาย ต้องไม่ปฏิเสธการคืนสินค้าอย่างไม่มีเหตุผล ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

ใช้เกณฑ์การคืนสินค้าที่ผู้ขายกำหนดขึ้นเอง ซึ่งไม่สอดคล้องกับนโยบายของแพลตฟอร์ม

ปฏิเสธทั้งที่ หลักฐานที่ส่งมาเป็นหลักฐานที่สมเหตุสมผล หรือ สินค้าที่ส่งคืนมาเป็นไปตามเงื่อนไขที่แพลตฟอร์มกำหนด

การปฏิเสธอย่างไม่มีเหตุผลอาจส่งผลให้มีบทลงโทษ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการชดเชยให้กับผู้ซื้อ

6.4 สินค้าต้องมีคุณสมบัติอย่างไรจึงจะคืนได้

หมวดสินค้า

เงื่อนไข

สินค้าแฟชั่น (เสื้อผ้าสตรี/บุรุษ แฟชั่นมุสลิม รองเท้า กระเป๋า แฟชั่นเด็ก)

อยู่ในสภาพเดิม: ยังไม่ถูกสวมใส่ ซัก หรือแก้ไขใด ๆ ยังมีป้ายติดอยู่: ป้ายและฉลากเดิมทั้งหมดยังติดอยู่และสมบูรณ์ บรรจุภัณฑ์เดิม: ส่งคืนพร้อมบรรจุภัณฑ์เดิม รวมกล่อง ถุงผ้ากันฝุ่น หรือถุงเสื้อผ้า ไม่มีร่องรอยการใช้งาน: ไม่มีคราบเปื้อน รอยขาด หรือกลิ่น (เช่น น้ำหอม ควัน)

สินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) (ความงามและของใช้ส่วนตัว หนังสือ/นิตยสาร/เครื่องเสียง ของใช้ในบ้าน)

อยู่ในสภาพเดิม: ฉลากเดิมและบรรจุภัณฑ์ด้านในต้อง ไม่ได้เปิดออก สินค้าอยู่ในสภาพที่ยังไม่ผ่านการใช้งาน

อิเล็กทรอนิกส์ (คอมพิวเตอร์/อุปกรณ์สำนักงาน โทรศัพท์/อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือช่าง เครื่องใช้ในบ้าน)

ต้องไม่ได้เปิดฉลากและบรรจุภัณฑ์เดิม สินค้ายังไม่ได้ใช้งาน ต้องคืน ใบรับประกันและเอกสารประกอบ (ถ้ามี) ซอฟต์แวร์และวัสดุสิ้นเปลืองที่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน: ต้องยังไม่ถูกเปิดใช้ และยังปิดผนึกอยู่ อุปกรณ์เสริมและส่วนประกอบทั้งหมด: ต้องครบ รวมสายเคเบิล ที่ชาร์จ คู่มือ รีโมทคอนโทรล และอื่น ๆ

สินค้าไลฟ์สไตล์ (ยานยนต์/มอเตอร์ไซค์ เครื่องครัว สิ่งทอ/เครื่องนอน ของเล่น)

ต้องไม่ได้เปิดฉลากและบรรจุภัณฑ์เดิม สินค้ายังไม่ได้ใช้งาน เงื่อนไขเฉพาะสำหรับประเภทสินค้า: เช่น เครื่องนอนและผ้าปูที่นอนต้องไม่เคยถูกซักและใช้งาน

หมายเหตุ: ผู้ซื้อสามารถคืนสินค้าได้ หลังจากลองสวมเพื่อตรวจสอบขนาด สี หรือสไตล์ โดยสินค้าต้องส่งคืนในสภาพเดิม เหมือนไม่เคยสวมใส่ พร้อมป้ายแท็กและบรรจุภัณฑ์เดิมครบถ้วน และต้องไม่มีร่องรอยการใช้งาน ความเสียหาย หรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ

6.5 สินค้าที่คืนด้วยเหตุผลนี้ไม่ได้

นโยบายระบุ รายการสินค้าที่ไม่เข้าเกณฑ์ ไว้เป็นจำนวนมาก ตัวอย่างกลุ่มหลัก

  • การจองและบัตรกำนัล (ทั้งหมด)

  • คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและแล็ปท็อป

  • เครื่องใช้ในบ้านขนาดใหญ่ (แอร์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า/อบผ้า ทีวี ฯลฯ)

  • ซิมการ์ดและอุปกรณ์

  • สินค้าแม่และเด็กหลายประเภท (นมผง อาหารเด็ก ผ้าอ้อม เครื่องปั๊มนม รถเข็น ฯลฯ)

  • อาหารและเครื่องดื่ม (ทั้งหมด)

  • สุขภาพบางประเภท (อาหารเสริม ยาที่ต้องซื้อขายผ่านเภสัชกร สุขภาพทางเพศ ยาสมุนไพร)

  • ชุดชั้นในทั้งหญิงและชาย เสื้อผ้าออกกำลังกายแบบอิสลาม ชุดว่ายน้ำ

  • สินค้าบางรายการในหมวดแฟชั่นและเครื่องประดับ (เช่น ต่างหู เครื่องประดับกาย)

📌 เนื่องจากรายการมีรายละเอียดมาก ให้ตรวจสอบรายการเต็มในหน้าประกาศทางการก่อนตัดสินใจ

6.6 คำถามที่พบบ่อยในนโยบายนี้

ผู้ซื้อรู้ได้อย่างไรว่าสินค้าคืนได้ด้วยเหตุผลนี้: ผู้ซื้อจะเห็นแท็ก "เปลี่ยนใจ" ใต้ส่วน นโยบายการคืนสินค้า ในหน้ารายละเอียดสินค้า

ระยะเวลาที่ส่งคำขอได้: ดูกรอบเวลาได้ในบทความ การคืนสินค้าและการคืนเงิน

แพลตฟอร์มป้องกันผู้ขายจากการคืนสินค้าที่ทุจริตอย่างไร: หากพบว่าผู้ซื้อใช้การคืนสินค้านี้ในทางที่ไม่เหมาะสม แพลตฟอร์มอาจ ระงับการใช้งานเหตุผลนี้สำหรับคำสั่งซื้อในอนาคต ของผู้ซื้อรายนั้น และหากสงสัยว่าผู้ซื้อใช้เหตุผล "เปลี่ยนใจ" โดยเจตนาไม่สุจริต สามารถแจ้งฝ่ายบริการของแพลตฟอร์มได้

หากสินค้าที่ส่งคืนมาอยู่ในสภาพแย่ ทำอะไรได้: ผู้ขายสามารถยื่น "โต้แย้ง" ในหน้า จัดการการส่งคืน/การคืนเงิน บน Seller Center


BigSeller ช่วยรักษาสุขภาพร้านบน TikTok Shop ได้อย่างไร

อ่านมาถึงตรงนี้จะเห็นว่าตัวชี้วัดเกือบทั้งหมด — ไม่ว่าจะเป็น LDR, SFCR, SFRR, FDR, NRR หรือ AHT — ล้วนมีรากเดียวกันคือ "การจัดการคำสั่งซื้อและงานหลังการขายที่ช้าและไม่เป็นระบบ"

นี่คือจุดที่ BigSeller (All-in-One Ecommerce ERP สำหรับร้านค้า marketplace ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) เข้ามาช่วยลดภาระงาน Manual ที่ทำให้ตัวชี้วัดเหล่านี้หลุดเกณฑ์

1. รวมคำสั่งซื้อและงานหลังการขายจากหลายแพลตฟอร์มไว้ในที่เดียว ผู้ขายที่ขายทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok Shop ไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา ทำให้เห็นภาพคำสั่งซื้อและคำขอหลังการขายทั้งหมดพร้อมกัน
 

2. ประมวลผลคำสั่งซื้อเป็นชุด ลดความเสี่ยงตัวชี้วัดการจัดส่ง การประมวลผลคำสั่งซื้อหลายรายการพร้อมกันและการพิมพ์ใบปะหน้าเป็นชุด ช่วยให้จัดส่งได้เร็วขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับ อัตราการจัดส่งเร็ว (FDR) และลดความเสี่ยง การจัดส่งล่าช้า (LDR) และ การยกเลิกโดยผู้ขาย (SFCR)
 

3. จัดการงานหลังการขายอย่างเป็นระบบ ช่วยพยุง AHT BigSeller ช่วยให้ผู้ขาย เห็นเหตุผลการยกเลิกคำสั่งซื้อ และ ดำเนินการกับคำขอยกเลิก ได้จากในระบบเดียวกัน รวมถึง จัดการการคืนสินค้า ที่แสดง เหตุผลการคืนสินค้า รายละเอียด และรูปภาพ ครบในที่เดียว — ลดเวลาที่ต้องสืบค้นข้อมูลข้ามระบบ ซึ่งเป็นปัจจัยตรงต่อ เวลาจัดการบริการหลังการขายโดยเฉลี่ย (AHT)
 

4. คืนสินค้าที่ถูกยกเลิกกลับเข้าคลัง และซิงก์สต็อกอัตโนมัติ สินค้าที่ถูกยกเลิกหรือส่งคืนสามารถนำกลับเข้าคลังได้ และระบบจะซิงก์สต็อกให้อัตโนมัติ ช่วยลดปัญหาสต็อกไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นต้นเหตุของ การยกเลิกเพราะไม่มีสินค้า (SFCR) และ คำสั่งซื้อที่ถูกยกเลิกโดยแพลตฟอร์มอัตโนมัติ
 

5. จัดการข้อมูลสินค้าเป็นชุดและสร้างเนื้อหาด้วย AI การทำรายการสินค้าที่มีข้อมูลครบถ้วน ตรงกับสินค้าจริง ช่วยลด รีวิวเชิงลบ (NRR) และ อัตราการคืนสินค้าเนื่องจากความผิดของผู้ขาย (SFRR) ซึ่งเป็นสองตัวชี้วัดที่ดึงคะแนนร้านค้าลงมากที่สุด
 

6. ฐานข้อมูลลูกค้าและรายงานสำหรับทบทวนย้อนหลัง ข้อมูลคำสั่งซื้อและรายงานที่จัดเก็บอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ทบทวนได้ว่าตัวชี้วัดใดกำลังมีปัญหา และใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นโต้แย้งกับแพลตฟอร์มเมื่อจำเป็น
 

📌 สรุปให้เห็นภาพ: TikTok Shop วัด "สุขภาพร้าน" จากทุกจุดสัมผัสของคำสั่งซื้อ — และเครื่องมืออย่าง BigSeller ไม่ได้ช่วยให้คุณ "หลบ" การวัด แต่ช่วยให้คุณ ทำแต่ละจุดสัมผัสได้เร็วและสม่ำเสมอพอ ที่ตัวเลขจะไม่หลุด


เริ่มดูแลสุขภาพร้าน TikTok Shop อย่างเป็นระบบตั้งแต่วันนี้

ตัวชี้วัดทั้ง 6 ฉบับนี้สะท้อนข้อเท็จจริงเดียวกัน นั่นคือ ร้านที่โตบน TikTok Shop ไม่ใช่ร้านที่ขายเก่งที่สุด แต่เป็นร้านที่บริหารงานหลังบ้านได้สม่ำเสมอที่สุด

เมื่อคำสั่งซื้อถูกจัดการอย่างเป็นระบบ งานหลังการขายไม่ค้าง และสต็อกตรงกันทุกช่องทาง ตัวเลขเหล่านี้จะดูแลตัวเอง

👉 [ทดลองใช้ BigSeller ฟรี]
เริ่มใช้งาน BigSeller ฟรีได้ทันที

📚 อ่านเพิ่มเติม:



⚠️ หมายเหตุสำคัญ: นโยบายของแพลตฟอร์มอาจมีการเปลี่ยนแปลง

ข้อมูลทั้งหมดในบทความนี้ — ทั้งนโยบาย เกณฑ์การวัด ตัวเลข ระยะเวลา และบทลงโทษ — อ้างอิงจาก ประกาศทางการของ TikTok Shop ประเทศไทย ณ วันที่ระบุไว้ในแต่ละนโยบาย (ดูตารางวันที่ในบทความ)

TikTok Shop อาจ ปรับปรุง แก้ไข หรือเพิ่มเติมนโยบายและเกณฑ์ต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา โดยแพลตฟอร์มระบุว่าปกติจะแจ้งให้ผู้ขายทราบล่วงหน้าก่อนการเปลี่ยนแปลง

ดังนั้น ก่อนนำข้อมูลในบทความนี้ไปใช้ตัดสินใจหรือวางแผนการดำเนินงาน ควรตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดใน Seller Center > Policy Center ทุกครั้ง และยึดถ้อยคำและตัวเลขจากต้นฉบับทางการเป็นหลักเสมอ

📌 บทความนี้อัปเดตข้อมูลล่าสุดเมื่อ ตุลาคม 2569 หากพบว่าตัวเลขหรือเกณฑ์ในบทความไม่ตรงกับประกาศปัจจุบัน ให้ยึดประกาศทางการเป็นหลัก

FAQ

คะแนนสถานะบัญชี (0–1,000) วัด การปฏิบัติตามนโยบาย โดยคิดจากกิจกรรมย้อนหลัง 90 วัน มีไว้ให้ ผู้ขายเห็นเท่านั้น ส่วนคะแนนร้านค้า (0–5) วัด ประสิทธิภาพร้าน จาก 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ความพึงพอใจต่อสินค้า การจัดการคำสั่งซื้อและการจัดส่ง และการบริการผู้ซื้อ โดยอัปเดตทุกวัน และ ผู้ซื้อสามารถมองเห็นได้
ได้ คะแนนที่ถูกหักจะถูก รีเซ็ตอัตโนมัติหลังผ่านไป 90 วัน หรือเร็วกว่านั้นหากยื่นโต้แย้งสำเร็จหรือได้ทำการแก้ไขแล้ว โดยยื่นผ่าน ตั๋วการละเมิดที่เกี่ยวข้อง
คะแนนร้านค้าจะแสดงเฉพาะเมื่อร้าน จัดการคำสั่งซื้อสำเร็จอย่างน้อย 30 คำสั่งซื้อ ในช่วง 60 วันที่ผ่านมา และ ไม่มีคำสั่งซื้อที่ถูกตรวจพบว่าฉ้อโกง หากยังไม่ถึงเกณฑ์ จะติดตามความคืบหน้าผ่านแถบความคืบหน้าของคำสั่งซื้อในหน้าคะแนนร้านค้าได้
ตัวชี้วัดนี้จะปรากฏในหน้าคะแนนร้านค้า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 โดยช่วงแรกยังไม่กระทบคะแนน และจะ นับรวมอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 โดยเป้าหมายคือ ต่ำกว่า 15 ชั่วโมง (คำนวณจากค่าเฉลี่ยของคำขอหลังการขายในช่วง 60 วันที่ผ่านมา และอัปเดตทุกวัน)
จริง นโยบายระบุชัดเจนว่า ผู้ขายถูกห้ามไม่ให้ขอให้ผู้ซื้อเป็นฝ่ายยกเลิกคำสั่งซื้อ และการที่ผู้ขายยกเลิกเองจะถูกนับเข้าอัตราการยกเลิกเนื่องจากข้อผิดพลาดของผู้ขาย (SFCR)
ไม่กระทบ นโยบายระบุว่าการคืนสินค้าประเภทนี้ ไม่ส่งผลต่อตัวชี้วัดประสิทธิภาพร้านค้า และไม่นำไปสู่บทลงโทษ แต่ผู้ขายต้องอนุมัติตราบใดที่สินค้ายังอยู่ใน สภาพที่สามารถขายต่อได้ และต้องไม่ปฏิเสธอย่างไม่มีเหตุผล เพราะอาจถูก ชดเชยให้กับผู้ซื้อ